2008/Aug/15

(กรุณาทำใจกับฟิกนี้สักนิด เพราะตอนเขียน เมายาแก้ปวดจนไม่รู้สึกตัว เน่ามากเคอะ)

 

ได้แต่มองเท่านั้น
ได้แต่เฝ้ามองแผ่นหลังที่สูงสง่า โดยมิอาจเอื้อมมือไปถึงได้เลย.......

 

ดังเม็ดทรายใต้ผืนฟ้า อาบสะท้อนแสงสุริยา เฝ้ามองตราบจนลับวัน
ภักดีมิแปรผัน แม้รู้แก่ใจ ดวงตะวันไร้วันหันมา ตรายใดที่ยังมีจันทราให้เฝ้าคอย


ทินกรแรมรอนตามแสงนวลตา วิ่งไล่ไขว่คว้า หวังกระชากลงมาแนบดิน
ในดวงใจเฝ้าถวิล ถึงอุ่นไอที่จุดให้ดวงวิญณ์ สามารถคงอยู่ต่อไป

เชื่อมั่นในดวงแขไข กระโจนตามไป หมายใจให้อยู่คู่เคียง
มิใยฟังเสียง แม้ต่างสำเนียง ของผู้อยู่ใต้นภา

เม็ดทรายเจ็บช้ำอุรา ทุกยามที่เห็นสุริยา ถูกผลักออกห่างศิศิธร

แม้อยากเอ่ยปากอ้อนวอน แต่อดีตกลับสอน ว่าเขาไม่ฟังคำตน
จึงได้แต่เฝ้ามองคนเบื้องบน ด้วยความทุกข์ทน ที่มิอาจช่วยเหลือสิ่งใด


เพราะรู้ถึงระยะทางที่ห่างเกินไป ไม่ว่าจากดวงแขไข หรือตนถึงตะเกียงทิวา
อีกทั้งเสียงเจรจา คงมิอาจส่งข้ามผืนฟ้า ไปยังดาราแสนไกล

จำต้องฝังความรู้สึกไว้ เฝ้ารอเรื่อยไป และมองด้วยใจทรมาน
รับรู้ในทุกเหตุการณ์ ทำได้แต่เพียวมองผ่าน เพราะไร้เรี่ยวแรงก้าวไป


แม้ในวันที่สิ้นดวงไข จากฤทธิ์เปลวไฟ ที่ไขว่คว้าของพระอัคคี
ถึงปากบอกสมใจเสียที่ แต่เม็ดทรายรู้ดี ว่าใจสุรีย์ร้าวราน
ต้องโดดเดี่ยวกลางคัคนานต์ ตลอดกาลและชั่วนิรันดร์

ราวชะตาถูกขีดมิอาจแปรผัน กำหนดกลางคืนกลางวัน บีบคั้นขนานเรื่อยไป
เช่นเดียวกับผืนฟ้าไกล ถูกกั้นให้ห่างจากพสุธา
ดังถูกขวางด้วยเสาศิลา มิอาจโน้มต้ำลงมา เพราะฟ้าไร้วันจรดทราย


ต่อให้จะเป็นภูตพราย จอมฤทธิ์ทั้งหลาย หรือใครก็มิอาจบันดาล
เม็ดทรายจึงได้เพียวแต่เล่าขาน เรื่องราวฝากผ่านไปตามลม
หวังเพียวสุริยันจะไม่จ่อมจม กับความเศร้าตรม แม้ว่ามันจะไร้ค่าก็ตาม...


เม็ดทรายรู้ดี ว่าตนมิอาจแทนที่ศศิธร ผู้อยู่ในใจคนเบื้องบนเสมอมา
และไม่อาจขึ้นไปบนนภา เพื่อพบสุริยา และอยู่เคียงข้างดังจินต์

ต่อให้สายลมจักช่วยโบยบิน แค่เพียงเสี้ยววิญณ์ ไม่ช้าก็ต้องร่วงลง
ฤาต่อให้ยังอยู่ยง ไม่ช้าร่างคง มอดไหม้ด้วยฤทธิ์อัคคี

เมื่อรู้ดังนี้ จึงตัดสินใจมอบชีวี ใช้มองสุรีย์ เพื่อไม่ให้รู้สึกเดียวดาย
ปฏิญญาตราบจนชีพวาย หากตาย ขอจบใต้แสงนิรันดร์

 

 

 

===============================================

 

โพเอ็มเน่าๆ เขียนตอนเมา(ยาแก้ปวด) เปล่าหรอกนะ ไม่ใช่อะไร ตอนพิมพ์+แก้ต้นฉบับกำลังมึนได้ที่ กินพาราเข้าไปตอนที่ปวดหัวหนักๆ แทนที่จะหาย มึนกว่าเดิมอีก

สมควรอยู่หรอก สมควรอยู่ ปั่นงานดึกทุกคืนจนวันนี้ยังซ่า กลับมาตัดเส้นโดหน้าสุดท้าย ปลอกปิกม่าไม่ทันปิดดี รู้สึกหนังตาหนักๆแล้วก็ล้มตึงลงไปกับโต๊ะ น็อกแบบไม่รู้สึกตัว ตื่นมาทุ่มกว่า กรอกพาราเข้าปากแล้วเปิดคอม 55+

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เฟบูลัสสสสสส (ขอโทษจ่ะ ช่วงนี้อิชั้นติดคำนี้มาจากบล็อกต่างประเทศ) ทำไมมันเหมือนนางเอกที่โดนผกก.ไล่ไปเป็นนางรองแบบนี้ (สกรีมมิ่งงง)

โชคดีกับงานต่างๆเน่อ น้องเมอิ
#1  by  แมวพเนจร At 2008-08-17 10:29, 
เศร้าออกค่ะ ใช้คำได้แจ่มมาก nana นี่ ไม่มีทางแต่งอะไรแบบนี้ได้เลย
#2  by  (^_^)/nana At 2008-09-08 09:55, 

<< Home


เม่ย
View full profile