ถึงเป็นเพียงเถากุหลาบ แต่นานวัน ก็ยังสามารถพันธนาการข้าไว้ได้
มิต่างอะไรกับหัวใจ เมื่อปล่อยไว้ ความผูกพันใดใดจะเป็นดั่งตรวนที่เหนี่ยวรั้งกายา
ในที่สุด ก็แสกนเนอร์ใช้แล้วโว้ยยยยย555+ ทนใช้หนูอิกซัสมาสี่เดือนฝ่าๆ พอวันเกิด ป๊ะป๋าเลยถอยแคนคุงมาให้ใช้แทน ร้ากพ่อที่สุดเลย><
ประเดิมแสกนเนอร์ด้วยงานนี้ล่ะค่ะ
งานนี้ อยากจะบอกว่าเป็นงานที่ประจานความอ่อนด้อยทางศิลปะของนังเมอิได้ชัดมาก คนอื่นทำกันสามสัปดาห์ อินี่ล่อไปสองเดือน อยากจะบ้าตาย (สองเดือนที่ว่าคือทำงานทุกเสาร์ เสาร์ละเกือบๆสามชั่วโมงน่ะเคอะ รวมเวลาจริงๆคงเกือบหนึ่งวันเต็ม)สามสัปดาห์เลย์เอาท์ สองสัปดาห์วาด สามสัปดาห์กว่าๆลงหมึกสานเส้น ออกมาเป็นงานมาราธอนชิ้นนี้ล่ะ
สาเหตุที่เลย์เอาท์ช้า และวาดช้ากว่า เลย์น่ะโดนแก้แบบสี่รอบ ส่งแล้วไม่ผ่าน เฮีย(ครูคนสอน)ก็สั่งวาดใหม่ ช่วงนั้นเฟลจัด วาดอันนี้ส่งแม่ง(อยากบอกว่ายังมีของเก่าที่แรงกว่านี้มาก แต่เฮียแบนไปเกือบหมด ฉากเครื่องทรมานแบบตระกูลโซโนะซากิน่ะคะ= =) ส่วนวาด สัปดาห์เดียวน่าจะเสร็จ มันก็เพราะอินี่ อนาโตมี่เลยกลายเป็นอนาตูมั่ว(ขอยืมพี่เฟรนด์มาใช้หน่อย) แก้จนกระดายขุยขึ้น(แปดสิบปอนด์วาดเขียนน่ะ จะเอาไรมาก) สังเกตงานดีๆจะรู้ว่าแถไว้หลายจุด
งานนี้ เลยเป็นงานที่ภาคภูมิใจพอๆกับอนาถใจ ชอบนะ ที่ออกมาสวย แต่มันก้ตอกย้ำในความห่วยแตกของตัวเอง
สกิลต่ำ เสือกทำซ่า แนะนำเขาไปทั่ว ตัวเองทำยังไม่ดีเลย ทำไงได้ อินี่มันพวกได้แต่ทฤษฎี ปฏิบัติก็ผีผีคนคน คุมมือตัวเองไม่ได้ แถมงานไปตามอารมณ์ เจริญพรล่ะเอ็ง หน้าแบบนี้หวังเข้าอาร์ตอีกก็ตายหองแน่(แววซิ่วรำไรถ้าไปเรียน โอ้ว อีกสามปี ต้องเลือกคณะแล้วเหรอเนี่ย)
ถ้าพูดถึงเรียนวาดการ์ตูน สนุกพอพอกับกดดัน(อย่างหลังมากกว่านิดหน่อย) ได้เจอคนเก่งๆ ได้เขาแนะนำ แต่ก็กดดัน ว่าเมื่อไหร่ตรูจะทำได้อย่างเขา มีคนบอกว่าเอาตัวเราไปเทียบกับใคร แต่แบบนี้อดไม่ไหวว่ะ ยิ่งเทียบยิ่งรู้ถึงความด้อยฝีมือ แต่ก็ยิ่งเทียบเหมือนคนบ้า เจ็บเล่นๆ เจ็บขำๆ แต่บ่อยเข้ามันก็เฟลได้เหมือนกัน บางทีเข้ากลุ่มด้วยกันที่โรงเรียน มีแต่คนเก่ง ตัวเราฝีมือห่วยอยู่ปลายแถว ถึงจะมีคนบอกว่าเรามีสองมือหนึ่งสมองเท่ากัน แต่ก็แอบค้านนะ ว่าความสามารถมันต่างกัน เฟลได้ง่ายๆกีบเรื่องแบบนี้ เหมือนตัวเองเป็นพวกขี้แพ้ แต่พอนึกถึงตอนที่พยายามลากตัวเองให้มาได้จนถึงตอนนี้ ท้อไม่ลง เลิกไม่ได้ ทำร้ายกับความรู้สึกเกินไปที่จะมาล้มเลิกเอาตอนที่ไปได้กลางทาง เอาล่ะ ยังไงก็จะลากสังขารตัวเองต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงขอบเหวสุดท้ายล่ะนะ ต่อให้รู้สึกว่าถึงทางตันแล้ว ก็เอาสิวะ ตรูจะลุยต่อ ปีนกำแพงไม่ได้ก็ขุดอุโมงค์ไปเลย ยากอาไร้ ขนาดแลปที่ทำโครงงานล่มไปตอนนี้ยังกลับมาชิวได้เหมือนเดิมเลย ชีวิตมันก็แค่เรื่องขำๆ อย่างคิดมาก
เซ็งอย่าง เอ็กซ์ทีนลิมิตต่ำไปนิด ให้แค่ร้อยห้าสิบเคบีต่อไฟล์ ว้อย ต้นฉบับตรูเอสี่เต็มๆแผ่น ขนาดย่อแต่พองามยังตั้งเจ็ดร้อยกว่า ย่ออีกเน่าสนิทเลย เศร้าจิต(กำลังคิดว่าใช้ถังรูปแฮะ)
ตอนนี้ลังเลอยู่ไม่น้อยว่าจะสมัครดีเอดีมั้ย แต่อิเมวาดยังไม่สวย แถมอังกฤษก็เว้าบ่คล่อง เอาไงดีหว่า
อัพเดทสถานการณ์
- ข้อเท้ายังบวมอยู่นิดๆหลังจากตกบันไดไปเมื่อวันอังคาร แต่อาการไม่มีอะไรแล้ว คิดว่าบวมเฉยๆมากกว่า คงเพราะความซ่าจากวันแรกที่เป็น เดินมากเกิน เกือบวิ่งอยู่สองสามหน(ไม่เจียมบอดี้เสียเลย= =''') คนอื่นว่าไม่เจียมสังขาร แต่ก็แหม มันไม่ค่อยเจ็บก็เลยไม่รู้สึกว่าแพลงนี่เคอะ เมื่อก่อนเคยเส้นพลิกตอนอยู่ค่ายก็เดี้ยงอยู่คืนเดียว วันรุ่งขึ้นเข้าฐานผจญภัยแบบหน้าตาเฉย แถมเก็บแต้มมากกว่าเพื่อนอีก(สรุปคือ ด้านไปแล้วนั่นเอง555+)
- ตาขวาบวมจนจะปิดไปแล้ว เอาเจลเย็นๆแปะไว้อยู่ แต่ลำบากว่ะ ทำงานแล้วกะระยะยาก(ตามันแอบเอียงนิดๆน่ะเคอะ แต่แว่นเป็นเลนส์สั้นอย่างเดียว สองตาไม่รู้สึก แต่ตาเดียวนี่ลำบากนิด)
- โดสี่ช่องเหลืออีกสี่หน้า ราฟเสร็จแล้วสอง เหลือว่างๆอีกสอง ต้องถมดำอันที่ลงหมึกแล้วอีกหนึ่ง เตรียมทำกราฟฟิกปกให้ชุมนุม แปลเรื่องน้องใบตอง หาเรื่องกิโมโน ประชุมคอสเพลย์ ช่วยกันตั้งคำถามแฟนพันธุ์แท้ เหลือไรอีกฟระ ไม่อยากดูตารางงานเลย ให้ตาย เดทไลน์โดวันศุกร์แล้ว โอ้วววว สปีดทันมั้ยเนี่ย
- ช่วงนี้เมาอากาศบ่อยมาก(อยู่ดีๆก็เหมือนคนเมา) สมองไม่ค่อยสั่งงาน ประสาทช้า ป๋าหมาก(ปากหมา) ด่ากราดเวลาโมโห สารพัดความสถุลสามารถรวมได้ในคนเดียว แต่เป็นวูบเดียวก้หาย= =''' อารมณ์มันแข่งเวฟกันน่ะค่ะ
เดี๋ยวคราวหน้า ได้สมุดศิลปะคืนมา จะเอางานเผาสองชั่วโมงมาให้ยลกัน เอิ้กๆ(ขาวดำสไตล์รูปนี้ แต่เผามากกก)
โปรเจ็คถัดไป
นอยเทสกิโมโน(แรงบ้าจากการหาข้อมูลกิฯ+เมน์ของเจ๊เมี้ยวในอันดีไฟน์ที่ลงบล็อก)
fade in the rain งานนี้กะใช้จุดด้วย ตายหองแน่ๆ แต่อยากวาดง่ะ
มาสค็อทตัวเอง(ฉลองแสกนเนอร์ 555+ ถ้าทำคงมีศึกชิงเมาส์ปากกากับท่านพ่อแหงๆ)
แต่ก่อนหน้านั้น โดชุมนุมต้องเสร็จ โอ้ววววว ไฟท์โตะเมอิโยะ
