คำเตือน ควรอ่านนะจ๊ะ
เฟิร์ส Axis Power Hetalia เป็นการ์ตูนที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง โดยตัวละครมีต้นแบบอ้างอิงมาจากประเทศต่างๆ อาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ล้อเลียนเสียดสี แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ ประเทศ และเหตุการณ์ใดๆที่มีอยู่จริงๆ หากผู้ใดที่ค่อนข้างอ่อนไหวหรือรับไม่ได้ต่อเรื่องแบบนี้ เชิญมองที่กากบาทมุมขวา แล้วกดปิดไปได้เลยค่ะ
เซคกันด์ เฮตาเลียมิใช่การ์ตูนวายแต่อย่างใด กรุณาทำความเข้าใจตรงส่วนนี้ด้วยค่ะ
เติร์ด WARNING - YAOI ALRET เนื้อหาในเอนทรี่นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชายรักชาย ซึ่งเป็นส่วนที่แต่งเติมขึ้นโดยจินตนาการของจขบ.เอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวต้นฉบับแต่อย่างใด หากผู้ใดรับรังสีวายไม่ได้ มองที่ทิศสองนาฬิกา แล้วกดกากบาทปิดเลยค่ะ
โฟร์ท หากจะมาเพื่อเกรียน Please turn around
เข้าใจตรงกันแล้วนะคะ ขอขอบคุณที่อ่านคำเตือนจนจบและปฏิบัติตามค่ะ
===========================================
[Fic] baiser
[Fandom] Axis Power Hetalia
[Rate] PG
[Pairing] Francis X Arther
[Note] 6 กรกฎาคม เป็นวัน National Kissing Day ของประเทศอังกฤษล่ะ =w=
(เขียนเพราะเมาไข้ อาอูว เพี้ยนๆไปอย่าถือสานะคะ)
===========================================
"นี่ ฟรานซิส"
"หือ" ตอบรับอย่างไม่ใส่ใจนัก
"วันก่อน ฉันเห็นคนเข้าเอาปากชนกัน มันคืออะไรเหรอ" ชายชาวฝรั่งเศสแทบสำลักน้ำลายตัวเองขึ้นมาเสียดื้อๆ
ใครที่ไหนไปทำตัวอย่างประเภทนี้ให้อาเธอร์เห็นกัน!!!
"มันคืออะไรน่ะฟรานซิส" เจ้าเด็กนิสัยเสียของเขายังถามเสียงซื่อผิดวิสัย มือเล็กป้อมกระตุกทูนิคเขาแรงๆพร้อมปีนขึ้นมานั่งบนหน้าขา ดวงตาสีมรกตใสแจ๋วเงยสบ คงเพราะความอยากรู้อยากเห็นทำให้ว่าง่ายกว่าปกติ
ผู้มากวัยกว่าถอนใจแรง
จะไม่ตอบก็ไม่ได้สินะ
"มันเป็นการแสดงความรักให้กันอีกอย่างนึงน่ะอาเธอร์ เหมือนการกอด การหอมแก้มนั่นแหละ" ฟรานซิสอธิบายเลี่ยงๆ ถึงแม้เขาจะขึ้นชื่อเรื่องจำพวกนี้ก็เถอะ แต่มันก็ยังกระดากใจที่จะมาอธิบายเรื่องของผู้ใหญ่ให้เด็กฟังอยู่ดี
"แต่ว่าเป็นเรื่องของคนที่โตๆแล้วเขาทำกัน เพราะงั้น เด็กอย่างนายยังไม่ต้องใส่ใจหรอก" ตัดบทแต่เพียงเท่านั้น
"แล้วมันเรียกว่าอะไรล่ะ" เด็กน้อยแห่งเกาะบริเตนยังไม่หายข้องใจ
"จูบจ้ะ" มือหนาขยี้ผมที่เพิ่งตัดสั้นอย่างเอ็นดู แม้ว่าในใจจะคำนวณหาทางหนีทีไล่อย่างเร็วรี่
"จูบ . ."
"ใช่ คำว่าKissในภาษาของนาย หรือ baiser ในภาษาของฉันเนี่ยแหละ"
"kiss" ร่างเล็กทวนคำเสียงเบา ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
"นี่ สอนฉันจูบหน่อยสิ" สำลักซ้ำสอง เขาละล่ำละลักตอบไวเทียบความคิด
"ก.. ก็บอกแล้วไงมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่" ฟรานซิสบ่ายเบี่ยง จริงๆแล้วเขาแค่ยังไม่อยากได้ยินใครกล่าวหาทำนองว่าพรากผู้เยาว์หรอกนะ
"แต่อีกเดี๋ยวฉันก็จะโตแล้วนี่"เด็กน้อยทำแก้มป่อง สะบัดหน้าหนีอย่างอนๆเสียจนผู้ใหญ่แทบกุมขมับ
ปกติต้องปากร้ายกว่านี้ ไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือไงนะ
"หรือว่าฟรานซิสไม่รักฉัน" แค่ช่วงเวลาที่หยุดครุ่นคิด อาเธอร์ก็ทิ้งไพ่ตาย
"ทำไมจะไม่รักเล่า เจ้าเด็กเอาแต่ใจ" วงแขนกระหวัดกอดหลวมอย่างเอาใจ
"งั้นก็สอนสิ" ยังย้ำความต้องการเดิม พี่ชายข้างบ้านถอนใจแรงๆ
แค่นิดเดียว พระเจ้าคงไม่ลงโทษเขาหรอกมั้ง . . .
"เอ้า งั้นก็หลับตาซะ"
จมูกโด่งคลอเคลียแก้มใส ลมหายใจอุ่นรินรด เพียงสัมผัสแผ่วที่ต้องแตะผิว ก็พาให้กายสั่นสะท้าน ความรู้สึกที่ไม่เคยประสบเอ่อล้น ตระหนกกึ่งอยากรู้จนไม่อาจเอ่ยปากห้ามได้
ริมฝีปากร้อนทาบทับ กดแนบเนิบชา เบียดบดแต่เพียงภายนอก หาได้รุกรานด้วยปลายลิ้นไม่
เพียงชั่วผีเสื้อขยับปีก เขาก็ผละจาก . . .
"ไม่เห็นจะมีอะไรเลย นิ่มๆ เหมือนแค่เอาปากไปแตะๆแขนเอง" อาเธอร์น้อยวิจารณ์ ผิวหน้าร้อนผ่าว ขึ้นสีระเรื่อแข่งกับลูกตำลึงสุก หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้
"นายจูบเป็นหรือเปล่าฟรานซิส"
"จริงๆมันมีอะไรที่มากกว่านี้อีกจ้ะ แต่เอาไว้โตแล้วค่อยรู้ละกันนะ" พี่ชายข้างบ้านเพียงแต่ยิ้ม และไม่ตอบอะไรมากกว่านั้น
เพียงลมหายใจสอดประสาน คำรักพลันกระซิบพร่ำอยู่ในอก
ริมฝีปากกดแนบ ระอุไอทั่วทั้งผิวหน้า ลิ้นอุ่นที่เบียดบดคลึงเคล้าโพรงปากจนอยากถอดถอน รสสัมผัสร้อนรุ่มผลาญเผาวิญญาณและความรู้สึก เสพติดความหอมหวานจนแทบครางเครือด้วยเสียดายเมื่อพรากจาก
"จะผ่านไปกี่ร้อยปีก็ยังไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม ไม่พัฒนาเลยนะฟรานซิส" ร่างบางเอ่ยเยาะ จมูกโด่งแต้มแตะคลอเคลียไม่ห่าง อีกฝ่ายเพียงยิ้มเยื้อน
"ยังจำอยู่อีกหรือไง" ประคองดวงหน้าไว้ก่อนประทับสัมผัสแผ่วที่พวงแก้ม อาเธอร์ดิ้นขยุกขยิกอย่างขัดใจ
"จูบแรกนะจูบแรก แถมห่วยแตกที่สุด ใครไม่จำก็บื้อเต็มทนแล้ว" ขยุ้มเรือนผมเจ้าของอ้อมกอดอย่างนึกโมโห คนถูกประทุษร้ายเพียงยิ้มในตา
"ฝังใจจนถอดชื่อฉันออกจากแบบสำรวจเชียว"กระซิบบนริมฝีปากล้อๆ มืออุ่นลากไล้ผ่านผิวเนียนและเนื้อผ้า ร่างบนตักบิดกายรับสัมผัสอย่างลืมตัว
"ก็คงประมาณนั้นมั้ง" ฟรานซิสหัวเราะในลำคอก่อนหรี่ตาเสียข้าง
"ลองอีกสักรอบมั้ย" เหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ สุภาพบุรุษชาวอังกฤษแกล้งทำหน้าครุ่นคิด
"ไม่เลว เผื่อจะรับไว้พิจารณาในปีต่อไป" เจ้าของความคิดหัวเราะก่อนโน้มดวงหน้าของอีกฝ่ายเข้าใกล้
"งั้นระวังอย่าให้ถูกล้มตำแหน่งก็แล้วกัน"
แล้วริมฝีปากของทั้งคู่ก็สัมผัสกันอีกครั้ง . . .
===========================================
[Postscript]
คุณครับ เคยได้ยินวลีนี้ใช่มั้ยครับ "อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา" //หัวเราะ
เด็กคนนั้นมันอะไรกันค๊า ใช่จิบิริสึหรือเปล่า (รู้สึกเหมือนว่าเป็นคุณเธอร์ฟิวชั่นกับจิบิตาเลียรำไร ฮ่ะๆ//เหงื่อตก)
ทำคาแรกเตอร์หลุดกระจุยกระจาย ยอมรับผิดแต่โดยดีไม่มีข้อโต้แย้งค่ะ //ร้องไห้ แต่จะแก้บทพูดก็แก้ไม่ถูกเหมือนกัน แถกไปตามคำพูดพี่ฟรานซ์ได้มั้ยว่าคุณเธอร์กินอะไรผิดสำแดงมา //โดนคนอื่นรุมตบ
ตอนแรกจะใช้คำว่าe'treinteแล้วค่ะ แต่มันแปลได้หลายอย่างมาก (เป็นคำที่แสดงความรัก ประมาณอย่างนั้นนะคะ รวมๆมีทั้งกอดและจูบ แต่ส่วนมากจะเน้นการโอบกอดมากกว่าน่ะค่ะ) สุดท้ายเลยมาหากินกับคำเก่าๆ ฮา มีปัญหาเรื่องการตั้งชื่อฟิกจริงๆน้า ~
พล็อตนี้เป็นอีกหนึ่งในพล็อตที่อยากเขียน แต่พอทำออกมาแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ เป็นแบบนี้บ่อยจังแฮะ ไอ้ความรู้สึกประมาณว่าอเลิร์ทมากๆตอนทำ แต่พอทุกอย่างเสร็จแล้วกลับรู้สึกว่า มันไม่ได้อย่างที่คิดเลย
อ่า จะพยายามปรับปรุงผลงานเรื่อยๆไปค่ะ
(โซนบ่นส่วนตัว)
เหมือนว่าตัวเองจะแปลงสปีชีย์จากหมาไปเป็นสล็อตแล้วล่ะครับ (ฮา)
เมื่อวานนอนเยอะมาก เกือบทั้งวันเลยมั้ง มันมึนจนโงหัวไม่ขึ้นก็ว่าได้ ฮ่ะๆ
เกลียดความรู้สึกมึนๆกึ่มๆเวลาไข้ขึ้นจริงๆค่ะ มันอยากแหวะแต่แหวะไม่ออก อยากนอนแต่ก็อยากตื่น พอมีแรงลุกไหวเปิดคอมทำงานได้ก็ล้มกลับไปนอนต่อ วนไปเวียนมาแบบนี้เหมือนลูปอุบาทว์ชะมัดเลย
ใครบอกว่านอนเยอะแล้วจะช่วยให้ตาหายคล้ำ ไอ้เม่ยว่ามันหนักกว่าเก่าอีกครับ OTL สภาพตอนนี้โคตรจะดูไม่ได้ ตาช้ำๆหน้ายับๆ ทุเรศยิ่งกว่าตอนทำโครงงานโต้รุ่งสามคืนติดอีก //นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่านอนตอนป่วยไข้ใช่ว่าจะให้ผลเหมือนนอนตอนปกติสินะ สินะ
ไปเขียนเรียงความต่อล่ะค่ะ =w= เดี๋ยวศุกร์นี้จะไม่มีงานส่งเอา
ป.ล. วันนี่วันทานาบาตะนี่ฝ่า =[ ]= ไม่มีต้นไผ่ใช้กิ่งโมกข์แทนได้มั้ยเนี่ย
ป.ล.2 อยากหายป่วยเร็วๆจังงิบ (แต่หายไปจากโลกนี้น่าจะเร็วกว่าฝ่ะ = ='''')
