2009/Nov/01

คำเตือน ควรอ่านนะจ๊ะ

เฟิร์ส Axis Power Hetalia เป็นการ์ตูนที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง โดยตัวละครมีต้นแบบอ้างอิงมาจากประเทศต่างๆ อาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ล้อเลียนเสียดสี แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ ประเทศ และเหตุการณ์ใดๆที่มีอยู่จริงๆ หากผู้ใดที่ค่อนข้างอ่อนไหวหรือรับไม่ได้ต่อเรื่องแบบนี้ เชิญมองที่กากบาทมุมขวา แล้วกดปิดไปได้เลยค่ะ

เซคกันด์ เฮตาเลียมิใช่การ์ตูนวายแต่อย่างใด กรุณาทำความเข้าใจตรงส่วนนี้ด้วยค่ะ

เติร์ด WARNING - YAOI ALRET เนื้อหาในเอนทรี่นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชายรักชาย ซึ่งเป็นส่วนที่แต่งเติมขึ้นโดยจินตนาการของจขบ.เอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวต้นฉบับแต่อย่างใด หากผู้ใดรับรังสีวายไม่ได้ มองที่ทิศสองนาฬิกา แล้วกดกากบาทปิดเลยค่ะ

โฟร์ท หากจะมาเพื่อเกรียน Please turn around

เข้าใจตรงกันแล้วนะคะ ขอขอบคุณที่อ่านคำเตือนจนจบและปฏิบัติตามค่ะ

 

 

 

 

 

===========================================

[Fic] Mechanical Heart หัวใจจักรกล

[Fandom] Axis Power Hetalia 

[Chapter] 1

[Rate] PG-15

[Gense] AU , (พยายามจะให้เป็น)Drama

[Pairing] ??? X Matthew , ??? X ??? X ???   

[Note] 

- ไตรปรัศนีย์จะเฟดแชปหน้านะคะ=w= แต่จริงๆมันก็เฉลยไปหมดแล้วล่ะ

- มันจะกี่เส้ากันนะ

- สี่เหลี่ยมชวนปวดตับ ฮา

 

 

 

===========================================

 

 

 

Chapter 1

 

 

'บางที ผมคงมีค่าน้อยกว่าเงาของเขา'

 

 


ผู้สร้าง ได้บอกตั้งแต่เมื่อแรกเริ่มลืมตาในฐานะหุ่นยนต์ ว่าเขาไม่ได้เกิดขึ้นมาเนื่องจากเหตุผลทางพาณิชย์ หรือเพียงเพราะอยากได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างมนุษย์ประดิษฐ์ การมีตัวตนของแมทธิว มาจากเหตุผลที่เรียบง่าย เพียงแค่ ความรักของคนสองคนเท่านั้น

 

'คนคนนั้นอยากให้นายใช้ชีวิตแบบธรรมดา ลืมได้ก็ลืมไปเสียเถอะ คำว่ามนุษย์ประดิษฐ์อะไรนั่น ตอนนี้นายคือแมทธิว วิลเลี่ยม น้องชายอีกคนของฉัน' มือใหญ่ทาบสัมผัสบนเรือนผมสีเดียวกับตน

'แค่ดูและตัวเองและอีกฝ่ายให้ดี เท่านี้พวกฉันก็พอใจแล้ว' พี่ชาย ผู้ที่สร้างเขา บอกไว้แบบนั้น

 

'แมท หรือแมทธิว แปลว่าของขวัญจากพระเจ้า แต่ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายขึ้น ชื่อของนายหมายถึงความปรารถนาที่จะให้ผู้รับมีความสุข' รอยยิ้มอบอุ่น แม้แววตาจะฉายแววกังวลใจ
'ฉันหวังว่านายจะเป็นได้อย่างชื่อนั้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถรักษารอยยิ้มของตนเองเอาไว้ได้' เขาได้แต่จดจำ และรับคำไปเพราะความไม่รู้ จนกระทั่งเขาได้พบกับคนคนนั้น ที่พี่ชายบอกไว้ . . .

แมทธิวรู้สึกว่า มันเป็นเรื่องยากเหลือเกิน ที่จะทำให้อีกฝ่ายมีความสุขได้ โดยที่ตนเองไม่ต้องทุกข์ใจ

 


ใช่ว่าคนคนนั้นจะผลักไสไล่ส่งเขา --ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น อะไรอะไรคงจะง่ายดายกว่านี้ -- แมทธิวยังคงได้รับการปฏิบัติตอบดังเช่นมนุษย์ทั่วไป แม้ในช่วงแรกทุกอย่างจะดูขลุกขลักไปเสียบ้าง แต่ทั้งเขาและคนคนนั้นก็คล้ายว่าจะมีความสุขดี
หลายครั้งที่รู้สึกว่า อีกฝ่ายเว้นระยะความสัมพันธ์เอาไว้ สมองกลก็อธิบายว่า เป็นเรื่องธรรมดา ที่มนุษย์จะเว้นระยะห่างไว้สำหรับกันและกัน

'ขืนติดกันเป็นแฝดสยามก็หายใจไม่สะดวกน่ะสิ' น้ำเสียงกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของพี่ชายกับมืออุ่นๆช่วยคลายความกังวลใจของเขาไปได้บ้าง


แมทธิวหวังว่า เมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกันนานขึ้น ช่องว่างนั้นจะแคบลงมาบ้าง ผู้มีร่างเสมือนมนุษย์ไม่ได้คิดว่ามันจะอันตรธานหายไป แต่ก็ไม่ได้คาดว่า จากเส้นคั่นบางๆ จะกลายเป็นกำแพงสูงใหญ่ที่ไม่อาจข้ามไปได้เลย . . .

 

 

เขาเคยคิดว่า อาจเพราะตนเองเป็นหุ่นยนต์ ทำให้อีกฝ่ายไม่อาจคบหาได้อย่างสนิทใจ แต่แล้ว คำตอบของการคาดการณ์คือไม่ใช่ เมื่อเขาได้พบสิ่งที่เรียกว่า ภาพถ่ายแห่งความทรงจำ . . . . .

 

 

มันเป็นรูปหมู่ในวันขึ้นปีใหม่ที่ไม่มีอะไรสะดุดตา แต่บรรยากาศนุ่มนวลในกระดาษอัดน้ำยาเคมีนั้นดึงดูดความสนใจตั้งแต่แรกเห็น . . . .

เขาไม่มีโอกาสได้ถามและไม่คิดจะถาม ถึงเหล่าบุคคลในรูปนั้น เพราะการที่มันถูกใส่กรอบอย่างดี และวางไว้ในจุดที่เห็นได้ชัดที่สุดบนโต๊ะทำงาน ก็น่าจะบอกถึงความสำคัญได้เพียงพออยู่แล้ว

 

 


แต่แล้ว สิ่งที่อยากรู้ก็ได้รับการบอกเล่า ในบ่ายวันหนึ่ง ที่เหมือนกับทุกครั้งที่เข้าไปตรวจสภาพร่างกาย

แมทธิวสังเกตเห็นภาพถ่ายดุจเดียวกันนี้ ได้รับการขยายและแขวนอยู่ในห้องรับแขกที่เขาไม่เคยได้สำรวจ คงเพราะสายตาที่เจือไปด้วยความสงสัยนั้น. . .

 

 

"สนใจเหรอ แมทธิว" ได้ยินเสียงพี่ชายที่เดิมตามมาเอ่ยถาม
"..ครับ" ก่อนที่จะได้คิดคำแก้ตัวอะไรไป ปากที่ไวกว่าสมองกลก็ชิงตอบไปเสียแล้ว

"ถ่ายตอนงานเลี้ยงส่งท้ายปีน่ะ ตอนนั้น.. เป็นครั้งสุดท้ายที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้ากันด้วย" น้ำเสียงพี่ชายฟังคล้ายทอดถอน แต่เพราะความสงสัยที่ถูกจุดขึ้น ทำให้เขาไม่อาจระงับคำถามได้

"ครั้งสุดท้าย . . ." ถ้าตาไม่ฝาด ริมฝีปากของชายที่ยืนข้างเขาสั่นระริก

"ฮื่อ สิบกว่าปีก่อนล่ะมั้ง" เขารู้ ว่าพี่ชายจงใจเลี่ยงคำถาม

"นี่ไง.. ฉัน" ชี้ไปยังเด็กหนุ่มคนหนึ่งในภาพ เรือนผมสีทองสลวยที่ยาวกว่าปัจจุบันถูกรวบมัดไว้อย่างหลุดรุ่ย ดวงตาสีน้ำทะเลยังคงเป็นประกาย กับรอยยิ้มเยื้อนคุ้นตา
พี่ชายที่อยู่ข้างๆ ดูแล้วแทบไม่เปลี่ยนไปจากในภาพถ่ายเลยแม้แต่น้อย ที่เพิ่มขึ้นมามีเพียงความสูงและเคราหรอมแหรม ในช่วงโหมงานจนไม่มีเวลาดูแลตัวเองเท่านั้น
"ส่วนนี้ อัลเฟรด" คนคนนั้นก็เกือบจะไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน เพียงรอยยิ้มกว้างที่หายไป และแว่นสายตาที่เพิ่มขึ้นมา

"แล้วก็.. อาเธอร์" ราวกับเป็นศูนย์กลางของภาพ เด็กหนุ่มผมสีทองร่างแบบบางนั่งไขว้ขาด้วยท่าทางสง่า แม้ติดซีดเซียว แต่ผิวแก้มก็ยังระเรื่อด้วยเลือดฝาด เขายิ้มกว้าง...
และ ถึงจะดูไม่สนใจซึ่งกันและกัน --ฟรานซิสยังคงหยอกเย้ากับเด็กสาวอีกคนที่กำลังเมาได้ที่ -- หากแต่ มือของคนทั้งคู่กลับเกาะกุมแน่น ไหล่ยังคงแนบชิด เหมือนไม่ได้เป็นเพียงแค่มิตรสหายหรือคนรู้จักที่มาร่วมเลี้ยงฉลอง

"โชคดีที่หมอนั่นเมานิดหน่อย ไม่อย่างนั้นคงไม่มีโอกาสได้รูปที่ยิ้มกันทุกคนแบบนี้" ฟรานซิสยังคงเล่าด้วยน้ำเสียงขบขัน แต่แมทธิวกลับจับได้ถึงกระแสประหลาดที่แทรกลึก ดวงตาสีฟ้าเข้มโรยแสง ปลายนิ้วสั่นระริกแตะลงบนกระจกอาบแพรฝุ่น ลากไล้อ้อยอิ่ง กริยานั้นมีแววอาลัยอย่างเปิดเผย

คนสำคัญ . . . . .

 


ถึงกระนั้น สิ่งที่ทำให้คำถามที่ตั้งมาแต่ต้นกระจ่างได้มากที่สุดกลับเป็นสายตาของอัลเฟรด แม้จะเสมองไปทิศอื่น แต่สิ่งเดียวที่นัยน์ตาคู่นั้นจับจ้องกลับเป็นร่างแบบบาง นัยน์ตาสีมรกต

อาจจะไม่รู้ตัว หรือไม่สนใจ ไม่เช่นนั้นก็รู้แต่ทำอะไรไม่ได้ มือของผู้มากวัยกว่าทั้งสองจึงยังแนบกระชับกันต่อไปเช่นนั้น

คงเพราะเช่นนั้น นัยน์ตาสีฟ้าสดของคนในภาพถ่ายจึงได้ฉายแววบางอย่างที่ตัวเองยังไม่รู้จักและไม่เคยเห็นนับแต่อยู่ด้วยกันมา มันเต็มไปด้วยความปวดร้าว คะนึงหา และบางที อาจเปี่ยมไปด้วยสิ่งที่เขาไม่เคยเข้าใจ --ความรัก--

ไม่แน่ว่า อาเธอร์อาจเป็นคนสำคัญของอัลเฟรด . . .


แต่ หากเป็นเช่นนั้น ความสัมพันธ์ของอาเธอร์และฟรานซิสจะเป็นเช่นไร ในเมื่อ คนสำคัญในรูปแบบของคนรักเป็นเรื่องของคนสองคนเท่านั้น หาใช่สาม... สี่.. หรือห้า

 

เขามัวแต่จดจ่ออยู่กับความคิดของตัวเอง จนแทบไม่ได้ยินเสียงของพี่ชายที่กล่าวถึงคนอื่นๆในภาพ
การตรวจร่างกายในวันนั้นผ่านไปได้อย่างไร ก็จำไม่ได้แล้ว แมทธิวรู้แต่ว่า ใจเขาจดจ่ออยู่กับเรื่องนั้น สงสัย... จนไม่อาจเก็บคำถามไว้กับตัวได้

 

แต่ปฏิกิริยาของอัลเฟรดเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการคาดการณ์ ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้วว่าอัลเฟรดอาจจะหงุดหงิดหรือไม่พอใจที่เขาไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเช่นนี้ แต่สิ่งที่เขาไม่ได้พร้อมรับมือคืออารมอันเกรี้ยวกราดและความหมองเศร้าที่ถูกเร้นเอาไว้


"รู้มาจากฟรานซิสใช่มั้ย"
"ค.. ครับ" ครั้งแรก ที่เขารู้สึกกลัวนัยน์ตาคู่นั้น แม้จะเป็นสีฟ้าเช่นเดียวกับพี่ชาย แต่กลับร้อนรุ่ม หาใช่เย็นใจเหมือนมหาสมุทรเลย

อัลเฟรด เหมือนคิมหันต์สีฟ้าคราม เต็มไปด้วยแสงแดดและไอร้อน ที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่หาญกล้าเผชิญอย่างไม่กลัวเกรง

"ไงล่ะ ไปถามอะไรมาอีก รู้อะไรมาล่ะสิถึงได้พูดกับฉันแบบนี้ มือที่สามใช่มั้ย ไปยุ่มย่ามทั้งๆที่เขารักกันล่ะสิ มาทีหลังแต่ก็ยังอยากไปแทรกตรงกลางหรือไง ตอบฉันมาซี่ แมทธิว นายไปซอกแซกจนรู้อะไรมา"
มือนั้น แข็งยิ่งกว่าคีบเหล็ก บีบต้นแขนเขาจนเจ็บ ถูกเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน

"ปล.. เปล่าครับ ผมแค่ไปเห็นภาพถ่ายแบบเดียวกับบนโต๊ะคุณที่บ้านพี่ฟรานซิส เขาเลยเล่าให้ฟังว่าใครเป็นใคร" แววตาของอัลเฟรดเต็มไปด้วยความระแวง ไม่เชื่อถือ
อึดใจหนึ่ง เขาถูกจ้องหน้า --มันคงเป็นช่วงลมหายใจที่ยาวนานมากหากเขาเป็นมนุษย์ -- ดวงตาของอัลเฟรดกร้าวจัดจนนึกหวั่น ดุดันราวกับจะหักคอเขาเสียตรงนั้น แต่แล้ว มือที่ยึดไหล่เขาไว้ก็กลับปล่อยออก

"ต่อไปอย่าถาม อย่ายุ่งกับเรื่องนี้อีก มันไม่ใช่เรื่องของนาย" ชายผมทองทิ้งท้ายก่อนผลุนผลันออกจากที่พักไป

 

แมทธิวจำได้ว่า คืนนั้นอัลเฟรดกลับมาพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่คลุ้งจัดราวกับอาบมันต่างน้ำ เมาหนัก และอาเจียนรดเขาที่ช่วยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
เช้าวันรุ่งขึ้นที่อัลเฟรดตื่นมา เขาก็กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แมทธิวรู้ ว่าชายคนนั้นจงใจทำเป็นลืมเรื่องที่ถูกถาม และเขาก็ไม่โง่พอที่จะพยายามรื้อฟื้นหรือเซ้าซี้ต่อ ทั้งสองยังคงใช้ชีวิตดังปกติเช่นที่ผ่านมา

รอยช้ำที่ถูกบีบรัดเลือนหายไปในเวลาไม่กี่วัน
ทว่า นับแต่นั้น ก็ราวกับระยะห่างของเขาและคนคนนั้นค่อยๆกว้างขึ้น กว้างขึ้น จนเกินกว่าจะเอื้อมถึง

แม้จะอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน แต่ก็ราวกับห่างสุดขอบทวีปก็มิปาน

 

 

 

 


หลายปีต่อมา แมทธิวจึงได้รู้ว่า ความรักมีหลายลักษณะ และหลากความหมาย ไม่จำเป็นต้องจำกัดไว้เพื่อคนสองคน


มนุษย์ประดิษฐ์รู้สึกว่า มันเป็นสิ่งที่ซับซ้อนเกินกว่าหุ่นยนต์อย่างเขาจะเข้าใจ

 

 


แต่อีกสิ่งที่ไม่อาจหาคำตอบได้ ว่าเหตุใดจึงรู้สึกเจ็บปวดนัก ทั้งที่เขาไม่ได้มีก้อนเนื้อที่ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตอยู่ในอกที่เต็มไปด้วยเครื่องกล

กับทุกครั้งที่ระลึกว่า ความทรงจำบางอย่าง ก็สำคัญกว่าสิ่งที่ยังอยู่เป็นปัจจุบัน . . . . .

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC

===========================================

[Postscript]

หนึ่งในบทที่ทำปวดตับ กว่าจะบิวท์ขึ้นได้นี่เกือบร่วงเองเหมือนกัน=w='''' อารมณ์ส่วนตัวมันใกล้จะวูบเองอยู่แล้วอะนะ

แต่ค่อนข้างเหนื่อยกับการปูทางให้ตัวเองเหมือนกัน เวลาคิดคำบรรยายแอบยากค่ะ ต้องระลึกไว้ตลอดเวลาว่าแมทธิวเป็นหุ่นยนต์ แถมเป็นการเล่าจากช่วงที่เกิดใหม่ๆจนถึงปัจจุบันเลยบรรยายแบบที่เคยชินไม่ได้=w='''(มันไปอีกอารมณ์นึงแทน อา~)
ลำบากตรงคำพูด มันอารมณ์ประมาณเกลาจากภาษาคนให้เป็นภาษาหุ่น แล้วตบกลับให้เป็นภาษาคนอีกครั้งOTL
รู้สึกว่าเขียนแล้วขัดๆเหมือนกัน =w='''' ถ้าติดตรงไหน เมนท์บอกกันได้นะคะ อยากได้ฟีดแบ็กเรื่องภาษาค่ะ ตอนนี้รู้สึกว่าสกิลตัวเองกำลังดร็อปลงไป= =

 

แต่ชอบตอนที่พูดถึงภาพถ่ายแบบจริงจัง เขียนพี่ฟรานซ์แล้วเหมือนได้เขียนถึงคนคุ้นเคย ฮา (ก็เจ็ดเรื่องที่ผ่านมาก็มีแต่ฟุตสึเอย์ทั้งนั้นนี่//หัวเราะ)แถมเธอคนนั้นก็ได้ออกมาด้วย

 

อนึ่ง ตอนนี้อยู่ในช่วงปูพื้นค่ะ ก็ อะไรๆอาจจะเวิ่นเว้อไปบ้างเพราะพูดถึงอดีตที่น้องแมทเล่าตั้งเยอะ=w=''' เดี๋ยวบทหน้าก็เข้าสู่สถานการณ์ปัจจุบันแล้วซึ่งท่าทางจะปวดตับแบบอัพเกรด(หลุดอะไรออกไปวะ = =''')

 

สำหรับใครที่เพิ่งได้เข้ามาอ่านบทนี้เป็นตอนแรก สามารถย้อนอ่านบทนำได้ที่Cagetory MechanicalHeart หรือ FanFicctionค่ะ
ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะเอาเรื่องนี้แปะตรงRecommendedดีมั้ย แต่ถ้าแปะหมดที่คงยาวเป็นกิโลแน่ๆ
กะว่า เปลี่ยนธีมใหม่เมื่อไหร่ จะทำเพจFanFiction Contentค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีเวลา ก็อาศัยแบบนี้ไปก่อนน่อ
หรือว่าจะให้ทำลิงค์บทก่อนหน้าไว้ตรงหัวเอนทรี่ด้วยดีคะ คือ ถ้าคิดว่าแบบไหนสะดวกก็บอกกันได้นะคะ จะได้ทำให้ค่ะ

Status: บทที่สามได้ครึ่งนึงแล้วก่ะ บทที่สองน่าจะได้ลงกลางสัปดาห์นี้(มั้ง) ถ้าไม่ติดเรื่องงานนะคะ

 

 

===========================================

[Re;]

วิซ: //หอบกลับ =w=

Penny - san: ขอบคุณที่แอดค่ะ
                       บทนำอาจจะสั้นไปไม่นิด ต้องขออภัยจริงๆค่ะ คือก็อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่เอนทรี่ที่แล้ว ถ้ารวมกันอารมณ์เรื่องมันจะคอนทราสเกิน ก็เลยแยกไว้น่ะค่ะ=w='''' ชดเชยบทนี่ให้ยาวขึ้นหน่อย(ซึ่งคิดว่าบทอื่นก็น่าจะราวๆนี้) โอเคหรือเปล่าคะ
                       ปัจฉิมลิขิต. เดาคู่ไหนไว้คะ//ยิ้ม

พี่เมี้ยว: อรั๊ง ตอนเขียนแรกๆเกือบตายแล้วค่ะ พอภาวะหลงลุงมันครอบงำก็เคลิ้ม~เหมือนกัน ฮา

โก้: พี่ไปตอบในบอร์ดนะจ๊ะ

 

===========================================

 

 

พรุ่งนี้เกรดออกด้วยล่ะ แต่คิดว่าคงจะได้วันมะรืนมากกว่า=w=

เตรียมตัวตายเลยดีมั้ย ฮา ฟิสิกส์กับเลขเพิ่มดิฉันเน่าแน่ๆ รู้ชะตากรรมตั้งแต่ท่านเอาคะแนนสอบเพียวมาบอกในห้องแล้ว

 

ว่าแต่ ไปลอยกระทงที่ไหนดีนะ (ชวนสาวเตรียมไปลอยที่จุฬาดีมั้ย ฮา)

 

 

 

ป.ล. สุดท้ายก็คิสโทเบอร์ไม่ทัน OTL

ป.ล.2 พักนี้ติดเพลงภาษาคุณพี่ทั้งๆที่ฟังไม่ออก คุณเซลีนน์เสียงดีโคตร

ป.ล.3 Fr(Francium)เป็นธาตุที่มีขนาดอะตอมใหญ่ที่สุด แต่ธาตุออวเซียมมีขนาดอะตอมสามเมตร//ทรุด
(ยังจำตารางธาตุได้ไม่หมดเลย ห่าน ควิสอะไรตั้งแต่เปิดเทอมครับ อาจารย์)

ป.ล.4 Are you OK?

ป.ล.5 เคยมีคนพูดไว้ ว่าการลาจากมันไม่มีอยู่หรอก มีแค่คนสองคน จะยินยอมพร้อมใจค่อยๆห่างค่อยหายไปจากชีวิตของอีกฝ่ายเท่านั้นเอง
คำถามคือ ฉันกับแก จะเป็นแบบนั้นด้วยหรือเปล่า
ห่าน จะให้ไปตะโกนตรงหน้าเลยมั้ยว่าคิดถึง อ่านท่าทีกูมั่งเหอะ ไม่ชอบพูดอะไรยาวๆกันต่อหน้าเว่ย

 

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่า...อ่านแล้วรู้สึกเศร้าแปลกๆ ><~
(//โดนเตะ...แหงละ ก็คนเขียนเค้าเขียนให้เศร้าไม่ใช่เรอะ)

ยาวโอเคแล้วค่า...อ่านแล้วอินมากๆเลย

อ่า...เดาคู่ไหน ลองดูจากเรื่องต่างๆที่ท่านอัพไว้คู่รองก็น่าจะเป็นคู่นั้นแหละมั้งคะ ^^" ส่วนคู่หลักก็คงเป็นอีกสองคนที่เหลือ?(ถ้าเราเดาผิดอย่างว่าเราน้า ~ เราแค่เดามั่วๆ ><~)

#1  by  penny At 2009-11-01 20:50, 
ละเอียดมาก ชอบฟิกแบบนี้สุดยอด แต่คำเปิดมาทำเอาสะอึกอึ้กเลยแน่ะ

อัลเฟรดเต็มบาทแลดูพิศาลยังไงไม่รู้ อ๊าง
#2  by  แมวพเนจร At 2009-11-13 19:03, 

<< Home


เม่ย
View full profile