คำเตือน ควรอ่านนะจ๊ะ
เฟิร์ส Axis Power Hetalia เป็นการ์ตูนที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง โดยตัวละครมีต้นแบบอ้างอิงมาจากประเทศต่างๆ อาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ล้อเลียนเสียดสี แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ ประเทศ และเหตุการณ์ใดๆที่มีอยู่จริงๆ หากผู้ใดที่ค่อนข้างอ่อนไหวหรือรับไม่ได้ต่อเรื่องแบบนี้ เชิญมองที่กากบาทมุมขวา แล้วกดปิดไปได้เลยค่ะ
เซคกันด์ เฮตาเลียมิใช่การ์ตูนวายแต่อย่างใด กรุณาทำความเข้าใจตรงส่วนนี้ด้วยค่ะ
เติร์ด WARNING - YAOI ALRET เนื้อหาในเอนทรี่นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชายรักชาย ซึ่งเป็นส่วนที่แต่งเติมขึ้นโดยจินตนาการของจขบ.เอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวต้นฉบับแต่อย่างใด หากผู้ใดรับรังสีวายไม่ได้ มองที่ทิศสองนาฬิกา แล้วกดกากบาทปิดเลยค่ะ
โฟร์ท หากจะมาเพื่อเกรียน Please turn around
เข้าใจตรงกันแล้วนะคะ ขอขอบคุณที่อ่านคำเตือนจนจบและปฏิบัติตามค่ะ
===========================================
[Fic] If we hold on . . .
[Fandom] Axis Power Hetalia
[Rate] 18+
[Pairing] Francis X Arther
[Note]
- ฟิกที่ตั้งใจจะลงตอนวันเกิดคุณพี่ แต่จนแล้วจนรอดกลับมาเสร็จเอาเกือบหนึ่งเดือนให้หลัง จริงๆอ่านไปก็ได้มั้ง เพราะธีมเกี่ยวกับวันเกินมีอยู่กระจึ๋งเดียว
- ทั้งภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสป่วงมาก อาศัยกลูเกิ้ลทรานส์ช่วย หากพบข้อผิดพลดโปรดชี้แนะจักเป็นพระคุณยิ่ง
- ได้ข่าวว่าไอ้คนเขียนมันเพิ่ง16หมาดๆ= =''''''
===========================================
ถ้าเวลาผ่านไป
มือของเรา จะเกาะกุมกันแบบนี้ไปตลอดหรือเปล่านะ
ฟรานซิส . . .
"เราจะเป็นแบบนี้จนถึงเมื่อไหร่นะ" เขาเปรยแผ่วยามยกแก้วจรดริมฝีปาก สายตาเจ้าบ้านที่มองกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและคำถาม
"แบบนี้ ที่ว่า มันคืออะไรล่ะอาเธอร์" เอ่ยย้อน รินไวน์ให้ตนเองแล้วละเลียดเสพ
"ไม่ต้องมาแกล้งโง่ ฟรานซิส" ผู้มาเยือนพยายามใช้น้ำเสียงจริงจัง น้ำเมาในขวดพร่องไปอีกครา เจ้าของนามหัวเราะเบา
"งั้น. . . ถ้าให้ฉันคิดเอง . . " คำพูดที่เหลือถูกกลืนลงลำคออีกฝ่าย อาเธอร์เคลื่อนกายขึ้นมานั่งบนหน้าขาของอดีตพี่ชายข้างบ้านก่อนกดริมฝีปากอย่างหนักหน่วง จุมพิตหวานร้อนด้วยรสเมรัยซ่านลิ้นก่อนจางหาย
"ใบ้ให้แค่นี้ พอหรือยัง" เรียวลิ้นกระหวัดแตะริมฝีปาก ชายชาวฝรั่งเศสยิ้มด้วยตา
"แจ่มแจ้งแล้วล่ะ"
กลีบปากสวยโน้มแนบจุมพิตอีกครั้ง เขาเห็นดาราสีมรกตกระพริบแสง มือเรียวประคองผิวแก้มเขาไว้ เช่นเดียวกับมือของตนที่เหนี่ยวยึดช่วงเอวอีกฝ่าย เรียวลิ้นแลกเปลี่ยนถ้อยความคิดเนิ่นนาน กว่าลมหายใจห้วงหนึ่งจะหมดลง
"ปีนี้อธิษฐานอะไรไปแล้วบ้าง" ร่างบางเลี่ยงถาม ดวงหน้าแหงนเงยรัมสัมผัสแผ่ว
"ยังไม่มีสักข้อ" ฟรานซิสขบริมฝีปากบนคอขาว เขาแกล้งกระซิบพร่าริมหู
"ว่าจะขอนางฟ้าตอนใกล้เที่ยงคืน" จูบซ้ำอีกครั้ง ปลายนิ้วที่ยึดไหล่กว้างจิกแน่น สะกดอารมณ์พล่านพร่า
"รอเวลานัก ระวังเถอะ นางฟ้าจะเปลี่ยนใจไม่ให้รู้ตัว" นัยน์ตาสีไพรพิษวาววับเจ้าเล่ห์ ชายชาวฝรั่งเศสยิ้มร้าย
"งั้นต้องดึงความสนใจไว้ก่อนสินะ"
ทั้งคู่ประสานหัวเราะ เขาโน้มเหนี่ยวร่างอีกฝ่ายแนบใกล้ แลกเปลี่ยนลมหายใจอีกครั้ง กลีบปากบางเผยอน้อย ตักตวงลมหายใจก่อนบรรเลงรักครั้งใหม่ที่ไม่มีผู้ใดปฏิเสธ
ฟรานซิสทาบมือบนเสื้อตัวบาง ไออุ่นที่แพร่ผ่านพาให้กายสะท้านไหว เรียวนิ้วกระหวัดแกมหยอกผ่านเนื้อผ้าปลุกอารมณ์ลึกให้เริงเร่า ผู้ถูกกระทำกัดปากอย่างนึกฉิว สุภาพบุรุษเมืองผู้ดียกแขนหนึ่งโอบรอบลำคอของอดีตพี่ชายข้างบ้าน กลีบปากโน้มแนบ บดเบียดคลึงเคล้นเพียงรู้รสก็ผละจาก
ริมฝีปากอุ่นเคลื่อนตาม หากแต่สิ่งที่แตะประทับเป็นเพียงปลายมือ นัยน์ตาสีมรกตหรี่ลงอย่างนึกสนุก
"อย่าใจร้อนนักสิ"เขาเอ่ยเย้า เสียงหัวเราะในลำคอกับสัมผัสที่กดแน่น เรียงไล่ทุกเรียวนิ้ว
"แต่เย็นไปคงไม่ดี" จมูกโด่งไซร้ซอกคอขาว ลมร้อนรดผิวไวสัมผัสจนสะท้านอ่อน เขาค่อยปลดกระดุมอีกฝ่าย
"ค่อยๆสนุกกันไปก็แล้วกัน"
เปลื้องอาภรณ์แช่มช้า สลับจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงพร่ำกระซิบแผ่วไม่อาจแยกได้ว่าภาษาใด คลอไปกับเสียงนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ก้าวเดินอย่างเที่ยงตรง
ชายชาวฝรั่งเศสจุมพิตอีกครั้ง รสชาติของไวน์ที่ค้างลิ้น กรุ่นกำจายทั่วโพรงปากชวนให้มัวเมาใหลหลง มืออุ่นป่ายปะ ไล้ลากตามแผ่นอกขาวใต้ผ้าผวยที่ลุ่ยหลุด เขากรีดนิ้วคลึงวาดผ่านยอดอก เสียงครางกระเส่าแว่วหวานชวนสำราญนัก
"ยังจำนาฬิกาเรือนนั้นได้มั้ยอาเธอร์" อดีตพี่ชายข้างบ้านกระซิบถามขณะคลึงริมฝีปากตามแนวคาง อากัปกริยาที่เบียดกายเข้าหาพาให้ลอบยิ้มอยู่ในจินต์
"เรือ.. น ไหน . ." คำตอบห้วงขาดวิ่น ตกหล่นสำเนียงภาษาด้วยแรงปรารถนาที่ทวีตามอักษร ดวงหน้าขึ้นสีเรื่อซบแนบบ่ากว้าง ร้อนผะผ่าวไม่ผิดอะไรจากกายผู้ให้อิงแอบ
"เรือนที่ตั้งอยู่ในห้องนี้ไง" เรียวฟันขบเม้มริมหู อาเธอร์สะดุ้งแผ่ว จิกปลายเล็บบนอุ้งมือระงับความซ่านที่เต้นระริก หากแต่นิ้วอุ่นกลับแทรกสัมผัสอย่างนุ่มนวล
ฟรานซิสค่อยประสานมือแช่มช้า จูบแผ่วบนผิวแก้มอย่างอ่อนโยนจนแรงเกร็งลดหาย เขายิ้มจาง
"ฉันยังจำได้อยู่เลยนะ ของขวัญชิ้นแรกที่นายให้ ตอนที่ฉันสร้างบ้านหลังนี้" ปลายนิ้วเกลี่ยลาดไหล่แผ่ว อาภรณ์ขาวทิ้งตัวลงกรอมสะโพกตามแรงโน้มถ่วง
"ผ่านมาหลายร้อยปีแล้วก็จริง แต่ มัน . . ยังเดินอยู่เลยล่ะ"
อาเธอร์ยิ้มด้วยตา กระชับการเกาะกุมแน่นในอุ้งมือใหญ่
เวลาของเรา ยังคงเดินไปพร้อมกัน . . .
แลกเปลี่ยนคำพูดด้วยปลายลิ้นอีกครั้ง ความร้อนรุ่มซ่านกาย ทั้งจากรสรักและฤทธิ์เมรัย เบียดบังอากัปกระดากที่เคยมีจนหมดสิ้น นัยน์ตาสีมรกตปรือปรอยฉ่ำหวาน ร่างบางเอนตัวบนเก้าอี้ยาว พร้อมรั้งให้อีกฝ่ายโน้มกายตาม เรียวขากระหวัดเกี่ยวสะโพก ส่วนกลางความรู้สึกเบียดชิดเสียจนไม่อาจปิดบังความปรารถนาส่วนลึกได้ ฟรานซิสค้ำกายเหนืออีกฝ่ายด้วยมือเดียว นัยน์ตาสีสมุทรหรี่เจ้าเล่ห์
"ไหนว่าไม่อยากรีบร้อนไง" กระซิบพร่า ได้กลับมาเพียงรอยยิ้ม
"แค่นี้เรียกกำลังดีต่างหาก" รั้งเข้าหา คลึงเคล้าดวงหน้าด้วยจุมพิตแผ่ว ไล้ผ่านผิวแก้มก่อนเปรยหวานริมหู
"แต่ถ้าจะเร่งเครื่องมากกว่านี้ก็ไม่เลว" ฟรานซิสหัวเราะ เขาปลดเครื่องแต่งกายของตนบ้าง
ต่อให้ผ่านมากี่ร้อยปี เขาก็ตามอารมณ์ของอดีตน้องชายตัวดีไม่เคยทัน . . .
อาภรณ์ชิ้นแล้วชิ้นเล่าร่วงหล่นลงพื้น ยิ่งผิวกายเสียดสีสัมผัสกันและกันมากเท่าไหร่รักที่รุมทรวงก็ยิ่งรุนแรงทบเท่าทวี
ชายชาวอังกฤษไม่รู้ว่าตนเสียสติไปตั้งแต่เมื่อไหร่ จะกลีบปากผะผ่าว หรือฝ่ามือที่ร้อนรุ่ม เขาไม่อาจแยกแยะได้ว่าสิ่งใดเปรอปรน จรดสัมผัสบนกายตนอยู่ขณะนี้ เสียงครางหวานยิ่งกว่าสาวแรกรุ่นกรีดก้องให้ได้ยินเพียงสอง อาเธอร์เพียรเบือนหน้าหลบด้วยสัมปชัญญะที่เหลือเพียงน้อยนิด หากแต่อดีตพี่ชายกลับเหนี่ยงรั้งไว้ด้วยปลายมือและเรียวลิ้น รสหวานร้อนที่กรุ่นอกคลึงเคล้าจนแทบบ้า เขาเบียดสะโพกแนบชิดอีกฝ่าย ลำขากระหวัดแน่น บดสัมผัสบอกความต้องการส่วนลึกราวกับหญิงร่านรัก
ร่างเพรียวหายใจหอบ แทบบิดกายเร่าเมื่อเรียวลิ้นชื้นละเลียดยอดอก กลีบปากขบแผ่ว เชยชิมรสชาติชวนถวิลหา อาเธอร์รู้สึกราวกับสมองของตนว่างเปล่า ยิ่งความรู้สึกนั้นเรี่ยไล่ลงต่ำ กลีบกุหลาบบอบบางผลิบานใต้ผิวกายสีงาช้าง ความร้อนจากกลางกายโหมหนักเพียงลมหายใจผ่าวกรุ่นไอเหนือหน้าท้องแบนราบ
คมฟันกดย้ำบนผิวอ่อน ราวกระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างเมื่อตรารักประทับแนบ ฟรานซิสย้ำจูบเหนือท้องน้อย จงใจลงลิ้นใกล้บริเวณไวสัมผัสให้ร่างข้างใต้ได้บ้าคลั่ง แรงจิกทึ้งที่กลุ่มผมบ่งบอกความสำเร็จได้อย่างดี
ขาเพรียวเบียดชิดก่อนงอเหยียด ปลายเท้าจิกแน่นบนผิวผ้าหวังระงับใจและปากตนมิให้วอนขอ หากแต่อารมณ์ลึกกลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น
อาเธอร์ผงกกายขึ้นพร้อมรั้งร่างสูงไว้ด้วยริมฝีปาก รุกเร้าด้วยยิ่งกว่ากระหาย แขนหนึ่งเกี่ยวกระหวัดไว้แนบแน่น เขาเลียดริมหูแผ่วก่อนเอ่ยถ้อยที่ไม่ดังไปกว่ากระซิบ
".. . Please ..."
ฟรานซิสยิ้มเยื้อน ปุจฉากลับด้วยเสียงเบาไม่แพ้กัน
" Que voulez-vous ? .. . Che'ri . . . "
" Vous " ราวหลงลืมแม้กระทั่งตัวตนจนต้องเอ่ยวิสัชนาด้วยภาษาของอีกฝ่าย อาเธอร์กดริมฝีปากหนักอีกครั้ง ลิ้นร้อนกวาดลึกจนแทบบ้าคลั่งด้วยพิษรัก ฤทธิ์ร้ายแผ่ซ่าน ชวนมึนเมายิ่งกว่าเมรัยหลายสิบจอก
เข็มขัดถูกปลดออกแต่เมื่อไหร่เขาก็จำไม่ได้ ความรู้สึกโล่งว่างเลื่อนไหลตามเรียวขาวช่วยรั้งสติที่หลุดลอยให้กลับมาเพียงน้อยนิด ดวงหน้าซ่านสี รู้สึกผะผ่าวคล้ายจะเป็นไข้เมื่อชั้นในตัวบางพ้นจากข้อเท้า เนื้อผ้าที่ลากผ่านแผ่วชวนสะท้านด้วยความปรารถนาที่ถูกป่วนปั่น อากาศเย็นและซัคคิวบัสตัวร้ายคืบคลานขึ้นจากปลายขา ทิ้งจุมพิตละมุนอาบพิษร้ายไว้เหนือข้อพับ
ลมหายใจสะท้านเมื่อเข่าทั้งถูกรั้งชันขึ้น เพียงวูบหนึ่งที่อยากร้องห้าม แต่สบนัยน์ตาสีสมุทรแฝงแววเจ้าเล่ห์ที่ช้อนเงย เรี่ยวแรงตลอดจนความคิดก็มลายไปจนหมดสิ้น กายสูงเบียดแทรกใกล้ ขาทั้งสองต้องขยับแยกมากขึ้นอีก กดริมฝีปากประทับ
ตรารักไม่ต่างจากบนร่าง รอยจูบเข้มจารึกแน่นบนขาขาว และคงเด่นชัดไปอีกนานวัน
เรียวนิ้วหยอกล้อกับส่วนไวสัมผัส สองมือแตะแผ่วก่อนกลีบปากจะครอบครองความต้องการจนหมดสิ้น
ลิ้นร้อนไล้เลียยิ่งกว่ารู้งาน ฟรานซิสกดจูบที่ซอกขา ซอนริมฝีปากกลืนลึกจนเจ้าของร่างหวีดสูง แผ่นอกสะท้านไหวจากแรงหอบ แก่นกายขืนแข็งด้วยความต้องการที่ทวีขึ้น เสียงหวานกรีดก้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือบางควานเปะปะก่อนถูกเกาะกุมอีกครั้งจากอดีตพี่ชายข้างบ้าน บีบแน่นด้วยคลื่นอารมณ์พร่าพล่าน ลมหายใจถี่ระรัวเครือด้วยเสียงคราง ก่อนทุกสิ่งทุกอย่างจะถะถั่งออกมาพร้อมกับธารอารมณ์สีขุ่น
อาเธอร์ไม่อาจมองเห็นได้ว่าฟรานซิสแสดงสีหน้าแบบไหน ดวงตาสีมรกตของเขาพราวพร่างด้วยหยาดน้ำ และพร่ามัวจากไฟปรารถนา ผ่อนลมหายใจได้เพียงชั่วครั้ง ก่อนการโลมเล้าจะเริ่มต้นใหม่
เขาถูกจูบอีกครั้ง ของเหลวที่ค้างอยู่ในโพรงปากถูกถ่ายทอดมายังเจ้าของ กลิ่นคาวและรสขื่นไหลผ่านลำคอก่อนตามด้วยเรียวนิ้วที่สอดแทรก กระหวัดลิ้นตอบรับอย่างเผลอไผลจนชื้นชุ่ม
ฟรานซิสรั้งปลายมือออกช้า เลื่อนลงสัมผัสต้นขาที่ชื้นด้วยละอองเหงื่อและหยาดปรารถนา ลากนิ้วสัมผัสเรียดซอกขาก่อนไล้วนใกล้ช่องทางด้านหลัง
กายเบื้องใต้เกร็งขึ้นอย่างไม่อาจห้าม ลมหายใจที่หอบถี่พาให้อดีตนักเล่นรักแย้มละไมก่อนจรดริมฝีปากบนมือบางที่เกาะกุม เป่าลมหายใจร้อนตามเรียวแขน
" ... Ne vous inquie'tez pas. . . Che'ri.. (Don't worry, darling) "
ดวงหน้าชื้นเหงื่อแดงซ่าน อาเธอร์กระตุกมือรั้งอีกฝ่ายเข้าหาก่อนซุกหน้ากับลาดไหล่
" .. . Tender, please "
ฟรานซิสยิ้มจางก่อนมอบจุมพิตแผ่ว
". .. Bien.. (Okay) "
นิ้วยาวค่อยแทรกสอดเมื่อแรงเกร็งละหาย สัมผัสแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างทำให้อาเธอร์กระตุกกายด้วยความซ่านเสียว หยดน้ำตาร่วงหล่นเมื่อฟรานซิสเริ่มขยับ หมุนวนและกดย้ำสัมผัสเนิบช้า เขาครางสูง ความปรารถนาที่ได้รับการปลดปล่อยเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งและรุนแรงกว่าก่อน หอบหายใจ มือเท้ากดแน่นบนผืนผ้า แรงนั้นส่งผ่านไปถึงด้านในและตอดรัดเรียวนิ้วอย่างมิอาจห้าม
ชายชาวฝรั่งเศสรู้สึกถึงความร้อนในกายตนทวีสูงขึ้นไม่แพ้อีกฝ่าย อุ้งเชิงกรานปวดหนึบ แก่นกายแข็งตึงและเบียดแน่นกับเนื้อผ้า ยิ่งเคลื่อนนิ้ว มอบสัมผัสให้ร่างเบื้องใต้มากเท่าไหร่ ก็ราวกับเร่งเร้าความรู้สึกของตนมากขึ้นเท่านั้น
ฟรานซิสผ่อนแรงช้า ประสบการณ์ที่ผันผ่านเตือนว่าอาเธอร์ใกล้จะถึงฝั่งฝันเป็นครั้งที่สอง ร่างบางครางในลำคออย่างขัดใจ หยาดเหงื่อซึมชื้นทั่วร่าง นัยน์ตาสีมรกตช้อนขึ้นมองอดีตพี่ชายข้างบ้าน วูบหนึ่งที่รู้สึกอยากบริภาษ หากแต่แววไหวที่เต้นระริกในคลื่นสมุทรทำให้เขาเข้าใจอะไรยิ่งขึ้น
ร่างบางงอขา แล้วรั้งข้างหนึ่งชิดอก ยิ้มฉาบบนเรียวปากขณะหรี่ตาลงเย้ายั่ว
" ... . . Whatever you want .. ."
".. . Merci . .. "
หวิวโหวงกึ่งโล่งใจเมื่อเรียวนิ้วถอนออก อาเธอร์ผ่อนลมหายใจช้าๆ แม้ตนจะเอ่ยปากเช่นนั้น แต่เลือดร้อนก็ยังวิ่งไปกองที่หน้าเพียงยินเสียงรูปซิปแว่วเข้าโสต สัมผัสอุ่นที่เกาะกุมหลุดลอยไปอีกครั้งก่อนแนบชิดกว่าเก่า
ฟรานซิสค่อยแทรกกายนุ่มนวล มือข้างที่ปราศจากการเกาะกุมโอบประคองร่างบางแนบแน่น แม้จะทะนุถนอมแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกถึงสัมผัสแสบร้อนที่แผ่นหลัง เสียงครางสั่นริมหูบ่งถึงความทรมานที่เกิดจากเขา
เพียงชายชาวฝรั่งเศสขยับ อาเธอร์ก็รู้สึกราวกับร่างกำลังถูกแยกออกเป็นสองส่วน เขาหอบหายใจถี่ ความอึดอัดคับแน่นจากเบื้องล่างไม่อาจระบายทางใดได้นอกจากฝากรอยเล็บบนผิวของอีกฝ่าย มือเรียวบีบแน่นเข้า ส่ายสะบัดดวงหน้าแรงหลายครั้งพร้อมเสียงคราง ริมฝีปากผ่าวจากเบื้องบนแนบจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อปลอบประโลม
ภายในกายของอดีตน้องชายข้างบ้านมีแต่ความร้อนรุ่ม แม้พวกเขาจะเคยมีความสัมพันธ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าผิวอุ่นที่โอบล้อมยังคงรัดรั้งยิ่งกว่าดรุณีแรกแย้ม ฟรานซิสพบว่าเป็นเรื่องยากเมื่อต้องระงับใจตนทุกครั้งที่เคลื่อนไหว ฟันขบแน่นสะกดความปรารถนาที่จะฝังกายลึกกับผืนป่าแห่งเกาะบริเตน
แต่เพียงชั่วครู่ พิษรักก็ซ่านกระจายพาให้ละลืมความเจ็บปวด ทิ้งสิ้นทั้งศักดิ์ศรี อาเธอร์ครางทุกครั้งที่ถูกสัมผัส รัญจวนยิ่งกว่าสาวรุ่น ลมหายใจร้อนและภาษาต่างสำเนียงที่พร่ำรักสะท้อนในอก มือที่กอดก่ายกันและกันบีบคั้นความรู้สึกส่วนลึกให้โลดเร่าแทบบ้า มัวเมาในรสเสน่หายากจะต้านทานไหว สติเตลิดหายด้วยรสรักที่ถูกปรนเปรอแนบชิด
เขาจูบกัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้หน่าย อารมณ์พิศวาสช่างประหลาดนัก รุนแรงและละเอียดอ่อนยิ่งกว่าความรู้สึกอื่นเป็นไหนๆ พริบตาหนึ่งเขาถูกบดขยี้ เพียงลมหายใจต่อมากลับแนบกลีบปากผะแผ่วทะนุถนอม คำหวานพร่ำกระซิบทุกครั้งที่เว้นว่าง
"รัก" เลือดร้อนไล่ขึ้นจนหน้าก่ำสี อดีตพี่ชายข้างบ้านหัวเราะเบาก่อนแนบสัมผัสละมุนละไมบนหน้าผากมน
ครั้งหนึ่งเขาเคยรัก . .. .
และยังคงรัก เช่นปัจจุบันนี้ ตราบชั่วนิรันดร์
ชายนักรักกระทั้นกายลงอีกครั้ง กดแรงลึกจนแทบหลอมละลายเป็นหนึ่ง อาเธอร์หวีดสูง ภาพที่ผ่านนัยน์ตาพร่างพราวด้วยเพลิงปรารถนาที่ใกล้ถึงปลายฝัน เขาเบียดกายเข้าหาอย่างร้อนเร่า หอบหายใจหนักหน่วง โผนไล่ไขว่คว้าดวงดาวโชนแสงที่ฟ้าไกล เพียงการถาโถมครั้งสุดท้าย ย้อมภาพในหัวให้กลายเป็นสีขาวโพลน
หยาดอุ่นถะถั่ง สายธารอารมณ์อันเชี่ยวกรากหอบโหมให้รู้สึกเป็นสุขราวล่องลอยท่ามกลางหมู่เมฆ ก่อนร่วงหล่นลงสู่อ้อมกอดของสมุทรอีกครั้ง
ฟรานซิสซบหน้าลงกับลาดไหล่ หัวใจในอกยังเต้นระรัว เอมอิ่มในรสรักที่ยังกำซาบมิจางหาย รู้สึกถึงปลายนิ้วแผ่วลากไล้ตามแนวสันหลังพร้อมเสียงกระซิบ
"แสบ.. มากหรือเปล่า"
"แล้วนายล่ะ" เลี่ยงด้วยคำถาม กดริมฝีปากที่ขมับชื้นเหงื่อ ร่างในอ้อมกอดหัวเราะแผ่ว
"ไม่หรอก" เขายิ้ม
"ฉันเองก็เหมือนกัน"
เสียงนาฬิกาโบราณบอกเวลาอีกครั้ง ระฆังเริ่มกังวาลให้นับสิบสอง มือบางเลื่อนประคองดวงหน้าอีกฝ่าย เปรยแผ่วเหนือริมฝีปาก
"เที่ยงคืนแล้วนะ จะอธิษฐานอะไรก็รีบเข้า"
"ไม่เห็นต้องอธิษฐานเลย . ." นัยน์ตาต่างสีสบประสาน
"ในเมื่อ คำขอที่ดีที่สุด อยู่ตรงหน้าฉันแล้ว"
นายคือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว . . .
เขาทั้งคู่หัวเราะ มือที่เกาะเกี่ยวกันไว้ กุมแน่นขึ้นกว่าเก่า แล้วริมฝีปากก็ประทับแนบชิดอีกครั้ง
ฟรานซิส . . .
ถ้าเวลาผ่านไป มือของเรา จะเกาะกุมกันแบบนี้ไปตลอดหรือเปล่านะ
ก็อย่างน้อย ตราบจนกว่าแผ่นดินฝรั่งเศสจะพินาศทลาย เกาะบริเตนจะจมหายใต้ห้วงน้ำนั่นแหละ อาเธอร์
NEVER-ENDING
===========================================
[Postscript]
คุณพี่แมร่งบ้าาาาาาาา//กรีดร้อง
ป้ายลิควิดกันให้สะใจไปเลยพี่น้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง (กร๊ากกก)
ฟิกที่โคตร Too late (&Too rate =w=) ไม่มีอะไรจะแก้ตัวนอกจากคุกเข่าขออภัยแต่โดยดีเจ้าค่ะ TTwTT ติดเรื่องสอบเรื่องอะไรหลายอย่างเลยยืดเยื้อมาจนวันนี้
ธีมเรื่องที่วางไว้ตอนแรกที่จะลงตอนวันเกิดคุณพี่ก็ประมาณนี้แหละค่ะ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไหร่ เพราะพอยท์ที่อยากนำเสนอมันมีแค่ว่า เราจะอยู่ด้วยกันไปตลอดหรือเปล่านะ(เราจะเป็นแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่) กับ ไม่ว่ายังไงก็ยังรักเสมอ (ประเด็นแบบคนแก่สิ้นดีเลยตรู ไอ้พวกรักกันนานจนหวั่นเนี่ย ฮา)
รู้สึกก๊าวใจมากตอนที่เขียนเรื่องมือ น่ารักแบบผู้ใหญ่ๆยังไงก็ไม่รู้ กับอะไรบางอย่างที่เขาแสดงออกมาว่ารู้ทันกันตลอด เสน่ห์ร้ายๆแบบฟุตสึเอย์ที่เม่ยหาจากคู่อื่นไม่เจอนี่แหละ ที่ทำให้หลงคู่นี้มาจนบัดนี้
เดือนเต็มที่เขียนทำให้เม่ยเข้าใจแล้วครับ ว่าเวลาติดลมบนมันเต็มยังไง ยิ่งตอนบรรยายฟรานซิสนี่แทบจะกรี๊ดซะให้ได้ แถมความตั้งใจที่จะลุกไปอ่านหนังสือ(-ตอนนั้น-สอวน.พิเศษ)หายเกลี้ยง กุหลาบอาถรรพ์แรงไม่แพ้ใครจริงๆ(หรือเพราะสีแดง เลยแรงเป็นสามเท่า)
แต่คุณพี่บากะ บ้าที่สุด ถ้าเกิดหนูสอบไม่ติด คุณพี่รับผิดชอบมั้ยคะ จะรับผิดชอบมั้ยคะ (เอากุหลาบเซ็นเซอร์แล้ววิ่งไปเคลียร์กับคนตรวจข้อสอบหนูเลยนะคะคุณพี่ ฮึ่ก ถ้าหนูสอบไม่ติดนะ จะเขียนให้คุณพี่ร้าวรานยาวๆเลย ไวรัสกุหลาบอะไรหนูไม่กลัวหรอก ฮึ่ก)
แอบกลายเป็นฟิกสามภาษาไปด้วยความบ้าที่พราดๆขึ้นมาในช่วงหลังๆ อันที่จริงได้ข่าวว่าคนฝรั่งเศสจะไม่พูดอังกฤษและคนอังกฤษไม่ชอบภาษาฝรั่งเศสไม่ใช่เรอะ(//ล้มโต๊ะ) แล้วทำไมอิสองตัวนี้มันพูดภาษาตัวเองให้อีกคนฟังได้รู้เรื่องละวะคะ (//กรีดร้อง) >> เดินไปสงบสติอารมณ์สามวิ
จริงๆเม่ยไม่มีความรู้เรื่องภาษาฝรั่งเศสเลย(แค่ของคุณเธอร์ดิฉันก็จะร่วงตอนมิดเทอมแล้วครับ) อาศับกลูเกิลทรานส์อย่างเดียว ถ้าเกิดผิดพลาดอะไรโปรดชี้แนะด้วยนะครับ
(เอ็กซ์ทีนแอบมีปัญหานิดหน่อยกับภาษาฝรั่งเศส ใส่ยูนิโค้ดไม่ขึ้นล่ะค่ะ มันกลายเป็น~แทนล่ะ = =''')
สารภาพว่าเขียนเองก๊าวเองตรงคำพูดของคุณพี่ "Ne vous inquie'tez pas " กับ"Whatever you want"ของคุณเธอร์ รู้สึกอั๊งแปลกๆกับคำว่า Che'ri(ที่รัก)ที่คุณพี่เรียกยังไงชอบกล นึกภาพอาเธอร์หน้าแดงๆเวลาถูกเรียกว่าDarlingแล้วโมเอ้ค่ะ>W<
แอบลังเลว่าจะเขียนแบบนี้อีกดีมั้ย มีพล็อตแต่เริ่มหมดแรง ทำต้นฉบับกระดาษแล้วชีวิตมันใกล้ถึงฆาตวันละสามหนจริงๆฮ่ะ เอาเป็นว่าขอดูฟีดแบ็กรอบนี้ก่อนดีกว่า =w=
(จริงๆชอบเขียนแค่ฉากจูบล่ะ =w= ก๊าวใจมากกับอะไรแบบนั้น)
ยังไงก็ยังอยากได้คำติชมค่ะ คอมเมนท์เรื่องภาษาแรงๆก้ได้ ว่าอยากให้แก้ตรงไหนหรือเปล่า ไม่มั่นใจในภาษาเลย อาอูว
ป.ล. ปวดฟันจังครับTT TT ท่าทางซี่ที่กำลังงอกจะเป็นฟันคุด (กลัวจะโดนผ่าจังเลยเว้ยยยย)
ป.ล.2 เหนื่อยใจกับเรื่องชุมนุมอีกแล้ว จะล่มมั้ยนะ ถ้าบางกิจกรรมจะล่มเพราะคนอื่น ยอมกัดฟันล้มเองกับมือไปเลยดีกว่ามั้ย //เฟลบ้าบอ
ป.ล.3 เจอเทคโฮมเดลิเวอรี่แล้วไง ข้อสอบแบบตรูไปนั่งพิมพ์(ตามคำบอก)เอง ปริ้นท์เอง ทำเอง ส่งเอง เวลาแค่คืนเดียวเอง เฮียยุทธคร๊าบบบบบ ลำบากมากนักไม่สอบวันนี้หนูก็ไม่โกรธอะไรเฮียนะ (วิเคราะห์ประวัติศาสตร์ที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมให้สะใจไปเลยครับพี่น้อง)
คืนนี้มีฝนดาวตกล่ะ อยากไปดูจังเลย อยากไปดูจัง แต่กรุงเทพคงไม่เห็นแน่ๆ แสงจันทร์(+แสงไฟรบกวน)
นครปฐมจะเห็นมั้ยครับ สล็อต อะเนกิ
