Loki will RULED - เก็บตกอเวนเจอร์

posted on 23 May 2012 18:35 by blackwave directory Entertainment, Diary, Idea

 

 

 

            นานๆทีจะมีเอนทรี่ที่ลงทุนขนาดเขียนดราฟท์ในเวิร์ดก่อน (ฮา) ปกติมีอะไรก็สดเลย เน็ตล่มหายทีมีกรี๊ด

 

 

 

 

 

 

            ได้ไปดูมาซะทีค่ะ อะเวนเจอร์ ฮ่าๆ สดๆร้อนๆรอบแรกสุดของวันนี้เลยที่CTW หลายคนคงอยากทำหน้าอี๋ อีนี่เซาะกราว ไปอยู่ไหนมาถึงเพิ่งมาดูเอาตอนนี้ แหม่ะ ก็มันหาเวลาไปโรงหนังไม่ได้นา O<-< หวั่นๆจะอดดูในโรงไปแล้วด้วยซ้ำ (ถ้าเป็นอย่างนี้จริงๆนี่ช้ำใจตายแน่ๆ อา...) วันนี้เลยเป็น One last Chance จริงๆ ขอบคุณท่านป้าฟริกก้าที่ชวนทำให้ทางสะดวกนะคะ /กราบไหว้บูชา

            แอบเมาท์ซะหน่อยว่ามันเป็นสามสัปดาห์กว่าๆที่ทรมานมากกกค่ะ เราเข้าทัมเบลอไม่ได้เพราะแดชมันจะมีคนรีบล็อกกิฟและสปอยล์และโน่นนี่นั่น บล็อกใครอัพอะเวนเจอร์เราก็ต้องรีบปิดเพราะกลัวสปอยล์ ใครมาสกรีมลงเฟซก็ต้องอ่านผ่านๆหรือไม่อ่านเลยดีที่สุด ทวิตเตอร์บางทีก็ลีฟไทม์ไลน์ไปนานๆเลยเพราะคนในเส้นเวลาเราดูกันครบหมดแล้ว (ฮา) กระอักนัก อยากเก็บรักษาความสนุกของการดูครั้งแรกไว้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ /ปาดน้ำตาแฟนเกิร์ล

 

 

 

 

 

            อะเวนเจอร์เป็นหนังที่เราเฝ้ารอมาหลายปีจริงๆค่ะ ตั้งแต่ไอร่อนแมนสองเข้าโรงนู่น ... (แบบว่าเราบ้าหนังค่ายมาร์เวลจริงๆค่ะ orz ไม่ตามคอมมิคเลยแต่ดันมาบ้าหนัง อา.. นี่มันอะไรก๊านนน) แล้วก็ตามดูตามเก็บมาเรื่อยๆตั้งแต่ธอร์ แคปเม (เรื่องนี้เป็นวีรกรรมวีรเวรมากๆ (ฮา) ไปดูมันตั้งแต่หนังเข้าวันที่สองเลย เป็นหนังเรื่องแรกที่ไปดูคนเดียวด้วย บ่ายวันศุกร์ไม่มีเรียนก็วิ่งไปพรก.เลย ไม่บอกที่บ้านด้วย กร๊ากกก เด็กดีอย่าทำนะ) มีเรื่องเดียวที่ดูไม่ค่อยจบคือเดอะฮัลค์ เหมือนว่าจะได้ดูภาคสองอยู่หน่อยนึงมั้ง นานแล้ว orz (ด้วยเหตุนี้ จะขอไม่พูดถึงฮัลค์เท่าไหร่นะคะ ข้อมูลไม่แน่น เกรงพูดไปจะขายความห้าแต้มเปล่าๆ =v=;;) ซึ่งพอเอามารวมเป็นอะเวนเจอร์แล้ว บอกตรงๆว่าไม่ผิดหวังเลยค่ะ ได้เห็นฉากที่อยากเห็น ไม่ว่าจะฉากตามน้องกลับบ้าน ฉากพี่น้องทะเลาะกัน (ฮา)  เอฟเฟ็กส์ก็ทำออกมาโอเคและพอดี ไอ้ที่ควรใหญ่ก็ใหญ่ ไอ้ที่ควรแต่พองามก็พองามจริงๆ ไม่เหมือนบางเรื่องที่เอะอะก็ขอให้ข้าได้บึ้มไฟลุก อุ๊ย แต่ที่ชอบจริงๆก็น่าจะเป็นลำดับภาพและมุมกล้องค่ะ จังหวะการตัดมันลงตัวและส่งอารมณ์หลายๆอย่างให้รู้สึกตามเนื้อเรื่องได้

 

 

 

 

 

 

            จบพาร์ทภาพรวมที่ดูจะทางก๊านทางการ (เหรอ..) ไปละ ส่วนต่อไปนี้เป็นประเด็นเก็บตกต่างๆที่เราคิดได้ระหว่างการดูหนังนะคะ บางอย่างอาจจะเป็นความเห็นส่วนตัวไปบ้าง อยากเสริม แก้ไข ถกประเด็นอะไร เชิญได้เต็มที่ค่ะ เปิดประเด็นเพราะอยากหาคนคุยด้วยเท่านั้นแหละ (ฮา)

 

 

 

 

            ** ยืนยันว่าส่วนนี้มองด้วยสายตากลางๆ ยังไม่เข้าแฟนเกิร์ลโหมดแต่อย่างใด **

            ** คุ้นๆเหมือนเคยเห็นไม่ต้องแปลกใจ เรียบเรียงจากทวิตเตอร์ของมะเม่ย (นางสาวชอล์กสี @me_meiyo) และเฟซบุ๊คของมะเม่ย ค่ะ อันนั้นอัพตามอารมณ์ (ฮา) **

 

 

 

 

 

 

 

            - อะเวนเจอร์เป็นหนังฮีโร่ที่เริ่มหลุดจากขนบเดิมๆเก่าๆที่ตัวร้ายเอะอะก็มา ย๊าฮ่าาาาาาา กูจะครองโลก อำนาจจงมาหาข้า ไอวิลรูลลลลลล ฯลฯ ตัวร้ายที่ออกลุยตัวแรกในภาคแรก หรือก็คือท่านโลกิของสาวๆ ของพี่ธอร์ มีเหตุผลรองรับมากพอที่จะบอกเล่าว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ ยิ่งถ้าใครดูธอร์ก่อนมาดูอะเวนเจอร์ คาดว่าเกินแปดสิบเปอร์เซ็นเทใจให้ก็อดออฟมิสชีฟและก่นด่าป๊ะป๋าโอดินกันไปแล้วว่ารักลูกไม่เท่าก๊านนนนนน

 

 

            อะเวนเจอร์กลายเป็นมีอะไรมากกว่าหนังแอคชั่นยิงกันตูมตาม พระเอกหล่อๆ (หรือหล่อสู้หุ่นยนต์ไม่ได้หรือไม่หล่อ) นางเอกอึ๋มๆ มีสมองบ้างไม่มีสมองบ้างแล้วแต่เรื่องกันไป เพื่อสนองความรู้สึกต้องการเป็นฮีโร่ที่มีอยู่ในใจคนดูหลายๆคน มันมีปมปัญหา ประเด็นที่ฝากให้คิดกันต่อ มีดราม่า ความขัดแย้ง โดยเฉพาะเรื่องนึงที่เรารู้สึกได้ก็คือเรื่องอีโก้ของตัวละครแต่ละคน ไม่ว่าจะซุปเปอร์โซลเดอร์ เจ้าของบริษัทใหญ่ที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะ เจ้าชายเทพที่เป็นรองแค่พ่อตัวเอง ที่ทำให้เรื่องในช่วงแรกคล้ายเป็นการบอกกลายๆว่า ไม่ว่าจะใครก็ตามก็ไม่มีขาวอย่างกับ #FFFFFF หรือดำเป็น #000000 ต่างคนต่างก็มีส่วนสว่างและส่วนมืดของตัวเอง ผิดกับสมัยก่อนที่โลกหมุนรอบพระเอกหรือฝ่ายฮีโร่ และตัวร้ายก็ร้ายต่อไป ในอะเวนเจอร์ทำให้เรารู้สึกเองด้วยซ้ำ ว่าฝ่ายพระเอก โดยเฉพาะป๊ะป๋าโอดินและคุณพี่ชายที่รักนี่แหละ ที่เป็นคนผลักโลกิจนมาถึงจุดนี้เอง

 

 

            - ตัวละครในอะเวนเจอร์เกือบทุกคนมีการเติบโตจากภาคแยกของตัวเอง (ตรงนี้เรียกสปินออฟได้หรือเปล่า?)

            - เริ่มที่ร่อนก่อน ไหนๆพี่แกก็ออกมาก่อน โทนี่เป็นคนที่มีพัฒนาการมาเรื่อยๆตั้งแต่ภาคแรกนะ แต่ชัดเจนที่สุดในอะเวนเจอร์ ที่เริ่มสลัดคราบเพลย์บอย (หรือเพราะไม่ค่อยมีสาวให้พี่ท่านหลีก็ไม่ทราบ ฮา) คิดเพื่อคนอื่น ทำอะไรเพื่อคนอื่น เลิกทำอะไรแบบโลกหมุนรอบตัวเอง(และสตาร์คอินดัสทรี่)เป็นหลัก (หรือถึงทำก็ไม่เท่าเมื่อก่อน) เริ่มเข้าถึงคำว่าทีมได้มากขึ้นจากที่เคยโดนนาตาชาประเมินไว้

            - รองมาเราของวิจารณ์แคปเม สตีฟเองจะว่ามีพัฒนาการที่ไม่ค่อยชัดนักก็ว่าได้ แต่ถ้าเปรียบเทียบกันกับในแคปเม จากที่เป็นผู้ชายซื่อตรงและจิตใจดี มาคราวนี้รู้สึกว่าเขาจะทันคนมากขึ้น เริ่มมีเหลี่ยมบ้างละ แล้วก็ออกจากมาดหนุ่มน้อย(?)ที่อยู่ในโลกของการป็อปปากันด้า คิดอะไรด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยไลน์คำสั่งอีกต่อไปแล้ว (ถ้าจำไม่ผิด พี่ท่านจะเป็นคนแหกคอกสั่งบินด้วยนี่นะ)

 

            - คนสุดท้าย คนนี้เก็บไว้ท้ายด้วยรักจริงๆ พี่ธอร์ ก็อดออฟธันเดอร์ พี่ชายบื้อๆที่มีกล้ามเนื้อแทนสมอง ฯลฯ( /โดนฟ้าผ่าตายห่ะไปก่อนร่ายจบ) ธอร์เป็นคนที่เห็นพัฒนาการชัดเจนมาก จากเจ้าชายกลายเป็นนายพราน เอ้ย ไม่ใช่ละ จากเจ้าชายที่เอาแต่ใจ ยึดตัวเองเป็นใหญ่ ทำอะไรตามอารมณ์ กร่างเบาๆเพราะพ่อของท่านใหญ่จริงๆ ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง วู่วาม ไม่ค่อยมีหัวจิตหัวใจในเรื่องละเอียดอ่อนเท่าไหร่ ค่อยๆเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ปลายๆเรื่องธอร์ และชัดมากในอะเวนเจอร์ ธอร์กลายเป็นคนที่สุขุมขึ้นนะ ทำอะไรมีเหตุผลขึ้น ฟังคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ยึดตัวเองอย่างเดียว มองอะไรรอบตัว ไม่ได้เหวี่ยงๆโวยๆว่าข้าเป็นเจ้าชายต้องตามใจข้า และที่สำคัญ เราว่าเขามองเห็นปัญหาของน้องชายแล้วล่ะ : )

 

 

 

 

 

            - ส่วนคนที่คิดว่าไม่มีพัฒนาการใดๆเลยหลังจากจบภาคแยกไป ก็คือโลกิค่ะ /เดี๋ยว อย่าเพิ่งชก อ่านก่อนนะโยม อ่านก่อน

 

 

 

            - ในความรู้สึกเรา เท่าที่เห็นคือโลกิไม่ต่างอะไรจากวันที่เลือกจะปล่อยมือในตอนจบของธอร์เลย (อุ๊ย สปอยล์หรือเปล่า //โดนชก) เขายังเป็นเด็กหลงทางที่ต้องการความรัก ความเข้าใจ และคนที่เห็นคุณค่า เห็นตัวตนของเขาที่เขาเป็นเขา

 

            - ถึงจะเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจขนาดจิ้มตาหรือฆ่าคนไปแปดสิบคนในสองวัน วางแผนโน่นนี่นั่น ควบคุมเอาคนนั้นนี้มาเป็นพวก แต่เนื้อแท้แล้ว โลกิก็ยังเป็นเด็ก เด็กหลงทางที่ต้องการการกลับบ้าน ต้องการการยอมรับจากบ้าน หรือ พูดให้เฉพาะเจาะจงไป