คำเตือน ควรอ่านนะจ๊ะ
เฟิร์ส Axis Power Hetalia เป็นการ์ตูนที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง โดยตัวละครมีต้นแบบอ้างอิงมาจากประเทศต่างๆ อาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ล้อเลียนเสียดสี แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ ประเทศ และเหตุการณ์ใดๆที่มีอยู่จริงๆ หากผู้ใดที่ค่อนข้างอ่อนไหวหรือรับไม่ได้ต่อเรื่องแบบนี้ เชิญมองที่กากบาทมุมขวา แล้วกดปิดไปได้เลยค่ะ
เซคกันด์ เฮตาเลียมิใช่การ์ตูนวายแต่อย่างใด กรุณาทำความเข้าใจตรงส่วนนี้ด้วยค่ะ
เติร์ด WARNING - YAOI ALRET เนื้อหาในเอนทรี่นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชายรักชาย ซึ่งเป็นส่วนที่แต่งเติมขึ้นโดยจินตนาการของจขบ.เอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวต้นฉบับแต่อย่างใด หากผู้ใดรับรังสีวายไม่ได้ มองที่ทิศสองนาฬิกา แล้วกดกากบาทปิดเลยค่ะ
โฟร์ท หากจะมาเพื่อเกรียน Please turn around
เข้าใจตรงกันแล้วนะคะ ขอขอบคุณที่อ่านคำเตือนจนจบและปฏิบัติตามค่ะ
===========================================
[Fic] Farewell
[Fandom] Axis Power Hetalia
[Rate] PG
[Pairing] Francis X Arther
[Note] <ช่วงเวลา 15 วันหลังฟรานซิสเสียฌาน ดาร์กไป>
ใช้ไทม์ไลน์ตามปวศ. แต่มิได้อิงปวศ. โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
แนะนำสามเพลงสำหรับฟังประกอบการอ่าน(เลือกสักหนึ่งก็ได้)
I love you good bye - Celine Dion (เสียงแอบเบา เร่งลำโพงนิดหน่อยนะคะ)
Blue Shadow [Aoi Kage] - Angela Aki (เพลงนี้เนื้อหาไม่เกี่ยว แต่เป็นเพลงที่ฟังตอนเขียน อารมณ์ในทำนองค่อนข้างบิวท์ดีเหมือนกัน)
===========================================
หากเลือกได้ ตายจากกันยังดีเสียกว่า
แต่พวกเขาทำได้แค่ว่า ต้องอำลาและแยกจากทั้งลมหายใจ . . .
การพบกันครั้งสุดท้าย
ณ ที่นี่ ผืนป่าแห่งความทรงจำ ทอดผ่านระหว่างดินแดน
สถานที่ร่มเย็นเพียงหนึ่งกลางไฟสงคราม . . .
"รู้อยู่แล้ว ยังไงวันนี้ก็ต้องเกิด" ผู้อ่อนวัยกว่าเปรยแผ่ว
"แต่ไม่คาดคิดเลย. . . ว่าจะเร็วเพียงนี้"
ดวงตาต่างสี สบประสานในความเงียบงัน
พณา ชอกช้ำ
นที เจ็บร้าว
บาดแผลจากฝีมือของกันและกัน กินลึก. . . ยากเยียวยาประสาน
"ไฟสงครามมันโหมเร็วและแรงจนเกินไป ลุกลามจนความพยายามตลอดหลายสิบปีที่ชะลอทุกสิ่งไว้กลายเป็นสูญเปล่า" คู่สงครามอธิบายเสียงเรียบ
"ยิ่งไปกว่านั้น เพราะการตายของฌาน . . . " เอ่ยร้าวลึก
นัยน์ตาผู้ฟังช้อนขึ้นอย่างเจ็บปวด
"แล้วคิดว่าฉันอยากนักหรือไง ทั้งเกียรติ ทั้งศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจในการต่อสู้ฉันถูกทำลายไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ เพียงเพราะความอยากเอาชนะจนหน้ามืดตามัวของตาแก่พวกนั้นน่ะ" ร่างบางกรีดเสียง ปราดเข้าขยุ้มอาภรณ์ของอดีตพี่ชายข้างบ้านทั้งที่สะท้านด้วยแรงอารมณ์
ผู้ฟังยังคงสงบนึ่ง เขาสัมผัสมือของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล
"ไม่หรอก นายเป็นคนยังไง ฉันที่เห็นแต่เล็กย่อมรู้ดี แต่ว่า . . ." ปลายนิ้วไล้แผ่วบนแผลเป็นจาง
"สงคราม สุดท้ายแล้วมันเป็นแค่เกมอำนาจ อาเธอร์ มันเป็นแค่เกมอำนาจ" ความเจ็บปวดที่ต่างมีพาให้เสียงพร่า
"ฉันไม่โกรธนาย ไม่เคยถือโทษ พวกเราผ่านการสู้รบครั้งแล้วครั้งเล่า จดจำวิถีการเอาชนะจนเจนใจ เพราะฉะนั้น ในแง่ของสงคราม ไม่มีใครผิดเลยสักนิด ทั้งขุนนางอังกฤษ พระเจ้าเฮนรี่ พระเจ้าชาร์ลส์ หรือแม้แต่ฌาน ดาร์ก พวกเขาทุกคนล้วนทำเพื่อชัยชนะของบ้านเมืองตน เพียงแต่ประชาชน ไม่อาจเข้าใจในจุดนี้ได้อย่างเรา" ขอบตาร้อนผ่าว เขาไม่กล้าแม้แต่สบจ้องคนเคียงใกล้
ความเข้มแข็งที่สู้อดทนก่อร่างมาแรมเดือนคงพังทลายเป็นแน่ หากต้องเห็นละอองฝ้าเป็นผลึกมรกตคู่นั้น
ฟรานซิสระบายลมหายใจอย่างอ่อนแรง
"เรื่องยุ่งยาก มันเริ่มต้นตั้งแต่ความรู้สึกของเราแล้วล่ะ"
ความเงียบชวนอึดอัดโรยตัว ไม่มีแม้เสียงไม้ไหว . . .
มือเกร็งแน่นค่อยคลายช้า อาเธอร์หายใจลึก เสียงเบาหวิว ทว่าขมปร่าแทบไม่พ้นริมฝีปาก
"ถ้าหากว่า . . ฉันกับนาย เป็นเพียงคนธรรมดา มัน .. จะดีกว่านี้มั้ย" มือที่กุมเกาะกระชับแน่น ยิ้มเฝือนฝืดจับเรียวปาก เขาได้แต่ส่ายหน้าแช่มช้า
"มันสายไปแล้ว อาเธอร์ สายไปตั้งแต่วันที่นายเกิดมาเป็นอังกฤษ และฉันเกิดมาเป็นฝรั่งเศสแล้ว"
คู่สนทนาไม่เอ่ยสิ่งใดโต้ตอบ ผู้ปุจฉาเพียงแค่มองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
เพียงเสี้ยววินาทีที่ฟรานซิสเห็นละอองน้ำในป่ากำลังจะกลั่นตัวเป็นฝน ลำแขนเรียวก็กระหวัดรอบคอเขาแล้วกระชากเข้าหา ซุกหน้าแนบบ่า สัมผัสอุ่นชื้นคือคำตอบของทั้งหมด
ชายชาวฝรั่งเศสโอบกอดอดีตน้องชายของตนในความเงียบงัน น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ซึมลงเนื้อผ้า บาดใจเขาไม่แพ้น้ำตาของตนที่กร่อนอยู่ในอก
พวกเขา อยู่ด้วยกันเช่นนั้น เนิ่นนาน. . กว่าอาเธอร์จะเริ่มต้นด้วยเสียงสั่นเครือ
"ทั้งๆที่เตรียมใจเอาไว้แล้ว ว่ายังไงวันนี้ก็ต้องมาถึง ฉันอดทนแล้ว พยายามเคยชินกับความเจ็บปวด แต่ .. ความรู้สึกมันกลับไม่ยอมด้านชาเสียที" คล้ายอ้อมแขนโอบกระชับแน่นเข้า
"การพบกันครั้งนี้ คงเป็นครั้งสุดท้ายของเรา ในฐานะที่ตอนนี้เป็นอยู่ แต่ว่า . . ฟรานซิส ฉันมันคนเห็นแก่ตัว ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายสิบปีที่อยู่ด้วยกัน ฉันรับทุกอย่างจากนายโดยที่ไม่ได้ตอบแทนอะไรเลย ทั้งความอ่อนโยน ใจดี รวมทั้งความรู้สึกนั่น ถ้า ฉันจะบอกว่า ฉัน ร . . . " การผละห่างอย่างกระทันหัน ทำให้เขาไม่กล้าที่จะเอ่ยสิ่งใดต่อ
เนตรสีน้ำทะเลฉายแววยินดีระคนปวดร้าวอย่างที่ไม่เคยเห็นสะกดทุกความรู้สึก สองมืออุ่นประคองดวงหน้าเขาไว้อย่างนุ่มนวล ก่อนเอ่ยคำลาด้วยภาษากาย อย่างไม่ประสงค์จะให้ลืม
จูบสุดท้าย . . .
อบอุ่นอ่อนหวานจนแทบร้องไห้
ความรัก ที่ไม่เคยได้เอ่ยถึง แต่ละลายอยู่ที่ปลายลิ้น ซึมลึกหัวใจจนในอกปวดปร่า
ในรสสัมผัสมีเพียงรัก บริสุทธิ์ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
เรียวปากถ่ายถอนก่อนกดแนบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จารึกทุกความรู้สึกไว้ก่อนอำลา
เนิ่นนานเท่าที่ทำได้ก่อนพรากจาก
ไอร้อนจากลมหายใจที่รินรดริมฝีปาก เพียงสายใยสุดท้ายที่เหนี่ยวรั้งทุกสิ่ง
"ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกแล้ว อาเธอร์ เก็บคำนั้นไว้ย้ำกับตัวเองเถอะ พร่ำบอกในคืนเหงา เช่นเดียวกับที่ฉันทำเสมอมา" ฟรานซิสกระซิบแผ่ว
"แต่ ขอให้รำลึกเสมอ ว่าเราทั้งสอง รู้สึก . . เช่นเดียวกัน" นัยน์ตาต่างสีประสาน
"ขอให้จดจำบ่ายนี้ไว้นานตราบเท่าที่อยากเก็บ ต่อแต่นี้ จะไม่มีอีกแล้ว . . . ทั้งอาเธอร์ เคิร์กแลนด์ และ ฟรานซิส บองโฟร์วาร์ เหลือเพียงแต่อังกฤษและฝรั่งเศสเท่านั้น หัวใจที่เคยมอบให้กันต้องสิ้นไป เหลือเพียงความรัก ที่จำต้องมีให้ประชาชนและข้าแผ่นดิน"
กลิ่นชื่นกรุ่นป่าช่างบาดปอด หากแต่ความทรมานในอกร้าวรานกว่านั้น
"ฉันรู้ . . ว่ามันทำให้เจ็บปวดทั้งสองฝ่าย แต่ ไม่มีทางออกใดที่สวยกว่าแล้ว"
เขากระพริบตาช้า
"ต่อไป ขอให้นึกถึงคนของเราให้มาก เพราะ พวกเรา คือประเทศ . . . "
ปลายนิ้วที่ต่างแตะประคองผิวแก้มค่อยผละจากอย่างอ้อยอิ่ง เหนี่ยวรั้งเวลาและความทรงจำเนิ่นนานเท่าที่ทำได้
คู่สงครามทั้งสองประสานสายตาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนตัดใจ ผินหลัง จากไปใต้เงาไม้และแสงอัสดง . . .
ฟรานซิสคล้ายขอบตาร้อนผ่าว ของเหลวอุ่นทิ้งตัวผ่านร่องแก้มในความเงียบงัน
Adieu Arther
Adieu mon coeur . . .
END
===========================================
[Postscript]
คุณพี่แมร่งทำร๊ายยยยยยยยยย //กรีดร้อง
เกือบน้ำตาตกไปสองรอบ
ครั้งแรก ตอนที่เขียนต้นฉบับเรื่องนี้จบ น้ำตาซึมไปเขียนเรียงความต่อไป
ครั้งที่สอง ตอนที่มาเกลาภาษา เรียงพิมพ์เรื่องนี้ลงเครื่อง น้ำตาร่วงตอนเปิดแมดดูย้อมใจ สุดๆกันไปเลย
เจ็บปวดค่ะ บอกไม่ถูกว่าทำไม
หลายประโยคที่เขียน มาจากแค่ความคิดชั่ววูบที่ผุดขึ้นในหัว แต่สุดท้ายแล้ว มันคือเมนหลักของเรื่องก็ว่าได้ ห้าชิ้นของเฮตาเลียที่ผ่านมา เป็นงานที่เขียนถึงความสุข แต่ครั้งนี้ ขอทำตามสันดานเสียๆขอตัวเอง จะเขียนดราม่าให้ตายกันไปข้างนึงเลย
ไม่ใช่ไม่รัก แต่รักไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างเป็นประเทศ เป็นคู่สงคราม (อยากใช้คำว่าศัตรูตามชะตากรรมมาก แต่มันไม่เข้า แล้วก็จะไปซ้ำกับนิยายเรื่องหนึ่งที่เคยชอบ) ทำให้ต้องจบความรู้สึกที่มีให้กันก่อนที่อะไรๆจะพังทลาย ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่อยากบอกเล่าออกมามากๆ มากจนเกือบบอกว่าเป็นแก่นของเรื่องเลยก็ว่าได้
ฟุตสึเอย์ในความคิดเม่ย ถึงตัวเองจะชอบแบบหวานๆ กัดกันไปมา ทะเลาะๆแต่เขาก็ยังมีด้านที่มีความรักให้กันเสมอมา เป็นส่วนหนึ่งที่หยิบมาเขียนในห้าเรื่องแรก แต่ว่า อันที่จริงแล้ว ปวศ.จริงของคู่นี้ค่อนข้างดาร์กหลายจุด ยังอ่านไม่หมด แต่ส่วนตัวที่ว่าแรง ต้องเรื่องสงครามร้อยปี
ทำให้ประเด็นที่สื่อออกมา มีเรื่องของคุณฌาน (และบวกการมองสงครามในประวัติศาสตร์จากแง่มุมของปัจจุบันลงไป)
จริงๆถ้าให้คิดแบบไม่เข้าข้างคู่ที่ชอบ เม่ยว่ายังไงอาเธอร์ก็ไม่มีทางโอเคกับเรื่องการใส่ความผู้หญิงคนนึงว่าเป็นแม่มดจะได้กำจัดเธอไปทั้งๆที่แบบนี้แน่ๆ ถ้าอยากฆ่า น่าจะกำจัดทิ้งในสงคราม ถึงจะสมเกียรติ สมกับเป็นนักรบมากกว่า แต่การที่กล่าวหาว่าเป็นแม่มด จะทำให้ชื่อเสียงของฌานเสียหาย เป็นการกำจัดสองชั้น แต่มันไม่ต่างอะไรจากหน้าตัวเมีย(ขอใช้คำนี้เลย แรงไปนิดแฟนคลับเอย์อย่าเพิ่งเอาร้องเท้ามาเขวี้ยง อ่านให้จบก่อนค่ะ) ซึ่ง ทหาร มีเกียรติ ไม่ทำแน่ๆ เม่ยจึงสื่อว่า เป็นการกระทำของพวกขุนนาง(ตามปวศ.)และอาเธอร์ไม่ได้เห็นชอบด้วยเลย แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะตัวเป็นเป็น'ประเทศ'
กลับมาแล้วใช่มั้ยคะ เพราะเป็นประเทศ ประเด็นนี้แหละที่ย้ำ ย้ำลงไปหนักๆ(แก่นเรื่องมันอยู่แค่ความเป็นประเทศขัดกับความรู้สึกและความต้องการของตัวเองเท่านั้นแหละ)
"คนเราทำทุกวิถีทางเพื่ออำนาจ สงครามไม่มีคนผิดหรือถูก ผู้ชนะเท่านั้นที่จะได้เขียนประวัติศาสตร์" ประเด็นที่อยากบอกคือส่วนนี้แหละค่ะ
ขอร้องเรื่องหนึ่ง อย่าคอมเมนท์หรือพูดอะไรทำนองว่าเป็นการบอกเลิก หรือคุณพี่ทิ้งอาเธอร์เชียว ขอล่ะค่ะ ตรงนี้ขอจริงๆ มันไม่ใช่การบอกเลิกนะ!!! (//กรีดร้อง) แล้วต่างฝ่ายต่างเจ็บด้วย ไม่ใช่แค่อาเธอร์เจ็บคนเดียว คนฟังกับคนพูด คนบังคับใจตัวเองว่าต้องมาพูด มาบอกน่ะเจ็บกว่า
เพลงสามเพลงที่เขียนแนะนำ จริงๆเรคคอมเมนด์ที่สุดคือเพลงแรก I love you Good bye ค่ะ เป็นเพลงที่บัญเอิญมาเปิดเจอตอนที่เอาฟิกลงเครื่องไปได้ประมาณครึ่งนึง เนื้อหาแม่มตรงมาก ตรงกับความรู้สึกพี่ฟรานซ์ที่อยากเขียนสื่อแต่เล่าไม่หมดมากเลยล่ะค่ะ เพลงมันประมาณว่า ฉันรักเธอ แต่ฉันก็ต้องปล่อยไป ฉันขอร้องให้เธอไป ลืมฉันไปซะ แล้วเธอจะได้เจอใครที่ดีกว่าฉันอีกมาก ฉันรู้ว่าฉันทำร้ายเธอ ทำให้เธอร้องไห้ แต่ต่อไปเธอจะเข้าใจว่าฉันทำเพราะอะไร แมร่มเช่ พี่ฟรานซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ์ ส่วนเพลงคิสมีฯนั่น อยากบอกว่าตอนแรกจะเอาเป็นชื่อฟิกแล้ว แต่มันจะกลายเป็นฟิกที่สี่ ที่มีความว่าจูบ แถมยังสปอยล์ไคลแม็กเรื่องด้วย ก็เลยไม่เอา ฮ่ะๆ จริงๆมันก็เพราะน้า แต่ไม่เข้ากับเรื่องเท่าเพลงแรก=w= ส่วนบลูชาโดว์ ชอบทำนองเพลงนี้ที่สุดแล้วล่ะ ฮ่ะๆ
ได้เขียนดราม่าตามที่ถนัดช่างมีความสุข อาอูว ถึงจะเจ็บอกหนึบๆไม่แพ้คุณๆทั้งสองในเรื่องก็เถอะนะ มีความสุขจริงๆค่ะพอเขียนจบแล้ว (แต่ตอนนี้เฮิร์ทซ้ำซ้อนเพราะไปโหลดแมดคุณพี่-ฌานมา) มีดราม่าอีกสองที่ยังไม่ลง(เรื่องนึงเสร็จแล้ว) เดี๋ยวทะยอยเอามาปล่อยดีกว่า อะหึ
ตอนนี้เหลือฟิกที่ต้องเขียนคือBon Aniversary อังคารนี้แล้ว=w= จะทันหรือเปล่าน่อ (จริงๆการเอาเรื่องนี้มาปล่อยเหมือนบอกกลายๆว่าไม่ แต่พล็อตมันดันมาเมื่อตอนบ่ายค่ะ เลยจะวัดดวงตัวเองแล้วล่ะ ฮ่ะๆ ) อินโทรได้แล้ว เหลือแค่ต่อให้สุด ตายตรงฉากเนี่ยแหละ(ฉาก???) ฮึ่ก ใครเขียนเก่งๆสอนหน่อยเถอะค่ะ อ่านเป็นอย่างเดียว ฮึ่ก
แอบเอาไดอะล็อกในอินโทรมาสปอยล์
"ปีนี้อธิษฐานอะไรไปแล้วบ้าง"
"ยังไม่ได้สักข้อ กะเอาไว้ขอนางฟ้าตอนใกล้เที่ยงคืน"
"อย่ารอเวลาเกินไป เดี๋ยวนางฟ้าจะเปลี่ยนใจไม่ให้รู้ตัว"
"งั้นต้องดึงความสนใจนางฟ้า อย่าให้คิดถึงเรื่องคำขอก่อนสินะ"
ประมาณนี้แหละ ประมาณนี้แหละ ประมาณนี้แหละ มันประมาณเน้ (ใครก็ได้ สงกระแสจิตสาปแช่งหรืออะไรทำนองนี้มาทีสิคะ เผื่อจะรู้สึกว่าควรรีบเขียนให้มากกว่านี้ ฮ่ะๆ)
เดาถูกมั้ยคะ ว่าใครพูดกับใคร (สำนวนตรูช่างซ้ำซาก ฮ่ะๆ)
เพิ่งมาสังเกต ว่าพักหลังทุกเรื่องต้องมีคำในภาษาฝรั่งเศสอยู่อย่างล่ะนิด ฮ่ะๆ คำพูดนั่นก็ อยากรู้หลังไมค์ค่ะ ไม่ก็ถามอาจารย์กู๋ ฮ่ะๆ ตอบได้แน่นอน(เพราะอาศัยที่นั่นแปล)
========================
โพสสคริปต์ยาวจนผิดปกติ ไม่เคยทอล์กส่วนเกี่ยวกับฟิกมากๆ ก็เขียนเล่าอะไรออกมาเยอะเหมือนกัน ความรู้สึกตอนเขียนแอบแรงค่ะ ส่วนหนึ่งเพราะก่อนหน้านั้นสับสนด้วยแหละ ฮ่ะๆ
ตอนนี้แอบกังวลเรื่องสอบกับเรื่องเข้าค่ายมากเลยค่ะ = =''''' คือ จะว่าไงดี สอบน่ะของตาย แต่ว่าค่าย 15 สิงหา ไม่รู้ว่าข่างจริงหรือเท็จ เฮียยุทธพูดเปรยๆให้ฟัง รอหัวหน้าหมวดยืนยันล่ะ(สาธุ อย่าตรงนะโว้ยค่ะ แต่ได้ข่าวว่าประชุมผปค.ใหญ่วันนั้นด้วยนะ จะไปค่ายแน่เหรอ)
เอนทรี่ที่แล้วลืมเล่า ว่าไปตรวจปอดมา ตลกดี มีคนคิดว่าอิเม่ยเป็นนิวมอเนียกันทั้งบ้านจนต้องลากไปเอ็กซ์เรย์ อืม เข้าใจว่าห่วงนะคะ แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรหรอก ปกติทุกอย่างทั้งนั้นแหละ แต่ตลกกว่านั้นคือย่า ไม่ยอมเข้าใกล้กันตั้งแต่ตอนรู้ว่าเป็นหวัด เม่ยนั่งหัวเราะกับเพื่อนแทบเป็นแทบตาย ตลกจริงๆ ถ้าหลานคนอื่นเป็นเขาก็ดูแล แต่กับไอ้เม่ยนี่เดินไปก็เดินหนี อะไรๆก็ไม่ยอมพูดด้วย ตลกจริงๆ
กวดวิชาหยุด คนโวยวาย แต่ไอ้เม่ยมันเต้นระบำฉลองไปสองรอบแล้ว ฮา ไม่เครียดเพราะสาธิตไม่มีสัปดาห์สอบ (แต่คนอื่นเขามีโว้ย - โดนรุมโบก) ดีหน่อย จะได้ไม่ต้องตื่นเช้าสองสัปดาห์ เอาเวลาไปอ่านเตรียมสอบสอวน.ดีกว่า
งืม พรุ่งนี้เหมือนจะไม่มีสอบ แต่มีประชุมเรื่องคอสเพลย์กับแฟนอาร์ต อืมๆ ประชุมอีกแล้ว ไม่จบบันทึกแล้วได้มั้ยเนี่ย
ป.ล. คะแนนสอบออกมาตัวนึง 8.5 เหมือนดูดี แต่เพื่อนตรูแมร่ง9 10 เพียบกันซะครึ่งห้อง เอาเถอะๆ คราวหน้าพยายามใหม่ก็ได้(วะ) ส่วนโอเน็ต ภาษาไทยชอกช้ำมากๆ ให้ตายเถอะแมว 67 ตัวอื่นเกรดสามกับสี่หมด ภูมิใจวิทยาศาสตร์จัง 92/100 ตัวเดียวที่อัพไปเก้าสิบ ฮ่ะๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะจดคะแนนมาให้ดูเค่อะ วันศุกร์เอาแค่พอรู้ก็พอ
ป.ล.2 อยากไปลาแฟตตตตตตต //โหยหวน
ป.ล.3 เกลียดเฝือก เคืองพี่หมอ เมื่อไหร่ตรูจะหายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ป.ล.4 หนังสั้น คิดดีสำนึกดี อืม . . . นำเสนอออกมายังดีวะ (เพื่อนว่า คิดเลวสำนึกเลยยังจะง่ายซะกว่า ฮา)
(พักนี้มีแต่คนลง APH บ่อยจัง)
