Story: คุณหมอ เดอะ ซีรีย์ เสื้อกาวน์โอนลี่
Chapter: 2 ; Summer Night
Pairing: Nnoitora x Tesla (Semi Grimm x Ulq , ect.)
Rate: PG - 15 (Maybe ?)
Summary: หมอเอง ก็ชอบเรื่องผีๆเหมือนกันนะครับ
Note: ซีรีย์ตามใจฉัน มันมาอีกแล้ว ฟิกกึ่งสั้น จะพยายามจบในตอนนะคะ
เรื่องผีๆบางเรื่อง ได้ถูกดัดแปลงจากเหตุการณ์ที่มีคนไปเจอมาแล้ว = =''' อ่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคะ
Warning: AU, Yaoi Aleart, นอยไม่ซึน(มั้ง), ฟิกเสื่อม รั่ว บ้า ไม่อาจหาสาระใดใดได้ , ค่อนข้างจะนอนเซนส์ไปนิดสำหรับบทนี้ = ='''
THX: ร.พ.สนามจันทร์ สถานบิวท์อารมณ์ของAct.นี้
ค่ายอาสาที่ราชบุรี อีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการเขียน ที่ทำให้เรารู้ว่า นอนข้างป่าช้ามันสนุกกว่าที่คิด กร๊ากกกกก(แต่ไอ้ของแถมนี่ขอที หนูไม่อยากเจ๊ออออ)
เจ๊เฟรน(ตามเคย) สำหรับเรื่องผีนะเคอะ แอบถือวิสาสะหยิบใช้เรื่องนึง
---------------------------------------------------------------------
ACT. 2 : Summer Night
"... จากนั้น เด็กคนนั้นจึงเริ่มนับบันไดอีกครั้ง
1 ... 2 ... 3...
นับได้สิบสามขั้น ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังนับได้เพียงสิบสอง เขาเริ่มไม่มั่นใจ และเดินขึ้นบันได เริ่มต้นนับใหม่เป็นครั้งที่สาม
1... 2... 3...
คราวนี้นับได้สิบสองขั้น เด็กหนุ่มนึกโล่งใจ ที่ได้สิบสามขั้นคงจะนับผิด เขาบอกตัวเองแบบนั้น แต่เพื่อความมั่นใจ เขาก็เลยตัดสินใจนับอีกรอบ
1... 2... 3...
แต่คราวนี้ กลับนับได้สิบสามขึ้นอีกครั้ง ... " ผู้เล่าทอดเสียงลงชวนใจระทึก นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มกวาดมองผู้คนที่อยู่รายรอบช้าๆ
"เด็กคนนั้นก็เริ่มใจเสีย ทั้งๆที่สมองสั่งให้ไม่สนใจและรีบกลับบ้านไปซะ แต่ขากลับไม่ยอมฟังคำสั่ง เขาเดินขึ้นบันไดอีกครั้ง
1... 2... 3....
กลับมาเป็นสิบสองขึ้นอีกครั้ง แถมไฟฉายในมือก็เริ่มติดๆดับๆอย่างไม่รู้สาเหตุ... " เสี้ยวหน้าที่ต้องแสงเทียนสว่างตัดกับเงามืดชวนให้ขนลุก เธอหยุดกลืนน้ำลาย ขณะที่กลุ่มคนฟังขยับล้อมวงเข้าใกล้อย่างลืมตัว
"จะมีอะไรซะอีกวะ นอกจากไอ้เด็กนั่นมันทำตกตอนเดินขึ้นๆลงๆจนหลอดขาด"อีกเสียงหนึ่งสวนทะลุกลางปล้อง พร้อมกับแสงไฟที่สว่างวาบขึ้นมาจนทุกคนสะดุ้ง ขับไล่บรรยากาศสยองไปจนหมดสิ้น
"โธ่ นอยโทร่า คนเขากำลังลุ้นๆกันอยู่ จะมาขัดคอทำไม"เจ้าชายแห่งวงการแพทย์บ่นอุบ น้ำเสียงเจือกระแสความไม่พอใจอย่างไม่จริงจัง
"กะอีแค่เรื่องไร้สาระ ฉันยืนฟังอยู่ตั้งนาน จะมีอะไร นอกจากเด็กนั่นเซ่อจนนับผิดๆถูกๆ" คนต้นเหตุว่าเข้าให้
"แกว่าไร้สาระแล้วจะมาทำไมวะ"กริมจอว์สวนกลับอย่างไม่ไว้หน้า ร่างสูงโย่งทำเสียงจึ้กจั้กในลำคอ
"มันเรื่องของฉัน" ร่างขาวซีดกระตุกยิ้มมุมปาก
"ไม่อยากให้เทสล่ากลับบ้านตอนดึกๆคนเดียวก็บอกมาตรงๆสิ"วิสัญญีกะดึกพูดหน้าตาย กริมจอว์หลุดก๊ากขณะหันไปแท็กมือกับซันเงสึด้วยความสะใจ
"ชิ" หนุ่มโปรแกรมเมอร์สบถในลำคออย่างจนคำพูด และมองเพื่อนเก่าด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนัก เขาหันรีหันขวาง สุดท้ายจึงเดินไปที่วงสนทนาก่อนจะใช้เท้าสะกิดร่างโปร่ง หมอหนุ่มหันมาส่งสายตาทักทาย ก่อนขยับแบ่งพื้นที่ให้
"ทำเป็นปากแข็ง สุดท้ายก็มาสินะ"หญิงสาวเยาะ
"เงียบไปเลยยัยหัวลอดช่อง หน้าโรงพยาบาลเขาติดป้ายห้ามเข้าไว้หรือไง"เขาว่า เนลิเอลบิดยิ้มก่อนตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า
"เปล่าติด แต่สำเหนียกไว้หน่อยล่ะว่าที่นี่มันห้องพักแพทย์ อ่านป้ายหน้าห้องมั้ยว่า STAFF ONLY หรือว่าตอนนี้ในหัวอ่านออกแต่ภาษาซีกับจาว่าสคริปต์"
"เดี๋ยวเถอะ!!" นอยโทร่าขึ้นเสียง ขณะที่ร่างบางเชิดหน้าใส่อย่างไม่ยอมแพ้
"เอาเถอะครับๆ มากคนก็เฉลี่ยจำนวนเรื่องกันไป จะได้ไม่ต้องเล่าเยอะ"จิตแพทย์ผมทองรีบห้ามทัพก่อนที่ถ่านมอดๆจะได้คุไฟ(แค้น)ขึ้นอีกรอบ เขาส่งสายตาขอโทษขอโพยเพื่อนที่เหลือด้วยความเกรงใจก่อนลุกขึ้นไปดับไฟลงอีกครั้ง
รู้สึกพิลึกเกินไปหรือเปล่าครับ กับภาพที่เห็นต่อไปนี้
หมอและพยาบาลจำนวนหนึ่งโหล พากันมาสุมหัวอยู่ในห้องพักแพทย์ส่วนนอกหรือห้องอเนกประสงค์ตามคำเรียกของพวกเราที่ปิดไฟเสียจนมืด มีแค่เทียนโหลเศษที่ริบหรี่เต็มทนเป็นแหล่งกำเนิดแสง แล้วแต่ละคนก็เริ่มขุดเรื่องสยองจิตสะกิดรูขุมขนมาเล่าสู่กันฟังอย่างกับจะแข่งไซโคอะไรบางอย่าง
ถูกแล้วครับ พวกเรากำลังเล่นเกมยอดนิยมอันดับหนึ่งของหน้าร้อน
"ร้อยตำนานเขย่าขวัญ" ผู้มาใหม่ทวนคำแกมเยาะ คิ้วเลิกสูงจนน่ากลัวว่าจะหายลับไปกับม่านผมสายคาดผ้าอายแพช รอยยิ้มที่เคลือบริมฝีปากดูเหยียดแกมกวนประสาทเสียจนพยาบาลสาวอยากจะประทุษร้ายสักแผลสองแผล
"ไหนๆมาแล้วก็เล่นๆไปซะเถอะ เหลืออีกไม่กี่เรื่องก็จะครบร้อยแล้ว" เนลิเอลตัดบท ก่อนเลื่อนเทียนเล่มหนึ่งมาให้เป็นเชิงบังคับ เทสล่าเหลือบมองแล้วถอนใจ ก่อนจัดการทำให้กิจกรรมสามารถดำเนินต่อไปได้
"เล่าต่อเลยครับคุณลูเคีย" พยาบาลร่างเล็กทำหน้าเซ็งๆแล้วคว้าเทียนที่อยู่ตรงหน้ามาถือไว้
"จากนั้นก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่เด็กคนนั้นตกใจจนวิ่งกลับบ้านไปเท่านั้นเอง" ห่อริมฝีปากเป่าลมหายใจแรงจนเปลวเทียนดับ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเบือนไปสบผู้ที่นั่งข้าง
"เรื่องที่แปดสิบแปด ต่อไปตาเธอแล้ว อิโนะอุเอะ"
เสียงเจื้อยแจ้วยังเล่าเรื่องราวต่อไปเรื่อยๆ นอยโทร่าแอบเบ้ปากอยากนึกรำคาญ ก่อนหันไปหาคนที่อยู่ข้างๆ
"ที่บอกว่าจะกลับช้านี่เพราะไอ้เรื่องงี่เง่านี่เองเรอะ"
"โธ่ ก็นานๆที่ผมก็อยากหาอะไรสนุกๆทำบ้างนี่ครับ"หมอหนุ่มแก้ตัวอ่อยๆ ขณะรีบส่งสัญญาณSOSทางสายตาให้พยาบาลสาวเพื่อนยาก
"ใจคอนายจะกักเทสล่าไว้ให้อยู่แต่ในบ้าน เป็นทาสรักทาสอารมณ์นายคนเดียวหรือไงยะ" สัญญาณรหัสมอร์สส่งถึงพันธมิตร แต่กองกำลังเสริมที่ส่งมาช่วยแทบจะทำให้เขากุมขมับ
ไอ้ประโยคหลังไม่ต้องพูดก็ดีนะครับ คุณเนลิเอล
กระสุนคำพูดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเสียจนเจ้าของข้อพิพาทแทบจะเอาหัวมุดส้วมหนีอายเสียให้พ้นๆ ในเมื่อเนื้อความเหล่านั้น พาดพิงถึงแต่ตัวเขา!!!
"กลัวหมอนั่นถูกฉุดเข้ารกเข้าพงก็พูดมาตรงๆเถอะย่ะ"
"ใครว่าฉันเป็นห่วงมันไม่ทราบ"
"อ๊อเหรอ แต่ฉันว่าฉันยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะ"
"ยัยเนลิเอล!!!"
"เรียกทำไมยะ"
"ยัยหัวลอดช่อง!!!"
"เขาเรียกสีซ่าหริ่มย่ะ นายน่ะหัดพูดอะไรดีๆกับเขาบ้างเถอะ ไอ้ประเภทที่ว่าฉันจะกินแกแทนอาหารเย็นน่ะ เลิกซะ!"
"ยุ่งอะไรด้วยมิทราบ แล้วไอ้ที่ฉันพูดมันไม่ดีตรงไหน"
"ถ้าแบบนายพูดเรียกว่าดี งั้นที่กริมจอว์พูดคงเป็นภาษาดอกไม้แล้วมั้ง"
ขณะที่เทสล่ากำลังพยายามยุติสงครามวาจาของอดีตคู่รักด้วยหน้าที่ร้อนจนแทบไหม้ พันธมิตรรายใหม่ที่ไม่ได้ขอความช่วยเหลือ ก็ส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดมาช่วยเสียก่อน
"จะทะเลาะรำลึกความหลังกันก็อย่ามาพาดพิงถึงคนอื่นสิโว้ย"เสียงห้าวของคุณหมอผ่าตัดหัวฟ้าตะโกนข้ามวงอย่างไม่เกรงใจ ทำเอาโอริฮิเมะสะดุ้งเฮือกจนเผลอปัดเทียนเกือบทั้งแถบล้มคว่ำ
เหตุการณ์เสี่ยงต่อการถูกผอ.คุโรซากิเฉดหัวออกจากงานทำให้บรรดาคุณหมอต้องรีบเปลี่ยนอาชีพเป็นพนักงานดับเพลิงชั่วคราว น้ำชาในถ้วยถูกสาดก่อนตามด้วยรองเท้าแตะที่ถอดออกตบ กว่าเพลิงจะสงบก็ทำเอาหมอและพยาบาลเสียเหงื่อกันไปหลายหยด โชคยังดีที่พื้นของห้องอเนกประสงค์ปูด้วยกระเบื้องแทนที่จะเป็นเสื่อทาทามิแบบห้องพักแพทย์ห้องอื่นๆ เลยทำให้ไม่เกิดความเสียหายอะไรมากนัก
เร็นจิหย่อนก้นลงนั่งหลังจากไปซักผ้าเช็ดพื้นตากเป็นที่เรียบร้อย สีหน้ากึ่งเอือมระอากึ่งหงุดหงิดของอีกหนึ่งวิสัญญีแพทย์ทำเอาพยาบาลสาวต้นเพลิงรีบขอโทษขอโพยยกใหญ่ แม้ปากหมอหนุ่มจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่สายตากลับจ้องเขม็งไปที่หนึ่งโปรแกรมเมอร์หนึ่งพยาบาลที่กำลังโต้คารมกันอย่างเผ็ดร้อน และแถมการเหลือบๆอย่างอาฆาตไปให้หมอศัลย์ที่ยังนั่งคุยกับหมอวิอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
ไอ้คุณตัวต้นเหตุทั้งสาม ช่วยสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นหน่อยสิ(โว้ย)
แม้อยากจะตะโกนใส่เท่าไหร่ แต่หนึ่งเท้าที่ยังอยู่ใกล้เข้ามากทำให้หมอหนุ่มได้แต่สงบปากสงบคำเอาไว้ ลูเคียตบบ่าเพื่อนสนิทอย่างเห็นใจในโชคชะตาของคนพื้นรองเท้าไหม้ สาวร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนตะโกนดังลั่น
"เงียบ!!!"
ยิ่งกว่าปิดสวิตช์หรือกดปุ่มMute ทุกการโต้เถียงเงียบลงในทันที เทสล่านึกขอบคุณคุณน้องสาวหัวหน้าห้องผ่าตัดอยู่ในใจที่ช่วยให้เขาหลุดพ้นจากเรื่องน่าอายไปเสียได้
"ขอบคุณค่ะ เอ้า อิโนะอุเอะเล่าต่อสิ ถึงไหนแล้ว"พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่แพ้ผู้พี่ที่ไม่ได้มานั่งล้อมวงด้วย ก่อนหันไปบอกเพื่อนสาว ที่กำลังจ่อไม้ขีดเข้ากับเทียนเล่มสุดท้าย
"อ๊ะ จ้ะๆ" โอริฮิเมะยังทำหน้าป้ำๆเป๋อๆก่อนเริ่มต้นเล่าต่อ
"จริงๆแล้วเพื่อนคนนั้นก็บอกว่ามันไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอกค่ะ แต่ว่าเสียงวิญญาณที่มาคร่ำครวญอยู่ข้างๆหูเวลานอนมันทำให้รำคาญจนทนไม่ได้..."
"ก็เลยไปตามหมอผีมาแก้ปัญหาล่ะสิ" ซาเอลคาดเดา เจ้าหญิงทอผ้ายิ้มหวาน
"เปล่าค่ะ แต่เธอลุกขึ้นไปท้าต่อยกับผีตนนั้นตรงๆเลยต่างหาก"
...
บ้าบิ่นเกินไปหรือเปล่าครับท่าน
บรรดาหมอๆกุมขมับกึกกันอย่างพร้อมเพรียง ถ้าหากว่ากันด้วยภาษาการ์ตูนแล้ว คงต้องมีบรรยากาศอึมครึมและเหงื่อเม็ดเป้งแปะหน้าเป็นออฟชั่นเสริมแน่ๆ
"แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดอะไรขึ้นหรอกนะคะ เพราะถ้าตามคำบอกเล่าของเพื่อน ผีมันไม่มีตัวตน ทำอะไรไปเขาไม่เจ็บ เพราะงั้นต่อยไปก็เหมือนชกลมเปล่าๆ แถมเธอยังบอกว่าก่อนวิญญาณตนนั้นจะจากไป ก็ถูกด่าว่าประสาทเลยค่ะ"
ก็สมควรอยู่หรอกครับ
"นี่มันเรื่องสยองขวัญแน่เรอะ"นอยโทร่าหันไปสะกิดถามอดีตแฟนด้วยสีหน้าปุเลี่ยนๆ เนลิเอลถอนใจเนือยๆก่อนกระซิบตอบด้วยสีหน้าพิลึกไม่แพ้กัน
"เฉพาะของยัยนั่นเท่านั้นแหละ ตั้งแต่เล่ามา ออกแนวนี้เกือบทุกเรื่อง"
"เรื่องที่แปดสิบเก้าจบแล้วค่ะ ต่อไป ตาใครคะ" ว่าแล้ว เธอก็เลื่อนเทียนเล่มที่อยู่ตรงหน้ามาโบกให้ดับ
"ฉันเอง"หนึ่งในลูกชายผู้อำนวยการยกมือขึ้น อิจิโกะเกาศีรษะอย่างใช้ความคิด ก่อนเริ่มต้นเล่าเรื่องลึกลับลำดับที่เก้าสิบ
"อันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นสมัยที่ฉันยังฝึกงานอยู่ในโรงพยาบาลตามชนบทน่ะนะ" หมอหนุ่มหลับตาลงคล้ายกับระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต
"คืนนั้นเป็นคืนฝนตก พายุเข้า แล้วฉันก็อยู่เวรที่วอร์ดผู้ป่วยสามัญ ปกติถ้าไม่มีเหตุฉุกเฉินอะไรที่คนไม่พอจริงๆ นศพ.อย่างเราๆก็มักจะแค่นั่งเฝ้าเคาท์เตอร์ แล้วก็ไปตรวจอาการคนไข้ตามเวลาใช่มะ"
"ทีนี้วันนั้นเกิดมีเคสด่วนเข้ามาตอนสี่ทุ่มกว่า พี่ที่อยู่เวรด้วยกันเลยต้องลงไปช่วย ฉันก็นั่งเฝ้าวอร์ดไปคนเดียว พอช่วงใกล้เที่ยงคืน ก็เลยเริ่มง่วง โธ่ อากาศเย็นๆแบบนั้น ไม่หลับก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว"ผิวสีน้ำผึ้งขึ้นสีระเรื่อเนื่องจากอายที่บกพร่องในหน้าที่ครั้งอดีต
"ตอนนั้น ฉันเคลิ้มๆแล้วแหละ แต่หูก็ได้ยินเสียคนไข้เรียกเอาเสียก่อน
'หมอๆ ขอยาแก้ปวดหน่อย'
ได้ยินแบบนี้แหละ ดังจากหน้าเคาท์เตอร์เลยด้วย พองัวเงียตื่นขึ้นมาดู ปรากฏว่าคนไข้ทั้งวอร์ดหลับสนิทกันหมด ตอนแรก ฉันคิดว่าคงกังวลเลยหูแว่ว พอฟุบหน้าลงจะนอนอีกรอบ เริ่มเคลิ่ม มันก็เอาอีกแล้ว
'หมอๆ หมอครับ ขอยาแก้ปวดหน่อย'
แถมคราวนี้ได้ยินเหมือนมายืนพูดกรอกหูเลยด้วย ฉันก็สะดุ้งเลยสิ พอหันไปดู ปรากฏว่าก็ไม่มีใครทั้งนั้นแหละ" หมอผ่าตัดเด็กกลืนน้ำลายก่อนเล่าต่อ
"ตอนนั้นก็ยังคิดว่าตัวเองง่วงมาก เลยคิดว่าล้างหน้าหน่อยคงหาย แต่พอเงยหน้าขึ้นมองกระจก หางตาก็เหลือบไปเห็นเงาอะไรบางอย่างเข้าเสียงก่อน แล้วเสียงขอยาแก้ปวด ก็ดังแบบเดิมอีก อากาศเย็นๆชื้นๆแบบนั้น พอคิดว่าอะไรบางอย่างที่ไม่
มีตัวตนเป็นคนพูดด้วย มันก็ยิ่งพาลให้รู้สึกยะเยือกกว่าปกติ ขนที่แขนงี้ลุกไปหมด ประจวบเหมาะกับพี่เขากลับขึ้นมาพอดีฉันก็เลยฝากเวรไว้แล้ววิ่งลงไปกดกาแฟมากินให้หายง่วง"
"หูแว่วกับตาฝาดหรือเปล่าวะ" หนุ่มนอกสายถามแทรก ชายผมส้มถอนหายใจ
"ตอนแรกฉันก็คิดแบบนายนั่นแหละ แต่พอกลับขึ้นมาที่วอร์ดอีกครั้ง คงเพราะสีหน้าฉันคงประหลาดๆ พี่เขาเลยถามว่าไปเจออะไรแปลกๆมาหรือไง" หนึ่งในแฝดคุโรซากิเหลือบมองผู้ฟังทุกคนก่อนคลี่ปมสุดท้าย
"พอฉันเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง พี่เขากลับหัวเราะ แล้วบอกว่า มันเรื่องปกติของวอร์ดนี้ในคืนฝนตกแหละ ชายคนนั้นเป็นคนที่ประสบอุบัติเหตุแล้วเข้ารับการรักษาที่นั่น ดึกๆหนาวๆแกก็จะบ่นว่าปวดแผล แล้วก็ขอยาแก้ปวดจากหมอเวรประจำ แต่ฉันก็ไม่รู้นะว่าทำไมแกถึงตายกลายมาเป็นวิญญาณหลอนวอร์ดแบบนั้นได้" เทียนอีกเล่มถูกดับไป พร้อมกับอีกหนึ่งที่ถูกส่งต่อ
"ตานายแล้ว ซันเงสึ" แฝดน้องคุโรซากิรับมาอย่างอิดออดเล็กน้อยก็เล่าด้วยน้ำเสียงซังกะตาย
"จริงๆเรื่องนี้ฉันว่าพวกแกก็น่าจะรู้กันหลายคนแล้วแหละมั้ง อ้อ ยกเว้นเทสล่าสินะ" ซันเงสึเอามือซีดๆเสยผมสีดอกเลาของตนเองขึ้น
"เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโรงเรียนสมัยมอต้นที่พวกเราเรียนมานั่นแหละ ยังจำกันได้หรือเปล่า เรื่องมุมสี่มุมน่ะ" หลายเสียงร้องอ๋อขึ้นมาทันที
"โอเค ถ้ารู้แล้วฉันจะได้เล่าย่อๆ เอาแค่ให้ครบร้อยละกันนะ"
"เรื่องนี้ เขาว่าจะทำให้เกิด ก็ต้องเกิดในวันฝนตกเท่านั้นแหละ ในบรรดาห้องทับสี่ทั้งหมด ของปีสองทับสี่ ที่อยู่ชั้นสี่น่ะ เป็นตัวต้นเหตุเลย เขาบอกกันว่า ถ้าเกิดไปนั่งอยู่ในห้องนั้นคนเดียว ในเย็นวันฝนตก พร้อมกับชี้ไล่ที่แต่ละมุม ออกเสียงนับ
1...
2...
3...
4...
พอครบสี่มุม จะมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น เริ่มตั้งแต่ มีแขนเหี่ยวแห้งเหมือนแขนศพตกปุลงมาจากมุมหนึ่ง แล้วเริ่มคืบคลานเข้ามาหา" ซันเงสึใส่อารมณ์ขณะเล่า มือขาวซีดเริ่มขยับไหวน้อยๆ
"ถ้าเกิดตกใจจะผงะหนี มุมฝั่งตกกันข้ามจะมีขาเฟะข้างหนึ่งไหลผลัวะลงมาเข้าให้ แต่มันจะไม่ยอมให้เราได้แหกปากร้องหรอกนะ เพราะขาอีกข้างก็จะเดินมาหาด้วยเช่นเดียวกัน"ศัลยแพทย์หนุ่มแสยะยิ้ม
"ถ้ายังบ้าพอที่จะยืนอย่างในห้อง ลำตัวไร้แขนขาแถมหัวขาด ด้วนๆเป็นพรหมลูกฟักก็จะคืบกระดืบๆเหมือนหนอนเข้ามาใกล้ ทีนี้ ต่อให้อยากหนี กระโจนได้ถึงประตูห้อง ...."เขาลากเสียงยาวอย่างชวนขนลุก
"หัวสดๆที่ยังเลือดโชกก็จะหล่นโครมลงมาตรงหน้าไงล่ะ" สิ้นเสียง ลูกชายผอ.ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นด้วยความสะใจ จนบรรดาเพื่อนหมอที่เหลืออยากจะยัดเยียดเคสพิเศษนอกเวลาให้เทสล่าบำบัดแบบปัจจุบันทันด่วน
กว่าซันเงสึจะเงียบเสียงลงได้ก็ทำเอาหลายคนขนลุกกันยกใหญ่ หมอหนุ่มยังคงหัวเราะเบาๆในลำคอขณะดับเทียนของตน
"ยังไงมันก็แค่ตำนานล่ะน้า เอาล่ะ เรื่องที่เก้าสิบเอ็ดก็ไปแล้ว ต่อไปตาใครวะ"
"ฉันเอง"เร็นจิเอ่ย รับเทียนพร้อมเชิงรองมาวางไว้ตรงหน้า ก่อนเปิดปากเล่าเรื่องต่อไป
ดีกรีความสั่นประสาทยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียนแต่ละเล่มถูกดับลง โดยเฉพาะเรื่องวิญญาณในตึกกรอสของอุลคิโอร่า แมวปีศาจของกริมจอว์ หมอนักผ่าของซาเอล จนกระทั่ง เกมนี้ดำเนินมาถึงเรื่องที่เก้าสิบแปด ห้องทั้งห้องก็แทบจะมืดสนิท
สมาชิกในวงสามารถเห็นหน้าเพื่อนที่นั่งตรงกันข้ามได้เพียงเลือนรางเท่านั้น สายลมฤดูร้อนพัดหวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่างที่แง้มเปิดพาให้ใจสั่น
"เอาล่ะ ก่อนรองสุดท้าย ตาฉันสินะ"รองหัวหน้าพยาบาลห้องผ่าตัดเอ่ยเสียงเนือยๆขณะเลื่อนเทียนหนึ่งในสามมาไว้ตรงหน้า เสียงนาฬิกาคุณปู่ที่ตั้งอยู่มุมห้องตีบอกเวลาห้าทุ่มตรงเป็นแบ็กกราวน์เพิ่มความน่าขนลุก
"เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตอนที่ฉันเข้าเรียนในวิทยาลัยพยาบาลแถบชานเมือง ที่นั่นบรรยากาศคล้ายๆต่างจังหวัดนิดหน่อย ในตัววิทยาลัยเองก็ปลูกต้นไม้ไว้มาก นัยว่าช่วยเพิ่มความร่มรื่นน่ะนะ"เธอหยุดกลืนน้ำลาย
"ทีนี้ คืนที่เกิดเรื่องน่ะ เป็นคืนของวันสอบวันสุดท้ายตอนจะจบปีหนึ่ง รูมเมทฉันเองก็หิ้วกระเป๋ากลับบ้านไปตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว เพื่อนอีกคนก็เลยชวนให้มานอนเป็นเพื่อนที่หอหลัง ไอ้เราก็เห็นว่าหอหลังมันใกล้ประตูทางออกดี ก็เลยเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วหิ้วไปด้วย ตื่นเช้ามาจะได้ไปเลย"
"คืนนั้นฉันกับเพื่อนก็นอนคุยกันจนถึงห้าทุ่ม เลยขอตัวไปอาบน้ำ ห้องน้ำของหอหลังค่อนข้างเก่า ผิดกับหอกลางที่ฉันอยู่ แต่ยังดีที่ไม่ได้เป็นห้องอาบน้ำรวม ไม่งั้นคงโล่งจนหวิวแน่ๆ"เนลิเอลหัวเราะเบาๆ
"นั่นสินะคะ อาบน้ำคนเดียวในห้องอาบน้ำรวมตอนดึกๆน่ากลัวจะตายไป เหมือนว่าเงาอะไรในกระจกมันจะหลุดออกมาอย่างนั้นแหละ"
"ใช่มั้ยล่ะอิโนะอุเอะ ฉันเองก็คิดแบบนั้น เลยรีบเปลี่ยนเสื้อผ้ากำลังจะอาบน้ำ ปรากฏว่าตอนที่ก้มตัวเก็บของ ฉันก็เห็นขาคนที่อยู่ห้องข้างๆเข้า ตอนแรกนึกดีใจว่ามีเพื่อนอยู่ด้วยแล้ว เลยอาบน้ำไปสบายๆ แต่พอแต่งตัวเสร็จออกมาฉันก็มองหาคนที่อาบห้องข้างๆว่าอยู่ที่ไหน จะได้กลับไปด้วยกัน แต่ปรากฏว่า ในห้องน้ำนั้นแห้งสนิทเลย ไม่มีร่องรอยของการเปิดน้ำใช้แม้แต่น้อย ฉันเริ่มใจไม่ค่อยดีเลยรีบกลับไปนอน"
"ฉันกับเพื่อนตกลงกันไว้ว่าจะนอนเตียงล่าง พอตกตีสอง ฉันก็ยังนอนไม่หลับ พอพลิกตัวหันหลังให้หน้าต่างก็จะแว่วเสียงคนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตลอดจนฉันรำคาญ แต่พอพลิกตัวหันกลับไปดูเท่านั้นแหละ"หญิงสาวหยุดเล่าไปเสียดื้อๆ
"เกิดอะไรขึ้นวะ"คนที่อยู่ข้างๆอดถามไม่ได้ เจ้าของเรื่องถอนหายใจเฮือก
"ฉันก็เห็นตัวต้นเหตุน่ะสิ เป็นผู้หญิงผมยาวเฟื้อยมานั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่ข้างเตียง พอฉันขยับปากจะถาม เธอก็ชิงเงยหน้าขึ้นมาเสียก่อน เนื้อตัวเน่าจนเฟะไปหมด ตาเตออะไรก็แทบจะหลุดออกมาจากเบ้า ฉันผงะจนเกือบตกเตียง พอจะร้องเรียกเพื่อน เสียงก็ติดอยู่ในลำคอแบบนั้น มันเหมือนร่างกายหนักไปหมด ทำได้แต่มองค้างอยู่แบบนั้น"เรียวปากบางเม้มแน่น
"จนกระทั่งเพื่อนที่นอนอยู่เตียงข้างๆครางอือขึ้นมานั่นแหละ เขาถึงได้หายไป ฉันเลยปลุกเพื่อนขึ้นมาเล่าให้ฟัง หลังจากนั้น ทั้งไฟทั้งวิทยุทั้งโน้ตบุ๊ค เปิดทิ้งไว้หมด พวกเราไม่ยอมนอนจนกระทั่งสว่างเลย หลังจากนั้น เพื่อนคนนั้นก็ทำเรื่องขอย้ายมาอยู่หอกลางทันที เขาบอกว่าอยู่มาเป็นปีไม่เจอ พอฉันมาอยู่กลับเจอเข้าจนได้ ก็เลยชักกลัวว่าถ้าวันไหนอยู่คนเดียวจะเป็นยังไง เลยชิงย้ายๆหนีมาซะ" หญิงสาวเป่าเทียนดับ
"ตัวเรียกผีสินะเธอน่ะ"นอยโทร่าว่าเข้าให้ นัยน์ตาสีน้ำตาลตวัดค้อนใสทั้งๆที่แทบจะมองสีหน้ากันไม่เห็น
"เขาเรียกว่าดวงมันจะเจอย่ะ หลังจากนั้นฉันก็ไม่ค่อยเจออะไรแบบนี้หรอกนะ ถ้าที่นั่นมันไม่แรงจริงๆน่ะ"เธอเอ่ยแก้
"เอาล่ะ เรื่องที่เก้าสิบเก้าตาเทสล่าสินะ"
"ครับ" จิตแพทย์หนึ่งเดียวรับเทียนมาก่อนหลับตาลงอย่างใช้ความคิด ความเงียบโรยตัวลงครอบครองพื้นที่อีกครั้ง เสียงเข็มนาฬิกาที่เดินแต่ละวินาทีกดดันความรู้สึก จนคนที่ถูกกำหนดให้เป็นลำดับสุดท้ายออกปากทำลายความเงียบ
"จะคิดมากอะไรนักหนาวะ เทสล่า เล่าๆมาสักเรื่องแล้วจะได้รีบกลับบ้าน"นอยโทร่าเอ่ยอย่างหงุดหงิด ความจริงแล้วเขาไม่คิดว่าเทสล่าจะกลับช้าขนาดนี้ถึงได้หิ้วท้องรอกินข้าวเย็นด้วยกัน พอสามทุ่มยังไม่กลับ จึงมาตามที่โรงพยาบาลทั้งแบบนั้น
"อ่า ครับๆ"
"สมัยเรียนมัธยมผมอยู่ชมรมศิลปะ ช่วงหน้าร้อนเขาก็จะชอบพาออกค่ายไปตระเวณตามวัดเก่าๆ หรือตามพวกป่าพวกภูเขา หาสถานที่สวยๆเสก็ตรูปกัน ตอนที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น พวกผมไปเข้าค่ายกันที่วัดเก่าแถวๆเมืองโมริโอกะ ด้วยความที่เป็นวัดอยู่ในป่าในเขา ท่านเจ้าอาวาสเลยยกห้องในศาลาให้พวกเราใช้เป็นที่พักเสียห้องหนึ่ง" หมอหนุ่มเล่าเสียงเอื่อย นิ้วเรียวแตะหยดน้ำตาเทียนที่หลอมละลายเล่นพอให้ร้อนมือ
"ด้วยความที่ผมอายุน้อยที่สุดในชมรม พวกรุ่นพี่เลยให้ผมนอนด้านในสุดของห้อง หันหัวให้ประตูบานเลื่อนคู่หนึ่งที่พวกเราเข้าใจกันว่าเป็นห้องเก็บของ คืนนั้น ผมนอนหลับๆตื่นๆตลอดเวลา คงเป็นเพราะอากาศร้อนกับเสียงจักจั่นที่ร้องกันระงมในบริเวณวัด แต่ที่แน่ๆผมรู้สึกว่า มีอะไรบางอย่างรบกวนผมอยู่ ทุกครั้งที่เคลิ้มหลับ ผมจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกุกกักจากทางหัวนอนตลอดเวลา บางทีก็จะแว่วเสียงครืดคราดของประตูเลื่อนฝืดๆที่พยายามเลื่อนเข้าออก บางครั้ง ก็จะรู้สึกว่ามีคนกำลังเดินผ่านข้างตัว ไปไปมามาแบบนั้น ถ้าตอนไหนที่เผลอพลิกตัวจนไปนอนตรงกับประตูเข้า ผมก็รู้สึกว่ามีมือเย็นๆมาสะกิด บ้างก็พยายามผลักให้ผมพ้นจากทางเดินของเขาเสีย"เทสล่าเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนหมอ แสงที่ส่องจากเบื้องล่างและปอยผมด้านหน้าที่ร่วงลงมาปรกหน้าผากเกิดเงามืดชวนให้ขนลุกอย่างช่วยไม่ได้
"ยิ่งผมพยายามข่มตานอน ผมก็จะยิ่งรู้สึกถึง'พวกเขา'มากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้าย ผมเลยกินยานอนหลับเข้าไปถึงจะพอได้พักผ่อนบ้าง พอตื่นเช้ามา ผมก็เลยไปถามท่านเจ้าอาวาสว่า ประตูอีกคู่ที่อยู่ในห้องที่พวกผมพักนั้นเปิดไปไหนกันแน่ ท่านเลยถามว่า เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหรือไง เมื่อผมเล่าเหตุกาณ์ทั้งหมดให้ฟัง ท่านจึงยอมบอกว่า ห้องนั้น เป็นห้องของญาติโยมที่ตายไปแล้ว หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือห้องที่รับฝากศพไว้ก่อนจะทำพิธีนั่นเอง" หมอหนุ่มสรุปเรื่อง ก่อนจะโน้มหน้าลงไปเป่าเทียน แสงสว่างที่ดับหายไปอีกหนึ่ง ชวนเพิ่มความสยดสยองให้รอยยิ้มซื่อๆในแบบของเทสล่าอย่างน่าประหลาด
ขณะนี้ ในห้องอเนกประสงค์เหลือเทียนเพียงเล่มเดียวที่ยังถูกจุดเอาไว้ เปลวที่ไหววูบวาบต้องวัตถุจนเกิดเงาประหลายชวนให้ใจเสีย ส่วนผู้ที่ต้องทำหน้าที่ก่อนดับเทียนนั้นยังจ้องมองเปลวสีส้มเฉย ไม่มีทีท่าแม้แต่จะเปิดปากเล่าเรื่องของตนแต่อย่างใด
"จะจ้องให้มันได้อะไรขึ้นมาวะ นอยโทร่า รีบๆเล่าไปซะซี่ แกอยากกลับบ้านไม่ใช่หรือไง"กริมจอว์เอ่ยเร่ง สีหน้าของศัลย์แพทย์หนุ่มดูไม่ค่อยดีนัก แต่บรรดาสมาชิกในห้องอเนกประสงค์นี้แทบจะไม่มีใครที่ยังสามารถทำหน้าระรื่นหรือเอ่ยปากแซวกันเช่นในชั่วโมงก่อนหน้านี้ได้ ม่านหมอกแห่งความอึมครึมที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่เทียนถูกดับเข้าสู่จุดวิกฤติ แม้แต่อิลฟอร์ทยังอดไม่ได้ที่จะนึกว่าตนไม่น่ามาเล่นอะไรแบบนี้เลย
"เรื่องไร้สาระแบบนั้นฉันไม่เคยเจอว่ะ" เจ้าของเทียนเล่มสุดท้ายว่าแบบขวานผ่าซาก นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงน้อยๆก่อนเอ่ยถาม
"ว่าแต่ ไอ้โคมไฟในห้องพักแพทย์ของพวกแกนี่ดูทุเรศลูกตาชะมัดเลยว่ะ ใครเป็นคนเลือกไอ้เจ้านี่มาติดวะ คุโรซากิ" ลูกชายผู้อำนวยการทั้งสองขมวดคิ้ว ก่อนคนพี่จะเป็นไขข้อสงสัย
"ห้องนี้มีแค่หลอดนีออนกับบังไฟเองนะนอยโทร่า โคมอะไรไม่ได้ติดสักหน่อย"อิจิโกะปฏิเสธ นอยโทร่าทำหน้าคล้ายกับไม่เชื่อ
"แล้วไอ้นี่ มันคืออะไรกันละวะ" ว่าจบ คนประกอบอาชีพนอกสายก็ควักไฟฉายออกมาจากที่ไหนไม่รู้ พร้อมกดส่องไปยังตำแหน่งของโคมไฟที่ว่า สายตาของสมาชิกที่เหลือเงยมองตาม ก่อนจะพบกับเรื่องสยองขวัญเรื่องสุดท้ายของค่ำคืนนี้
อะไรบางอย่าง ที่เหมือนซากศพของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุอย่างหนักเละติดอยู่เพดาน ตามเนื้อตัวนั้นเต็มไปด้วยคราบโลหิตและหนอนที่ชอนไชยั้วะเยี้ย ผิวที่หน้าเฟะจัดจนแทบจะล่อนออกมาเป็นเศษเนื้อ เปลือกตากลวงโบ๋เสียจนไม่สามารถกักดวงตาให้คงอยู่ในเบ้าได้ โหนกแก้มและขากรรไกรที่แตกเละกำลังขยับไหว ทุกครั้งที่ริมฝีปากเปื่อยๆนั้นเปิดออก เสียงครางสยองหูจะกรีดก้องจนยะเยือกถึงไขสันหลัง อวัยวะภายในห้องต่องแต่งออกมาจากช่องท้องที่เหวอะหวะ ลำไส้บางส่วนสว่างเรืองแบบฟอสฟอรัสเป็นจังหวะตามการเคลื่อนไหว
ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้อง บรรดาสมาชิกชมรมขนหัวลุกประจำโรงพยาบาลต่างพากันตกใจจนพูดไม่ออก ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่พวกเขาได้เจออะไรที่เป็นเนื้อเป็นหนังได้ถึงขนาดนี้
เทสล่าเลื่อมมือเย็นเฉียบของตนไปกุมมือคนข้างกายไว้แน่น หมอหนุ่มจ้องมองร่างชวนอนาถบนเพดานอย่างตระหนก หากแต่ร่างสูงโย่งกลับมองสิ่งนั้นด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย นอยโทร่ากราดไฟส่องร่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรอยู่บนโลกนี้ เขาฉายไฟค้างไว้ที่ดวงตาซึ่งล้นทะลักออกมานอกเบ้าราวกับจงใจกวนประสาท ร่างอันน่าสังเวชอ้าปากกว้างราวกับต้องการจะกลืนกินทุกสิ่งก่อนกรีดเสียงร้องที่หลั่งไหลออกมาพร้อมกับเหล่าหนอนกินซากตัวเป้ง
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!"
"เป็นไงล่ะ น่าสมน้ำหน้ามั้ย ไปเล่นอะไรแบบนั้นในที่ที่มีคนตายทุกวัน ไอ้ซากนั้นไม่หล่นลงมาทับพวกแกตั้งแต่ตอนเริ่มเล่นก็ดีเท่าไหร่แล้ว"ร่างสูงโย่งเอ่ยอย่างหงุดหงิดขณะเดินไปที่จอดรถจักรยานของบุคลากรในโรงพยาบาล
"ก็ตอนแรกพวกผมคิดว่ามันน่าสนุกดีที่มาเล่นร้อยตำนานกันในคืนหน้าร้อนแบบนี้นี่ครับ" หมอหนุ่มแก้ตัวอ่อยๆพร้อมทั้งพยายามก้าวขาตามให้ทัน แต่กระเป๋าสะพายที่แกว่งไปมาก็เป็นอุปสรรคเสียเหลือเกิน
"เฮอะ สนุก สนุกแล้วเป็นไง นี่อย่าบอกนะว่าแกไม่รู้สึกตัวเลยว่าไอ้ผีเน่านั่นเกาะอยู่บนเพดานตั้งแต่พวกแกจุดเทียนรอบที่สองน่ะ" นอยโทร่าหันมาคว้ากระเป๋าสะพายข้างมาถือไว้เสียเอง ส่วนอีกมือก็ฉุดร่างบางให้เดินเร็วขึ้น
"ก.. ก็ตอนแรก ผมคิดว่าผมคิดไปเองคนเดียว ก็เลยไม่กล้าบอกคุณ" โปรแกรมเมอร์หนุ่มไม่ยอมพูดอะไรต่อจากนั้นนอกจากเร่งฝีเท้าจนผู้ที่เดินตามต้องกึ่งวิ่ง เพื่อตามเจ้าของช่วงขาที่ยาวกว่าให้ทัน
หลังจากที่โอริฮิเมะได้กรีดร้องออกมานั้น ท่อนบนของร่างที่เกาะยึดอยู่บนเพดานได้หลุดและห้อยตัวลงมา เลือดเน่าๆและหนอนตัวอวบหล่นทะลักสู่เบื้องล่าง ทุกคนต่างทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งนอยโทร่าที่ยังถือไฟฉายจ่อหน้ามันตวาดก้อง
'ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่แกควรอยู่ กลับไปซะ' แต่คำสั่งนั้นอยูเหมือนจะไร้ผล ร่างวิญญาณนั้นยังคงห้องหัวต่องแต่งพร้อมกรีดเสียงร้องชวนขวัญเสียอยู่เช่นนั้น
ร่างสูงโปร่งบิดยิ้มแบบเดียวกับเวลาที่เจอสปายแวร์ดื้อด้าน เขาลุกขึ้นยืน เงื้อท่อนไฟฉายแม็กไลท์หกท่อนขึ้นก่อนขว้างไปที่ส่วนหัวที่ห้องลงมาอย่างแม่นยำด้วยดีกรีนักขว้างจักรเหรียญทองอินเตอร์ไฮ
เสียงโพละ เหมือนวัตถุเปราะบางกำลังจะระเบิด ก่อนร่างวิญญาณนั้นสลายหายไป รวมทั้งท่อนไฟฉายที่บินข้ามห้องไปตกเฉียดหัวกริมจอว์ที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามผู้ขว้างแบบเส้นยางแดงผ่าแปด
ห้องพักแพทย์ก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง ขอบคุณไฟฉายแม็กไลท์หกท่อนและมือขว้างจักรเหรียญทองอินเตอร์ไฮ
เกมร้อยตำนานเขย่าขวัญได้ปิดตัวลงพร้อมๆกับเรื่องที่หนึ่งร้อยซึ่งไม่จำเป็นต้องมีผู้เล่า ...
"ทีหลังจะทำอะไรแบบนี้ก็ตรองเสียสามสี่รอบก่อนค่อยทำ ร้อยตำนานไม่ใช่เรื่องน่าเอามาเล่นสนุก รู้หรือเปล่าว่าในสมัยโบราณเขาถือว่าเป็นการเชื่อมสองโลกเข้าด้วยกัน ยิ่งถ้าทำพิธีแบบครบจริงๆต้องเล่นกลางป่าช้า แต่แค่พวกแกมาเล่นกันกลางโรงพยาบาลนี่ก็แทบจะใกล้เคียงแล้ว" ชายหนุ่มเอ่ยขณะย่อตัวลงไขกุญแจล็อกจักรยาน เขาเลื่อนมันออกมาจากช่องจอดก่อนใช้เขี่ยที่รองเท้าสำหรับคนซ้อนให้กางออก
"รู้มั้ย ถ้ายัยเป๋อนั่นไม่ทำเทียนล้มก่อนเล่าครบหนึ่งร้อยเรื่อง รับรองไอ้ที่เกิดมันจะไม่ใช่แค่วิญญาณอุบาทว์ลูกตานั่นมาเน่าแปะครวญครางแน่ๆ"ร่างสูงเอ่ยเสียงดุ ขายาวเหวี่ยงขึ้นคร่อมอานก่อนบ่นอุบอิบ
"ให้ตายสิ เตี้ยขนาดนี้ ขี่ไปเข่าจะชนแฮนด์มั้ยเนี่ย เอ้า แล้วแกจะยืนจ้องฉันอยู่อีกนานมั้ย รีบขึ้นมาได้แล้ว เดี๋ยวก็ทิ้งให้นอนค้างที่นี่ซะหรอก"ประโยคหลังหันไปเอ่ยกับเทสล่า
"อ๊ะ ครับๆ"
ลมแรงพัดปะทะหน้าจนรู้สึกเจ็บ ขายาวๆนั้นหมุนวนรอบเร็วกว่าที่เขาขี่เองมาก พาหนะรักโลกพุ่งฉิวเสียจนหมอหนุ่มจิกมือยึดกับเสื้อเชิร์ตของคนขี่ไว้แน่น เขานั่งเกร็งตัวอยู่บนเบาะแคบๆจนคนเบื้องหน้ารู้สึกได้
"กลัวตกหรือไงวะ" แม้จะเอ่ยถาม แต่ผู้ขับขี่กลับไม่ได้ชะลอความเร็วลงแม้แต่น้อย
"เปล่าครับ แต่ว่า... "เขาอึกอักคล้ายอธิบายไม่ถูก ร่างสูงจึงเอ่ยต่อให้
"ไม่กล้ากอดเอวฉันหรือไง จะทำแบบนั้นก็ทำไปซิ ฉันไม่ว่า นั่งแบบนี้ถ้าตกไปฉันเอาแกส่งวัดแทนโรง'บาลจริงๆด้วย บอกไว้ก่อน"
"อ.. ครับ" แขนเรียวเอื้อมคล้องเอวสอบอย่างกล้าๆกลัวๆจนผู้ให้ซ้อนสบถในลำคอน้อยๆก่อนละแฮนด์หนึ่งมาดึงมือบางให้โอบรอบเอวตนไว้
"อย่าคิดว่าฉันเป็นห่วงเชียว แค่ไม่อยากดูแลคนป่วยเท่านั้นแหละเฟ้ย"นอยโทร่าแก้ตัวอุบอิบ หมอหนุ่มยิ้มรับอย่างไม่ถือสา เขาโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย กระชับอ้อมแขนตนให้มากขึ้น แล้วซุกหน้าลงกับแผ่นหลังกว้าง
"เฮ้ย แค่อนุญาตให้กอดเอวเท่านั้นนะโว้ย ไม่ได้ให้ซบ"ร่างสูงโวยวายน้อยๆ แต่เทสล่ากลับรู้สึกถึงความเร็วรถที่ชะลอลง พร้อมๆกับมืออุ่นที่เลื่อนมาสัมผัสหลังมือตนแผ่วเบา
"นี่แกกินข้าวเย็นหรือยัง เทสล่า" จู่ๆเขาก็ทำลายความเงียบ ผู้ถูกถามส่งเสียงอือในลำคอก่อนซุกหน้าลงไปมากกว่าเก่า แขนเรียวกระชับแน่นเข้าอย่างเผลอไผล
"เทสล่า ... " นอยโทร่าลองเรียกซ้ำ แต่สิ่งที่ตอบรับกลับมามีเพียงเสียงครางเบาๆอย่างขัดใจเท่านั้น
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก รอยยิ้มเอ็นดูที่นานๆทีจะมีครั้งจับริมฝีปากขณะก้มมองมือที่คล้องเอวของตน
เอาเถอะ งดมื้อเย็นอีกสักวันคงไม่ทำให้อาการกำเริบขึ้นมาหรอกมั้ง
==================================
(ขอโทษเจ๊เฟรนด้วยนะเคอะที่ยืมเรื่องผีมาโดยไม่ได้ขอ ง่า ตอนโทรศัพท์คุยกันก็ลืมบอก)
จบแบบมึนๆไปอีกพาร์ทล่ะก๊า
จริงๆพาร์ทนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่ก่อนเขียนบทแรกแล้ว อ่า แต่บทนั้นเป็นอินโทร เลยต้องเข็นขึ้นมาก่อนให้ได้
ตอนแรกที่อยากเขียนนี่ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ แค่คิดว่า เฮ้ย!! จับพวกวิทย์จ๋ามาทำอะไรแบบนี้น่าจะโดนแฮะ(จริงๆคือผลพวกจากการอยู่ค่ายตลอดสามปี = =''' เล่นบ้าเล่นบออะไรกันก็ไม่รู้) แถมหมอๆในเรื่องนี้น่าแกล้งทุกคนเลย กร๊ากกกกก
คาแรกเตอร์ของนอยในพาร์ทนี้ค่อนข้างจะตรงใจนะ อยากวางบทให้หมอนี่ทำตัวเหมือนพวกที่รู้เรื่องนี้แต่ทำไม่สนใจ ประมาณว่า ไม่สน ตรูไม่เห็น ตรูไม่พูด แต่เอาเข้าจริงก็พึ่งพาได้ (แอบรู้สึกว่าวิธีขว้างไฟฉายเฮียบ้าพอๆกับเพื่อนฮิเมะที่ลุกไปต่อยกับผีเลย = =''')
บทนี้เป็นบทที่ใช้เวลาเขียนค่อนข้างนานเลยค่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก ปกติเม่ยจะเขียนฟิกช่วงดึกๆค่ะ ใส่เฮดโฟนแล้วก็เขียนฟิก ช่วงเที่ยงคืนถึงตีสองเนี่ย เขียนสนุกมากกกกก แต่ว่าพอมาลงฟิกนี้ปุ๊บ สารภาพว่าแอบหลอน เพราะต้องบิวท์ตัวเองว่า ตรูอยู่ในห้องมืดๆแบบนั้น มีแค่เทียนส่อหน้านะ อะไรแบบนั้น แต่ก็เขียนสนุกไม่แพ้พาร์ทก่อนจริงๆฮ่ะ
ตอนแรกตั้งใจจะตัดจบตอนฮิเมะกรี๊ดแล้วนะ เหนื่อย แต่ว่าเมื่อคืน ตอนอ่านทวนรู้สึกว่ามันจะแอบปาหมอนนิดหน่อย ดูไร้ความรับผิดชอบไงไม่รุ เลยเติมเหตุการณ์ช่วยท้ายๆลงไป อา~~ นอยน่ารักโฮกจริงๆ เขียนไปหลงไป แต่ใครรู้สึกกันมั้ย อารมณ์ต้นเรื่องผิดกับท้ายเรื่องจริงๆ(/สลด)
ชอบนอยกับเทสที่เป็นแบบนี้แหละ นอยซึนๆแบบน่ารัก เหมือน ห่วงว่ะ แต่กรูไม่พูด เมิงสังเกตพฤติกรรมกรูแทนนะ อะไรแบบนั้น (ฮา)
ตอนที่อ่านทวนรอบแรก ถ้าไม่มีเรื่องจักรยานมันจะเกือบนอยเนลแล้วมั้งเนี่ย อ่า เขียนบทฉะฝีปากนอยกับเนลแล้วสนุกจริงๆ ปากร้ายกันทั้งคู่เลย
คอมเมดี้จริงๆก็ยากเหมือนกันนะเนี่ย อ่า พาร์ทหน้าลองAngstดีมั้ยน้อ หุหุหุ
เอาล่ะ แปะซัมของพาร์ทต่อไปยั่วล่ะ
"หมอเอง ใช่ว่าจะผูกพันกับคนไข้แค่คำว่าหน้าที่กับค่ารักษาเท่านั้นนะครับ"
แล้วก็ ไหนๆแล้ว เปิดเควสของฟิกนี้ด้วยเลยละกันค่ะ
ตอนนี้ เม่ยมีแพลนสำหรับซีรีย์คุณหมอต่อไปอีกแค่สามถึงสี่พาร์ท ซึ่งกำลังทยอยๆเขียนอยู่ คงหมดภายในพฤษภานี้แหละ แถมส่วนใหญ่จะเน้นนอยเทสอีก กลัวจะเบื่อกันเสียก่อน
เพราะฉะนั้น เปิดเควสค่ะ ได้ทั้งอีเวนท์และแพร์เลย(แต่แพร์นี้อาจขอพิจารณาก่อน อย่างเทสนอยนี่จะไม่รับเด็ดขาด = =''')
ปกติแพร์ที่เขียนในเรื่องนี้จะมีนอยเทส(คู่หลัก) กริมอุล อิลฟอร์ทดีรอย นอกนั้น ถ้าคู่อื่น เขียนได้ บิวท์ไหวจะลองดูเจ้าค่ะ
(จะมีคนขอมั้ยเนี่ย)
=================================
(โซนสกรีมส่วนตัว)
ในที่สุดก็งานเข้าจนได้
อาจารย์โทรมาหาเมื่อคืนอีกรอบนึง ว่าต้องการโครงงานภายในหยุดสงกรานต์นี้ WTF เอามีดมาเฉาะกบาลกันเลยดีกว่ามา
ทำไม่ทันแหงแซะ ห้าบทนะคะห้าบท แถมบวกภาคผนวกกับส่วนหน้าอีก แล้วอิบทที่สองนี่ต้องแก้ยกยวง ข้อมงข้อมูลอะไรต้องยกเครื่องใหม่ รูปผลการทดลองก็เจือกเน่าจนไม่อยากเอาขึ้นเล่ม กับค่าผลทดสอบนี่แทบจะมุดส้วมหนีอาย
ไม่ทำมันแล้วโว้ย /ล้มโต๊ะ
แต่สุดท้าย ก็ไม่กล้าชิ่งจริงๆด้วย อา อาจารย์ที่ปรึกษาเรามีอะไรหรือเปล่าเนี่ย ทำไมสั่งอะไรมาตรูยอมทำหมดทุกอย่างเลยฟระ งานบอกจะเอาวันไหน ก็ดันปั่นโต้รุ่งให้จนได้ตามสั่ง ท่าทางวิญญาณนางทาสจะเกาะหลังตรูอยู่สินะ หรือว่าชินกับการถูกสั่งกันหว่า(ใช่ซี้ ในชุมนุม ผิดพลาดโทษเลขายันแหละ ไอ้พวกบ้า) ทำไมพวกไอ้ปรางไม่โดนแบบตรูบ้าง ได้ข่าวว่าชิ่งไปเที่ยวสงกรานต์ตั้งแต่ม็อบยังไม่วิกฤติ
ดังนั้นก็ คงจะทิ้งอิหน้าฟิกเสื่อมๆนี้ไว้จนกว่างานจะเสร็จนั่นแหละค่ะ ไม่รู้จะทันก่อนออกค่ายหรือเปล่านะ
ตอนนี้มีโปรเจ็คอยากวาดแฟนอาร์ตเฮตาเลียขึ้นมาอีกแล้ว อา~~ นอยเทสฟิกอัศวินของท่านเอลดาร์กยังไม่ได้วาดให้เลย
อยากวาดคุณพี่กับอาเธอร์ร้องลำตัดโต้กันค่ะ(อาเธอร์แม่เพลงด้วย กร๊ากกก มันส์แน่ๆ) ขอเวลาไปศึกษาลำตัด+ปวศ.เพิ่มเติมและอัพสกิลตัวเองก่อนนะเคอะ
อ่า แล้วก็ ลืมบอก ตอนแรกเห็นว่าอีกนานเลยไม่ได้เขียนไว้ (แต่อันที่จริงไม่กี่วันแล้ว= =''')
เดี๋ยวสัปดาห์หน้า เม่ยต้องไปเข้าค่ายอีกแล้ว |||OTL
ไปวันจันทร์กลับวันศุกร์ค่ะ บ้าจริง นี่ปิดเทอมฉันไม่เคยได้อยู่ติดบ้านเกินสามอาทิตย์เลยใช่มั้ย ออกตะลอนๆไปนอกบ้าน เดี๋ยวไปเดี๋ยวไป โครงงานก็ยังไม่เสร็จ ก้ากๆ
ไปปั่นงานล่ะค่ะ
ป.ล. สุขสันต์วันสงกรานต์และวันครอบครัวนะคะ
