(ไม่ไหวจะเคลียร์ ฟังรอบแรกเกือบน้ำตาร่วง)
(แนะนำให้ให้เปิดฟังนะคะ เพลงดีมาก)
(จริงๆน่าจะแปลOPก่อน)
(แปลจากคำแปลภาษาอังกฤษนะคะ =w= ยังไม่อาจหาญพอทีจะแปลจากภาษาญี่ปุ่นโดยตรงค่ะ)
(ขอบคุณEnglish Translateจากเว็บนี้ค่ะ)
A doll that doesn’t have a heart
Was born from warm hands
It doesn’t laugh
It doesn’t talk, either
I want you to hear my thoughts, too, someday
They won’t become words
But I muster the extent of my strength
Because I know I’m going to live
The doll learned the meaning of the words called “thank you”
But it hasn’t used
Or said them yet
I want you to hear my thoughts, too, someday
Even if they don’t become words
I’ll muster the extent of my strength
Because I’ll tell it you: “Thank you”
Because the wind came out a bit
And pushed my back
I prepared for my journey again
I want you to hear my thoughts someday
They won’t become words
But I muster the extent of my strength
Because I’ll cry, shout, and tell them to you
If I can go to the distant sea someday
To the edge of the world’s edge
If I can make my way to such a place
I wonder how I’ll be able to feel then
Trans :
ตุ๊กตา . . . มันไม่มีหัวใจหรอกนะ
ถึงมือที่ให้กำเนิดนั้น จะอบอุ่นสักเพียงไหน
มันก็พูดไม่ได้
และไม่สามารถหัวเราะได้ เช่นกัน
ฉัน. . . อยากให้คุณได้ยินความคิดของฉัน อย่างน้อย สักวันหนึ่ง
มัน ไม่มีทางกลายเป็นคำพูดได้หรอกนะ
เพียงแต่ ฉัน จะพยายามรวบรวมแรงต้านทาน
เพราะฉันรู้ ว่าฉันยังมีชีวิต
ตุ๊กตา เรียนรู้ถึงความหมายของคำว่าขอบคุณ
แต่มันยังไม่มีโอกาสได้ใช้ หรือได้พูดออกมาในตอนนี้
สักวัน ที่ฉัน. . . อยากให้คุณได้ยินความคิด
ถ้ามันไม่มีโอกาสกลั่นออกมาเป็นคำพูด
ฉัน. . . จะพยายามรวบรวมเรี่ยวแรง
เพราะ สิ่งที่ฉันอยากจะบอก คือ ขอบคุณ . . .
สายลมที่พัดผ่าน
ได้รุนแผ่นหลัง และส่งฉันให้ออกเดินไปข้างหน้า
เตรียมพร้อมกับการเดินทาง อีกครั้ง. . .
ปรารถนาเหลือเกิน ว่าสักวัน คุณจะได้ยินความคิดฉัน
แต่. . . มันคงไม่เป็นคำพูดเป็นแน่
หากฉันจะยื้อเอาไว้จนสุดแรง
เพื่อตะโกนออกไป กรีดร้อง. . . และบอกให้คุณได้ยิน
หากว่า วันหนึ่งเราต้องแยกจากกันจนลับตา
ไปยังสุดขอบโลก
หากว่าฉันสามารถค้นหาเส้นทางได้
ฉันหวังว่า ฉันจะยังสามารถรู้สึกแบบนั้นได้อีกครั้ง
แปลออกมาไม่ค่อยเป็นภาษาเท่าไหร่เลยเนอะ = ='''''
ชอบเพลงนี้มากค่ะ แอบรู้สึกว่ามันโดนตั้งแต่ตอนได้ยินชื่อแล้ว พอได้ฟัง ได้อ่านเนื้อเพลงแล้ว เดจา วู กันแบบสุดๆเลยครับTTwTT
ฟังดนตรีแล้วอารมณ์พร้อมจะจากลากันแบบสุดๆ
สะเทือนใจตรงท่อนแรก ที่บอกว่าตุ๊กตาไม่มีหัวใจ ต่อให้มือที่สร้าง จะอบอุ่นสักเท่าไหร่ก็ตาม
(ฮากกกกกกกกกกก เดจาวูโว้ยครับ เดจาวู หลอนกันไปข้างเลย แมร่งเอ๊ย)
ชอบการ์ตูนเรื่องนี้มากๆค่ะ กันสลิงเกอร์ เกิร์ล ถึงสยามจะแปลชื่อออกมาว่าดอกไม้เพชฌฆาตก็เถอะ(มันก็ไม่ได้เลวร้ายนะสำหรับชื่อนี้)
ใครจะว่าเส้นไม่สวยก็ช่าง ใครจะว่าเส้นเหมือนการ์ตูนตาโตโมเอ้ก็ช่าง กรูชอบครับ
อ่านแรกๆ อารมณ์แบล็กลากูนเวอร์ชั่นโอโตเมะดราม่าชะมัดเลย แต่เรื่องนี้ไม่เถื่อนเท่า
เล่มสองออกมานานแล้ว เล่มหนึ่งก็นานแล้ว ซื้อเก็บไว้ก็นานแล้ว แต่เพิ่งมาพีคหนักเอาช่วงนี้เอง
เพราะเอยูเรื่องนั้นแท้ๆ //โบ้ยไปซึ่งๆหน้า (ได้ข่าวว่านั่นก็ฟิกแก |||= =|||)
ขอบคุณโก้ ที่บอกว่าเรื่องนี้มีอนิเม ทำให้พี่ได้ไปเจอเพลงดีๆนะเคอะ (ไม่งั้นก็คงงมโข่งอยู่นาน//หัวเราะ)
อนิเมทำค่อนข้างสวยเลยล่ะค่ะ ได้ดูไปนิดหน่อย สีหม่นๆ แต่ชอบโอพีจัง พอเอาภาพจริงมาปรับ แล้วบางฉากจริงจะไปตรงกับฉากที่มีในมังงะ อารมณ์มันแบบว่า >>>> (>[]<)
ถ้าไม่ติดอะไร ก็อยากแปลOP ด้วยเช่นกันค่ะ
ป.ล. เรื่องบางเรื่อง ก็เริ่มรู้สึกว่า ไม่ได้ยินเลย ไม่รู้เรื่องเลยยังจะดีซะกว่า
ป.ล.2 เหลือวิธีสุดท้ายที่จะใช้แล้ว ยังไม่เคยเจอใครรักษาด้วยวิธีนี้เลย แต่มันก็คุ้มแหละที่จะลอง
ก็หวังแต่ว่าจะตอบสนองต่อยาบ้าง ละนะ
(เม่ยไม่ได้เป็นอะไรหรอก เพราะคนที่เป็น ไม่ใช่เม่ย)
ป.ล.3 แต่การอยู่ใกล้แหล่งที่สุดก็ลำบากใจจังว่ะค่ะ ไม่อยากรับโทรศัพท์ ไม่อยากตอบคำถามของพี่ๆน้องๆเลย
ป.ล.4 ถ้าทำอะไรไม่ได้ ก็ Que sera sera อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ก็แล้วกัน (แต่บางครั้ง เอาหัวไปซุกอยู่กับโลกจินตนาการมันก็ช่วยได้เหมือนกันนะ<<ออกแนวหนีความจริง<<แค่อยู่กับอะไรที่ทำให้สบายใจขึ้น เท่านั้นเองแหละน่า)
ป.ล.5 เอาอะไรบางอย่างมาโปรย แกล้งใครบางคนเล่นๆ //โดนตบกระเด็น
"ก็รู้ไม่ใช่หรือไง ว่าฉันคนนี้ อยากได้อะไรแล้วต้องหาทางทำให้มันกลายเป็นของตัวเองให้ได้"
เจ๊ฟรานเชสก้า
"ความรักน่ะ ไม่ใช่อะไรที่นึกว่าจะได้ก็ได้เลยหรอกนะ"
ฟรานซิสกับคุณน้อง
"เขาเป็นคน ไม่ใช่สิ่งของ"
พี่น้องบองโฟวาร์
"ผมมันก็แค่เศษเหล็ก ที่มีพลังงาน มีเปลือกหุ้มเท่านั้นแหละครับ"
น้องแมท
"ไม่มีใครแทนที่เขาได้ รู้เอาไว้ซะ"
เด็กมีปัญหา
"อาการแบบนี้ ผมผิดปกติใช่มั้ย"
แมทธิว
"คนบางคน ไม่ได้บทเรียนไม่มีวันรู้สึกหรอก"
พี่ชาย
"แค่เศษข้อมูลไร้ความหมายพวกนั้น อยากให้ฉันช่วยลบแบบไม่มีทางกู้คืนเลยมั้ย จะได้ตัดขาดกันไปอย่างสมบูรณ์เลย ยังไงเขาก็ไม่มีความหมายต่อนายอยู่แล้วนี่"
พี่สาว
"คนผิดมากที่สุด อาจจะเป็นฉัน ที่สร้างเขาขึ้นมา"
พี่ชายอีกทีนึง
"ถ้านายยังมีชีวิตอยู่ นายจะทำอย่างไรกับเรื่องพวกนี้"
คุณพี่ชายพูดกับรูปพี่สะใภ้
"มันคงไม่ใช่ความรักหรอกครับ เป็นแค่เศษซากความรู้สึกที่กระจัดกระจายเท่านั้น"
แมทธิว
ผมแค่อยากได้ยินคุณเรียกชื่อผมบ้าง . . . . .
//ตายดิ้นกับประโยคสุดท้าย
ใครสะดวกใจจะเดาก็ตามเสบย =w=
(Prologue มันสั้นอภิมหาสั้นเลยค่ะโก้)
(เดี๋ยวบทที่หนึ่งเสร็จเมื่อไหร่ จะค่อยลงบทนำนะคะ =w=)
(เจ๊เขาเจ๊จริงๆเนาะ ชักจะไม่อยากให้กินแห้วซะแล้วสิ)
(เปลี่ยนแพร์กันวินาทีสุดท้ายดีมิ //โดนตบ)
(หรือจะมีACดี =w=)
(ถ้ามีนี่โลกจะกลมเกินไปแล้ว)
(เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ต่อให้AKYมันก็หล่อได้ถ้าพูดถูกเวลา//หัวเราะ<<แต่ก็สู้คนแก่บางคนไม่ได้ รายนั้นหล่ออมตะ กร๊ากกก)
(ควรสงสารเด็ก หรือสงสารคนแก่ดี =w=)
