[Ori] My only place

posted on 16 Jan 2012 23:39 by blackwave directory Fiction

[Fic]  My only place

[Fandom]  Original (Above our blue sky)

[Rate]  PG-13

[Note] -จริงๆตั้งใจว่าจะเขียนลงเป็นเรื่องสั้นวันคริสมาสต์ แต่ก็ดันเลทมาถึงนี่ซะได้

           - เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้ หากยังไม่ได้อ่านแนะนำให้อ่านก่อน เพื่อความเข้าใจที่ดีและอรรถรสที่อาจได้รับเพิ่มมากขึ้น

 

 

 

 

 

===============================================

 

 

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นเมื่อหล่อนกำลังเช็ดผม หญิงสาวชะงัก มองเครื่องแต่งกายน้อยชิ้นของตนอย่างลังเลจะไปผลัดชุด แต่เมื่อแขกยามค่ำไม่มีความอดทนรอมากมายขนาดนั้น หล่อนก็ส่ายหัวอย่างหงุดหงิดแล้วเดินตัวเปียกไปเปิดประตู

 

 

            ห้องพักหล่อนไม่ใช่ที่ที่จะมีใครแวะเยี่ยมเยือนบ่อย และในเวลาซึ่งผู้คนมักจะใช้มันกับครอบครัวหรือคนรักแล้ว ความน่าจะเป็นของการจะมีคนแปลกหน้ามาหาจึงน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย -- ยิ่งไปกว่านั้น กับนิสัยชอบเคาะประตูทั้งที่มีออดให้กดแล้ว ในบรรดาคนรู้จักหล่อน ก็มีอยู่ได้แค่คนเดียวเท่านั้น --

 

            ปลายนิ้วซีดทาบกับแผงควบคุมด้านข้างก่อนเลื่อนไปปลดล็อก วัสดุกึ่งโลหะสังเคราะห์เสียดสีกับวงกบระหว่างถูกผลักให้เปิดออกจากแรงภายนอก หญิงสาวก้าวถอยหลัง ดวงตาสีฟ้าเข้มหรี่ลงอย่างไม่คุ้น แสงไฟจากทางเดินที่สว่างกว่าภายในอยู่มากโข แต่มันก็เข้ากันดีกับคนที่ยืนอยู่ภายนอก

 

 

 

            รอยยิ้มกว้างสว่างเหมือนแสงแดดแต่เสแสร้งยิ่งกว่ายิ่งดวงอาทิตย์ประดิษฐ์ เขาชูของในมือขึ้น

 

            "คืนนี้นอนด้วยได้ใช่มั้ย" หญิงสาวถอนหายใจกับคำถาม แต่ก็ตอบตกลง

 

 

 

 

 

 

            ร่างสูงกับผมสีสดของเขาดูจะไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศสีทึมในห้องเท่าไหร่ แต่หล่อนก็ไม่ถือ เพราะตัวหล่อนเองก็ใช่ว่าจะต่างกัน

            เท้าสีแทนไล้หลังเท้าขาวซีดของหญิงสาวเล่น -- แต่ออกไปในเชิงก่อกวนมากกว่าจะเย้าแหย่อย่างชู้สาว -- พอชักขาหนี เขาก็ขยับตัวตามมาอย่างไม่ยอมแพ้ ครั้งแรกนั้นไม่เท่าไหร่ แต่สองสามหนเข้า เจ้าของห้องก็ชักจะโมโห

 

            "อะไรนักหนาวะ ไอ้เวรนี่ ถ้าคันนักก็ยกขึ้นมาเกาสิ" หล่อนเอาผ้าขนหนูผืนโตที่ใช้ขยี้ผมฟาดป้าบเข้าที่ไหล่ อีกฝ่ายโอดโอยพอเป็นพิธีก่อนรวบเอวคนข้างตัวเข้ามากอด ร่างผอมกว่าดิ้นขลุกขลักแต่ปลอกแขนแข็งแรงนั้นกลับรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆจนหญิงสาวนึกขี้เกียจจะหนี เจ้าของห้องทิ้งร่างหงายกับพื้น ตามองหลอดไฟสีส้มบนเพดาน -- ส้มเดียวกับสีผมของคนที่นอนทับหน้าท้องหล่อนอยู่ -- ส่วนมือก็สางผมชื้นๆของตัวเองเล่น

            ในความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องใช้ไฟฟ้าเบาๆ และเสียงลมหายใจ ที่แทบจะไม่ได้ยิน

 

            "พุงแกเย็นดีชะมัด" หล่อนโงหัวขึ้น อีกฝ่ายจ้องกลับมา ดวงตาสีเขียวไหวยิบคล้ายสนุกสนาน

 

            "ก็เพิ่งไปว่ายน้ำนี่หว่า มันก็คงยังไม่หายเย็นแหละมั้ง" หญิงสาวตอบเนือยๆแล้วผลักไหล่อีกฝ่าย "ลุก ผมแกมันเป็นตอแข็งๆ ฉันคัน" พอบอกแบบนั้น อีกฝ่ายเลยยิ่งแกล้งเลิกชายเสื้อกล้ามที่หล่อนสวมขึ้นแล้วเอาไถศีรษะกับหน้าท้องขาว กำปั้นจึงทุบเข้าที่ไหล่แทนคำตอบ พอเห็นว่ายังไม่ปล่อยหล่อนเลยชกหนักๆเข้าที่ขมับอีกครั้ง คราวนี้ได้ผล ชายหนุ่มร้องครางก่อนชันตัวขึ้นนั่ง

 

 

            "อะไรวะคอร์ หยอกเล่นแค่นี้ซัดซะเต็มแรงเชียว" เขาลูบหัวป้อยๆ ด้วยกริยาที่ชวนให้ซ้ำมากกว่าจะรู้สึกสงสาร เจ้าของชื่อยิ้มหยัน

 

            "ก็ถ้าไม่เต็มแรงแกจะปล่อยเรอะ" หญิงสาวดีดนิ้วใส่ตอผมสั้นๆที่เหนือกกหูก่อนลากนิ้วขึ้นไปสางปอยที่ยาวกว่าบนกระหม่อม ริมฝีปากสีส้มแดงคลี่ยิ้ม

 

            "ถ้าไม่ได้กะจะไว้ยาวเหมือนเมื่อก่อนก็ไปไถไอ้ที่เพิ่งงอกออกหน่อยเถอะว้า เห็นแล้วรำคาญตา คันด้วย" คอร์ไล้กลุ่มผมสีน้ำตาลออกส้มที่เหลือเพียงแนวกลางศีรษะเล่น

 

            "แกชอบแบบไหนล่ะ ยาวๆเต็มหัวหรือสั้นเป็นหย่อมๆ" ชายหนุ่มถามกลับ

 

            "ไม่รู้ หัวแกไม่ใช่หัวฉัน" หล่อนยักไหล่ สายเสื้อชั้นในสีดำเลื่อนหลุดจากใต้เสื้อกล้ามบนบ่าตกลงมาแถวแนวต้นแขน คนนั่งตรงข้ามมองตามก่อนใช้นิ้วเกี่ยวมันให้กลับขึ้นไป

 

 

            "ระวังตัวหน่อยสิ อยู่ต่อหน้าผู้ชายนะเว้ย" เขาทำเสียงดุ ไม่กี่ครั้งที่จะจริงจังได้แบบนี้

 

            "ทำไมวะ ก็เพื่อนกัน ทีเมื่อก่อนนอนผ้าห่มเดียวกันไม่เห็นเป็นไรเลย" คอร์ว่าอย่างไม่ยี่หระ หล่อนรู้จักฝ่ายตรงข้ามดียิ่งกว่าคนอื่น -- และรู้ลึกเสียจนสามารถไว้ใจได้ไม่ว่ากรณีไหนๆ

 

            "แกจะได้ไม่เผลอทำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น"

 

            "ไม่หรอก นอกจากพวกธันเดอร์เบิร์ดแล้ว ก็มีแกกับเวย์นนี่ล่ะวะที่ฉันปล่อยตัวมากขนาดนี้" หญิงสาวเอื้อมมือขึ้นไปบนโซฟา หยิบผ้าเช็ดตัวผืนโตมาคลุมไหล่แล้วตั้งต้นเช็ดผมอีกครั้ง

 

            "งั้นก็ดี แต่ก็อย่าบ่อยนักเลย ผู้ชายน่ะ ลงว่าตกมันแล้วจะเพื่อนจะเชื้อบางทีก็ไม่เลือกหรอกว่ะ" เขาขยับตัวออกห่าง แต่เจตนาจะหลบหยดน้ำเย็นๆที่กระเซ็นมามากกว่าจะเป็นอื่น

 

            "ประมาณว่าคลำดูไม่มีหางก็เอาแล้วงั้นสิ" หล่อนประชด มือขาวซีดเพราะไม่ค่อยได้พบแดดลงแรงกับศีรษะมากขึ้นอีกหน่อย เส้นผมสีแดงเข้ม สั้นและยุ่งเหยิงโผล่แพลมออกมาตามรอยแยกของผ้า อีกฝ่ายหัวเราะหึ

 

 

            "ตอนนี้ชักจะกลัวว่า ต่อให้คลำดูแล้วรู้ว่ามีหาง ถูกใจก็จะเอาซะแล้วว่ะ" คอร์ชะงัก ก่อนหันหน้ากลับมามองเพื่อนช้าๆ ด้วยกริยาแข็งทื่อไม่ต่างอะไรจากแอนดรอยด์

 

            "ไม่ได้เจอกันสองเดือนกว่า เปลี่ยนกัปตันไปหนึ่งคน ย้ายไปยานอีกลำ เพื่อนฉัน เป็นเกย์ไปแล้วเรอะ" หล่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจอย่างเสแสร้งพร้อมยกมือทาบอก จึงถูกชายหนุ่มผลักหัวจนเกือบหน้าคว่ำ

 

            "ไอ้ห่านี่ พูดซะเสียหมด" เขาด่าอุบ "ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ไม่รู้ว่ะ แค่ มีอะไรให้คิดนิดหน่อย"

 

            "ไปเจอหนุ่มน้อยถูกใจเข้าอะเด้" หญิงสาวกระแซะไหล่เข้าหา สีหน้าล้อเลียนอ้อนมืออ้อนเท้าใช้ประทุษร้ายอีกสักรอบ คนเป็นเพื่อนหัวเราะ แล้วแย่งผ้าขนหนูมาเช็ดผมให้แทนอย่างไม่ค่อยเบามือนัก

 

            "ไม่ใช่เว้ย ก็แค่พักนี้เริ่มคิดอะไรได้นิดหน่อย"

 

            "เจอเพศที่แท้จริงที่ซุกซ่อนอยู่ข้างในเข้าแล้ว ?"

 

            "ไอ้บ้า" เขาแกล้งกระตุกปอยผมสั้นๆที่ท้ายทอยให้คอร์โวยวายเล่น "เรื่องเสป็คต่างหากเล่า"

 

            "หือ" หญิงสาวเอี้ยวหัวกลับมามอง "เปลี่ยนจากสาวน้อยน่ารักบอบบางแต่มีสมองและดูแลตัวเองได้ไปเป็นอะไรแทนแล้วล่ะ"

 

            "อะไรก็ได้ ใครก็ได้ ที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ และอยู่ข้างๆกันไปได้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต" ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ แต่จริงจังที่สุดเท่าที่หล่อนได้ยินมาในค่ำคืนนี้

 

            "ไปเจออะไรมาล่ะ" คอร์หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเพื่อนรัก ผ้าขนหนูชื้นน้ำร่วงหล่นลงมากองบนไหล่ นิ้วซีดเย็นแตะขมับอีกฝ่ายนุ่มนวล

 

            "ก็.. นิดหน่อย" เขาตอบเลี่ยง ก่อนหันหน้าไปทางอื่นแล้วแสร้งเปลี่ยนเรื่อง "ตกลงเอาไงดี เรื่องหัวฉัน"

 

            "อลอนโซ่" เจ้าของห้องลากเสียง "เราเป็นเพื่อนกันนะ" รอยยิ้มอย่างดวงอาทิตย์ประดิษฐ์จึงฉีกออก

 

            "อาห์ ดื่มกันไปคุยกันไปดีไหม" เขาชี้นิ้วไปยังเตกีล่าสองขวดที่หนีบติดมือมาพร้อมกับถุงนอน ตอนที่มาขอซุกหัวให้พ้นค่ำคืนนี้

 

 

            หญิงสาวมองตาม ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ตกลง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            คอร์เนลและอลอนโซ่เป็นเพื่อนรักกัน

 

            พวกเขาไม่ได้รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก หรือมีความทรงจำอะไรน่าประทับใจเมื่อแรกพบหรอก ความจริงแล้ว มันออกจะเป็นความหมั่นไส้แรกเจอเสียมากกว่าด้วยซ้ำ เพียงแต่ทั้งคู่เป็นเด็กเพียงสองคนที่เร่งเรียนให้จบในรุ่นนั้น ในกลุ่มรุ่นพี่ที่อายุมากกว่า คนวัยใกล้เคียงกันจึงต้องเข้าหากันให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ สถานการณ์และการเริ่มต้นอาจไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นัก แต่ท้ายสุดแล้ว เด็กหนุ่มเด็กสาวก็กลายมาเป็นเพื่อนกันจนได้

 

            อันที่จริงแล้ว คำว่าเพื่อน ก็อาจน้อยเกินไปที่จะอธิบายความสนิทสนมและความสำคัญที่พวกเขาให้กัน ซึ่งไม่นับเรื่องที่คอร์เนลเคยค้างคืนในบ้าน -- ในห้อง -- ของอลอนโซ่เมื่อเขากลับไปเยี่ยมแม่ที่อยู่ต่างรัฐ หรืออลอนโซ่ต้องนอนเบียดกับเพื่อนบนโซฟาขณะนอนเฝ้าพ่อของอีกฝ่ายในโรงพยาบาล

            คอร์เนลโตมาอย่างคนไม่มีแม่ ส่วนอลอนโซ่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับผู้เป็นพ่อ การได้ใช้เวลากับครอบครัวของเพื่อนจึงช่วยถมหลุมที่ต่างฝ่ายไม่คิดว่ามีให้ตื้นขึ้นมา

 

 

            ก็ออกจะเป็นความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดดี สำหรับผู้ชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพวกชอบหว่านเสน่ห์หลังจากเรียนจบ กับผู้หญิงที่ไม่เคยสนใจจะออกเดทกับใครเลยไม่ว่าจะก่อนหรือหลังสำเร็จการศึกษา ในสายตาของคนที่เฝ้ามอง มีบ้างที่ช่วยลุ้นให้อลอนโซ่กับคอร์เนลตกลงปลงใจเป็นคนรักกันไปเสียที หลังจากที่เที่ยวเกี้ยวสาวคนนู้น คบหากับสาวคนนี้จนเป็นที่วุ่นวายไปเป็นพักใหญ่ มีแต่คนสนิทกันเท่านั้นที่รู้ ว่าในระหว่างสายสัมพันธ์และมิตรภาพ พวกเขาลืมคำว่าเพศไปหมดแล้ว

 

            ฝ่ายหญิงไม่ได้ขี้ริ้ว ฝ่ายชายก็ใช่ว่าจะรูปชั่วตัวดำ การจะข้ามเส้นแบ่งคำว่าเพื่อนไปจึงไม่ใช่เรื่องน่าเกลียด เพียงแต่คอร์เนลไม่ใช่ผู้หญิงในสายตาอลอนโซ่ และอลอนโซ่ก็ไม่ใช่ผู้ชายในสายตาคอร์เนล

            เมื่ออยู่ด้วยกัน คิดถึงกัน พวกเขาก็แค่ ไม่มีเพศ

 

 

 

            อาจมีบ้างที่หยอกล้อกันเล่นเหมือนคนรัก แต่ทั้งคู่ก็รู้ว่ามันไม่มีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่านั้น แม้แต่ความสัมพันธ์ทางกายที่ต่างรู้ว่า ถ้าขอ มันก็คงเริ่มได้ไม่ยาก เพียงแต่พวกเขา ไม่ทำ

            เท้าของทั้งสองคน เหยียบยืนอยู่บนอะไรบางอย่