คำเตือน ควรอ่านนะจ๊ะ
เฟิร์ส Axis Power Hetalia เป็นการ์ตูนที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง โดยตัวละครมีต้นแบบอ้างอิงมาจากประเทศต่างๆ อาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ล้อเลียนเสียดสี แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ ประเทศ และเหตุการณ์ใดๆที่มีอยู่จริงๆ หากผู้ใดที่ค่อนข้างอ่อนไหวหรือรับไม่ได้ต่อเรื่องแบบนี้ เชิญมองที่กากบาทมุมขวา แล้วกดปิดไปได้เลยค่ะ
เซคกันด์ เฮตาเลียมิใช่การ์ตูนวายแต่อย่างใด กรุณาทำความเข้าใจตรงส่วนนี้ด้วยค่ะ
เติร์ด WARNING - YAOI ALRET เนื้อหาในเอนทรี่นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชายรักชาย ซึ่งเป็นส่วนที่แต่งเติมขึ้นโดยจินตนาการของจขบ.เอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวต้นฉบับแต่อย่างใด หากผู้ใดรับรังสีวายไม่ได้ มองที่ทิศสองนาฬิกา แล้วกดกากบาทปิดเลยค่ะ
โฟร์ท หากจะมาเพื่อเกรียน Please turn around
เข้าใจตรงกันแล้วนะคะ ขอขอบคุณที่อ่านคำเตือนจนจบและปฏิบัติตามค่ะ
===========================================
[Fic] Mechanical Heart หัวใจจักรกล
[Fandom] Axis Power Hetalia
[Chapter] 2
[Rate] PG-15
[Gense] AU , (พยายามจะให้เป็น)Drama
[Pairing] Alfred X Matthew , Francis X Arthur X Alfred
[Note]
- ก็ยังน่าจะปวดตับต่อไป
- แต่คนเขียนปวดกระเพาะ= =
===========================================
Chapter 2
'หรือเพราะเห็นว่าเป็นตุ๊กตา คุณจึงคิดว่าผมไม่มีหัวใจ . . .'
แสงอาทิตย์สว่างจ้าและความร้อนที่มากจนเกินพอดีของปลายคิมหันต์เล็ดลอดเข้ามาตามช่องแหวกของม่าน เพิ่มอุณหภูมิอีกนิดให้เครื่องปรับอาการต้องทำงานหนักขึ้น รวมทั้งแลบเลียปาร์เก้สีโอ๊คให้ซีดจางเร็วกว่าที่ควรเป็น
ในความเงียบของห้องพักที่ไร้ชีวิต เสียงนาฬิกาจับเวลาสำหรับปรุงอาหารได้หวีดเสียงแหลม ปลุกทุกสิ่งให้ฟื้นจากสภาพประหนึ่งหลับใหล
ดวงตาสีไลแลคกระพริบเปิด งุนงงอยู่ชั่วขณะ ก่อนระลึกได้ว่าตนทำสิ่งใดค้างไว้ก่อนเผลองีบหลับไปด้วยความอ่อนล้า ภาพพร่ามัวเบื้องหน้าทำให้มือที่ควานเปะปะหาแว่นสายตายิ่งงุ่มง่ามมากเข้าไปอีก
เขาผลุนผลันไปยังส่วนประกอบอาหารทันทีที่สวมอุปกรณ์ปรับสภาพการมองเห็นได้ ปิดแม่ไก่ตัวจ้อยให้เงียบเสียง แล้วจึงหยุดการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้า
มือเรียวหยิบถุงมือหน้าขึ้นมาใส่อย่างระมัดระวัง ถึงแม้แมทธิวจะเป็นหุ่นยนต์ แต่ผิวหนังเทียมที่ห่อหุ้มร่าง ก็สามารถเสียหายจากการได้รับความร้อนได้ ไม่ต่างจากการไหม้พองคนทั่วไป
ไอกรุ่นพวยใส่หน้าทันทีที่ฝาเตาอบถูกเปิดออก แมทธิวสูดรสที่แทรกลึกเต็มปอด
หากว่าเขาเป็นมนุษย์ คงต้องอธิบายด้วยคำว่ารู้สึกหิวจนน้ำลายสอ
แป้งอบที่สุกพอดีส่งกลิ่นละมุนหวานไปทั่วความว่างเปล่า ราวกับจะเชิญชวนเหล่าสหายไร้ชนม์ที่อยู่เป็นเพื่อนมนุษย์ประดิษฐ์มาตลอดวันให้มาร่วมในงานเลี้ยงน้ำชานี้
สโคนสีเหลืองนวลค่อยถูกจัดใส่จานใบเล็กอย่างไม่พิถีพิถันมากนัก จากนั้น ค่อยหย่อนชาถุงราคาถูกลงถ้วยเนื้อละเอียด ปล่อยให้น้ำร้อนสกัดกลิ่นรส เปลี่ยนของเหลวใสให้กลายเป็นสีน้ำตาลทอง เขาเติมนมและน้ำตาลแต่เพียงน้อย ก่อนย้าย
เครื่องกระเบื้องทั้งหมด ไปเสพกลิ่นรินรส ละเลียดขนมอบเพียงลำพังที่เก้าอี้ยาวตัวเดิม
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นหุ่นยนต์ แต่แอนดรอยด์อย่างแมทธิวก็ยังมีความต้องการพื้นฐานบางประการเช่นปุถุชน
เขาต้องการพลังงาน แม้ไม่จำเป็นต้องได้ทุกสามมื้อ แต่ในวันหนึ่งก็ยังต้องดื่มต้องกิน เพื่อนำอาหารเหล่านั้นไปสลายให้ได้สารที่ใช้ในการขับเคลื่อนร่างต่อไป
นอกจากนั้น แมทธิวยังต้องพักผ่อน ไม่ได้มากมายเป็นส่วนวันอย่างมนุษย์ผู้มีเลือดเนื้อ แต่คนที่มีอวัยวะภายในเป็นเครื่องจักราอย่างเขา ก็ต้องการเวลาหยุดพักเพื่อซ่อมแซมตนเองเช่นกัน
มือเรียวเหมือนไม่เคยทำงานหนักยกปิดปาก หาวกว้าง . . .
หลายวันมานี้ เขาได้แค่อาศัยการงีบสั้นๆช่วงกลางวัน ทดแทนการผักผ่อนในเวลากลางคืนที่สูญไปจากการเฝ้ารอใครบางคน
ระยะหลังมานี้ อัลเฟรดมักจะกลับดึกเสมอ บ้างเพราะหน้าที่การงานอันหนักหน่วง แต่หลายครั้งก็มีสาเหตุจากความพอใจ ที่ใช้ข้ออ้างของการสังสรรค์ในหมู่เพื่อนร่วมงานที่ถูกคอ
แมทธิวรู้ แมทธิวสามารถคาดเดาได้เสมอ ว่าทุกครั้งที่ผิดเวลา คนคนนั้นยังไม่กลับมาด้วยเหตุผลใด
หลายครั้ง ที่เขารู้สึกเกลียดพี่ชายผู้สร้างที่ให้ปัญญาประดิษฐ์และระบบของกระบวนการคิดที่ดีเกินความจำเป็นมาเสียเหลือเกิน
เพราะสองสิ่งนั้น ทำให้เขานิ่งตรองจนพบคำตอบที่แฝงลึกอยู่ของการยืดเวลา
มีเพียงว่า อัลเฟรดไม่ต้องการพบหน้าเขา เท่านั้นเอง . . .
ความจริง เขาก็ควรจะหลบไปเสีย ไม่จำเป็นต้องมาเฝ้ารอทุกคืน ให้สายตาคมปลาบนั่นตวัดมองจนเสียดใจอยู่แบบนี้
แต่อะไรบางอย่างจากส่วนลึก -- ซึ่งเขารู้สึกว่าตนเองเป็นมนุษย์ไม่เพียงพอที่จะใช้คำว่าหัวใจ-- ได้บอกมา ว่าให้ทำเช่นนี้เรื่อยไป
เขาเข้าใจดี ถึงความว่างเปล่าของการไร้ผู้คน
บ้านอันเงียบเหงาจนต้องใช้ว่า House แทน Home ได้ถูกวาดลงบนความทรงจำจนแมทธิวไม่อยากให้ใครต้องพบเจอกับความรู้สึกเช่นนั้น
แม้ว่าใครคนที่ว่า จะไม่เคยเห็นค่าและต้องการมันเลยก็ตาม . . .
เหมือนคนโง่ เหมือนคนบ้า ที่ยังดันทุรังต่อไปเช่นนี้ เขาไม่ได้คิดฝันอย่างนางเอกผู้แสนอ่อนหวานในนิยายประโลมโลก ว่าสักวันคนคนนั้นจะเห็นถึงความตั้งใจ
แมทธิวเพียงแค่รู้สึกอยากตอบแทนเท่านั้น . . .
ตอบแทนที่อย่างน้อยๆอัลเฟรดก็ไม่ใจร้ายถึงขนาดไล่เขา ซึ่งได้รับ --จนเกือบเรียกว่าถูกยัดเยียด -- มาจากฟรานซิสให้ออกไป
เพราะการเป็นคนนอกกฎหมายและไร้ซึ่งตัวตนในทะเบียนราษฎร์ เขาจึงทำได้เพียงการช่วยดูแลบ้าน ทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถู และทำอาหารเย็นไว้คอยท่าเท่านั้น แม้ว่าระยะหลังมันจะไม่ได้ถูกแตะต้องเลยก็ตาม
ฟันขาวที่ไม่จำเป็นต้องฟอกสีกัดผ่านเนื้อแป้ง รสหวานและกลิ่นเนยอายอวลในโพรงปาก
แมทธิวจรดถ้วยกระเบื้อง ปล่อยให้น้ำชาร้อนเหล่านั้นล้างรสที่ค้างให้ลำคอ
ขนมอบส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่อัลเฟรดห้ามไม่ให้เขาทำ --หรืออย่างน้อย คือมีมาให้เห็น -- โดยเฉพาะสโคน ที่ถูกสั่งอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการอธิบายถึงเหตุผล
แม้ว่าครั้งหนึ่ง มันเคยเป็นสิ่งที่ชายคนนั้นโปรดปรานมากก็ตาม
หลังจากความพลาดพลั้งเรื่องภาพถ่าย แมทธิวก็ได้บทเรียน
หากอยากรู้อะไรที่มีแนวโน้มว่าจะสามารถเชื่อมโยงไปยังใครอีกคนซึ่งไม่ได้อยู่บนโลกนี้ คนที่เขาสามารถถามได้ มีเพียงฟรานซิสเท่านั้น
พี่ชายผมทองของเขายินดีเสมอที่จะเล่าถึงอดีตอันไม่ได้อยู่ร่วม แม้หลายครั้ง นัยน์ตาสีสมุทรจะมีแววระริกร้าว หากแต่ความสุขจากการได้เอ่ยถึงผู้เป็นที่รักกลับแทรกอยู่ในน้ำเสียง แค่นั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้เสมือนมีชีวิตรวมรวมความกล้าและถามต่อไป
และเขาก็ได้รู้ ถึงที่มาของคำสั่ง มันเกี่ยวเนื่องจาก'คุณอาเธอร์'อีกครั้ง . . . . .
สโคนเป็นหนึ่งในขนมที่ชายผู้นั้นชอบทำเสมอเมื่อมาเยี่ยมอัลเฟรด และแมทธิวก็รู้ว่าเขาไม่ฉลาดพอที่จะคาดเดาได้ว่า อะไรที่เปลี่ยนมันให้กลายเป็นสิ่งต้องห้าม
เหตุผลหลากหลายนับร้อยพัน มีให้วิเคราะห์ถึงความน่าจะเป็นที่ไม่มีวันได้คำตอบ
เขารู้เพียงว่า จิตใจมนุษย์ละเอียดซับซ้อนนัก มันยาก เกินกว่าสิ่งลอกเลียนเช่นเขาจะเข้าใจ . . .
เจ้าของชีวิตเทียมยกถ้วยชาขึ้นจิบ น้ำร้อนรสขมฝาดไหลผ่านลำคอจนภายในรู้สึกผะผ่าว
แม้มีดาวฤกษ์ดวงโตที่ช่วยมอบความอบอุ่นอีกทางหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดแล้ว แมทธิวก็ยังรู้สึกยะเยือกอยู่ดี
มันเย็น . . . เพราะสำเหนียกได้ถึงเครื่องกลที่อยู่ในร่างกายและความคิด
ความเหน็บหนาวที่ไออุ่นใดก็ไม่สามารถเลือนลบมันไปได้ มันคือความรู้สึก ของสิ่งไม่มีชีวิต . . . . .
ยิ่งกว่าตลกร้าย ที่ทุกตารางนิ้วบนร่างไม่มีอะไรแผกผิดไปจากมนุษย์
ผิวกายละเอียดขาว อ่อนนุ่มและอบอุ่นไม่ต่างอะไรจากคนปกติ นัยน์ตาสีม่วงไลแล็คมีประกายน้ำหล่อเลี้ยงตลอดเวลา พร้อมด้วยปัญหาสายตาสั้น ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยหัวเราะไปกับพี่ชายที่ซ่อมแซมผิดพลาดจนทำให้ระยะการมองเห็นลดไป
ทั้งริมฝีปากแดงระเรื่อชื้นชุ่ม กับเส้นใยโปรตีนสังเคราะห์สีทองสว่าง นุ่มลื่นไม่ผิดอะไรจากของจริง หรือแขนขา ข้อต่อต่างๆของร่างกายที่แม้จะต้องได้รับการตรวจสภาพบ่อยครั้ง แต่ก็ยังสามารถขยับและเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว ทุกอย่างไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเหล่าผู้คนที่เดินขวักไขว่บนโลกใบนี้
เขามีกระทั่งลายนิ้วมือและรูขุมขน . . .
พี่ฟรานซิสเก็บรายละเอียดได้ดีนัก แม้แต่น้ำหนักและส่วนสูงก็ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
สมัยหนึ่ง แมทธิวรู้สึกประหลาดใจทุกครั้งที่ขึ้นไปยืนบนเครื่องชั่งน้ำหนัก สงสัยนักว่าเหตุใดเข็มแดงถึงไม่ตีกลับ ทั้งที่สิ่งที่ยืนอยู่บนนั้นประกอบด้วยโลหะเกือบทั้งร้อย
กับสีหน้าหรือการแสดงอารมณ์เขาก็สามารถทำได้เป็นปกติ จะเยื้อนยิ้ม หรือหัวเราะ เขาก็ทำได้อย่างไม่ต้องสงสัย
รูม่านตายังเปิดกว้าง ขยายได้คราวตกใจ พี่ชายของเขาไม่ยอมพลาดแม้แต่รายละเอียดเดียว
แมทธิวหัวเราะเสียงขมให้กับเงาสะท้อนในถ้วยชา
บางทีความทุ่มเทของพี่ฟรานซิสก็เป็นเรื่องน่าเศร้า
เพราะสุดท้าย ผลงานชิ้นนี้ก็เป็นได้เพียงความคล้ายที่ไม่มีทางเหมือน ต่อให้คิดว่าใช่สักเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเป็นจริง
เขาจรดปลายนิ้วใกล้ซอกคอ ก่อนลากไล้ผ่านผิวผ้ามายังกลางอก
อีกหนึ่งสิ่งยืนยัน ว่าเขาเป็นได้เพียงหุ่นยนต์
กับร่างประหนึ่งมีชีวิต ที่ปราศจากเสียงเต้นของหัวใจ . . . . . . . . .
หากเป็นไปได้ แมทธิวก็อยากพรูลมหายใจแรงสักหน
เขาถอดแว่นออกวางบนโต๊ะ หลับตาช้าก่อนซบหน้าลงกับหมอน
สัมผัสนุ่มของกลุ่มใยสังเคราะห์ไม่อาจทำให้ความวุ่นวายสับสนอันป่วนปั่นอยู่ภายในสงบลงได้
ความเย็นของเส้นไหมซึมลึกอยู่ในความรู้สึก
แม้อุณหภูมิของมันจะไม่ผิดอะไรกับผิวหนังเทียมที่ห่อหุ้มร่างกาย แต่นัยแฝงกลับแตกต่างจนไม่อาจทาบเทียม
แม้เส้นด้ายเหล่านั้นจะเย็นเนื่องจากไม่มีชีวิต แต่ครั้งหนึ่ง มันก็เคยมาจากชีวิต
ผิดกับร่างเขา ที่ถึงแม้จะให้ความรู้สึกอบอุ่นสักเท่าไหร่ ก็ยังไม่สามารถกลบเกลื่อนความเย็นที่แฝงลึกจากภายในได้
คือความเย็น ของสิ่งไม่มีชีวิต และไม่มีวันมีชีวิต . . .
แมทธิวไม่รู้ว่าตนเองค้างอยู่ท่านั้นนานเท่าไหร่ บางที เขาคงจะเผลอหลับไปอีกหนเพราะความอ่อนล้า
ชายหนุ่มบิดกายไล่ความเมื่อยขบและกระตุ้นให้เครื่องจักรภายในทำงานอีกครั้ง
มีเพียงความมืดที่โอบกอดเขาไว้ . . . .
ความมือหาแว่นสายตามาสวมใส่ ครั้งหรือสองครั้งที่ปัดไปโดนถ้วยชาว่างเปล่าล้มคว่ำ
แมนชั่นยังคงรักษาความสงัดไว้ไม่ต่างจากยามกลางวัน ทุกอย่างหยุดนิ่งภายใต้ลมหายใจของความเงียบ มีเพียงเวลาและตัวเขาเท่านั้นที่ยังคงเคลื่อนไหว เข็มพรายน้ำทั้งสองวิ่งไล่กันจนใกล้เลขสิบเอ็ดที่เรืองแสง
แมทธิวหยุดจ้องมันอยู่ชั่วอึดใจ ไม่ได้ยินเสียงใดนอกจากฟันเฟืองนาฬิกา
เขากระพริบตาถี่แล้วล้มตัวลงเช่นเก่า ชายหนุ่มตะแคงซุกหน้ากับหมอน มือกลขยุ้มอกเสื้อจนยับยู่
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านในความว่างเปล่า ทรมานจนรู้สึกอยากร้องไห้ -- ถ้าอย่างน้อย มันยังเหลือสิ่งที่เรียกว่าน้ำตา--
บางที เขาไม่ควรตื่นจนกว่าจะถึงเช้า
เพราะคืนนี้ อัลเฟรดจงใจหลบหน้าเขาอีกครั้ง . . . .
TBC
===========================================
[Postscript]
ไม่มีอะไรจะพูดนอกจาก ขอโทษค่า//กราบกราน
รู้ค่ะ ว่าลงเลทไปมาก (และมากกว่าที่ตั้งใจไว้ถึงสามสัปดาห์//ทรุด) ตอนแรกติดงาน ต่อมาก็เกิดเรื่อง(ซึ่งของละไว้ในฐานที่เข้าใจกัน) ทำให้หมดกำลังที่จะเขียน/พิมพ์ฟิก
ยังไงก็แล้วแต่ ต่อไปจะพยายามอัพให้สม่ำเสมอให้ได้ค่ะ
บทนี้เขียนไม่เหนื่อย(เพราะเทียบแล้ว บทที่สามบิวท์หนักมากOTL) แต่เหนื่อยตอนพิมพ์
ทำไมก็ไม่รู้ รู้สึกว่าบรรยายได้โคตรจะกระโดดไปกระโดดมาเลย พับผ่าสิ
มารู้สึกเอาจริงๆจังๆว่าภาษาบรรยายฟิกแบบนี้กับฟิกเพ้อๆอย่างUnder the rose, Kissing morning Tea หรือ If we hold on มันเหมือนคนละคนเขียน//ทรุด ไม่ประสบความสำเร็จกับฟิกพรรค์นี้จริงจังค่ะTT TT
ชอบเขียนปวดตับก็จริงอยู่ ชอบเขียนพร่ำเพ้อก็จริงอยู่ แต่ฟิกยาวแบบนี้ก็เหนื่อยใช่ย่อยเลยแฮะ
ว่าแต่ เม่ยจะมาบ่นหน้าอัพฟิกทำไมวะครับ = =''''
ยังไม่รับปากนะคะว่าบทที่สามจะมาวันไหน เพราะช่วงนี้ทั้งงานทั้งกิจกรรมทั้งการบ้าน แต่พยายามจะไม่ดอง(ถ้าทำได้)
ยังไงก็ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์ค่ะ
===========================================
[Re;]
Penny - san: จะพยายามให้มีฟีลอื่นสลับบ้างค่ะ เขียนเศร้านานๆแล้วหดหู่ตามน้องแมท//หัวเราะ
อ่า แล้วก็ท่านเพนนีเดาถูกแล้วค่ะ
พี่เมี้ยว: อัลฟ์เต็มบาทเขียนยากมากค่ะพี่OTL ปกติติดภาพรั่วๆไม่ก็ชิวจนเคยตัว จะใส่ดาร์กแบบสงครามเย็นก็ไม่ไหว ฮรือ//โวยวาย
คิดว่าคงไม่พิศาลหรอก(มั้ง)
===========================================
รู้สึกว่าวันนี้พูดอะไรแล้วจับใจความไม่ค่อยได้ เหมือนเมายาฉีดแมงสาบไงชอบกล = =
ช่วงนี้ชีวิตวุ่นวายจริงจัง นังนัวร์(โน๊ตบุ๊ค)ก็ขยันพังเรื่อยๆ
ล่าสุด ทำไฟล์สคริปดนตรีที่แหกขี้ตาเขียนมาสองคืนเน่าไปเรียบร้อย//ร้องไห้
อยากกรี๊ดบ้านแตกเป็นบ้า ฮรืออออ เปิดไฟล์ไม่ได้ล่ะครับ จู่ๆมันก็เน่าไป ไอ้คอมห่านจิ๊กกกกกกก เอ็งงอนอะไร บอกเจ๊มา เอ็งงอนอะไร ไวรัสก็แสกนวันเว้นวันแล้วนะเว้ย ตอนใช้พี่ใหญ่ตรูยังไม่เทคแคร์ดูแลขนาดนี้เอง ห่าน จะเอาไงก็ว่ามาเลยมา //เสียสติ
อย่าไปสนใจไอ้ที่พล่ามๆข้างบนเลยครับ ตอนนี้แค่สติแตกนิดหน่อยเท่านั้น= =
งานยุ่งสัดๆมาก แต่ก็ยังหาเวลามาเขียนฟิกจนได้
ตอนนี้มีกองไว้ไม่ได้พิมพ์อีกสามเรื่องล่ะครับ ไม่นับรวมแดรบเบิ้ล โครงการ+ซากพล็อตที่กำลังเขียน และบทต่อๆไปของเรื่องนี้ //หัวเราะ
รู้สึกตัวเองไม่ยอมโตและไม่อยากโตไงชอบกล
(แว่วเสียงคุณพี่เน้เน่ -- รับผิดชอบได้แล้วโว้ย)
ไปทำงานล่ะก่ะ เดี๋ยวจะได้ตายเพราะน้ำมือใครบางคน
ป.ล.
คิดถึงคุณพี่จากใจจริง
ไม่ได้ใช้คำนี้เรียกเธอมานานเท่าไหร่แล้ววะคะอาเนกิ ปกติขึ้นบล็อกทีไรต้องเขียนเน้เน่เพราะกลัวว่าจะทำคนสับสนกับคุณพี่ฟรานซิสทุกที
ข่าวคราวเงียบหายอีกแล้วนะคุณพี่ขา อยากให้คุณน้องคนนี้โทรไปตะแง้วๆถึงหอพักเลยหรือไง มีอะไรก็โทรหาแมวหาแมว งอนเหมือนกันนะเว้ย เชอะ
บอกสล็อตด้วยก็ดี ว่าส่งแอนโธชุมนุมกับเกียรติบัตรไปให้แล้ว ได้ไม่ได้ยังไงติดต่อกลับด้วย ถ้าไม่ถึงจะไปเฉ่งไปรษณีย์ให้
แล้วก็ เมื่อวานใครบางคนโทรมาจากราตรีศรีตรัง ฝากบอกมันด้วยนะว่าเสาร์หน้าก็ได้เจอกันแล้ว อย่าโทรมาบ่อย ตูรำคาญเสียดายตังค์แทน
ป.ล.2 ภาวะหลงเพลงไทย เทพทองเพราะเป็นบ้า
เวอร์ชันกีตาร์เอาใจตรูไปได้อีก
ใครมีวิธีโหลดไอมีมบ้างคะ รบกวนบอกด้วย ต้องเอาไปใช้ทำงานต่อเค่อะ
ป.ล.3 ถ้าไม่ผิดพลาดอะไร เอนทรี่หน้า น่าจะได้ลงแท็ก their childrenซะที
