เจอกันเช่นเคยอีกแล้วนะเจ้าฮ้า(กระต่ายจั๊ปปี้ยังไม่ออกสินะ= =''' ทำใจนิดนึงล่ะค่ะ ช่วงนี้อาการบ้าบลีชมันกำเริบ)
วันนี้ มาพร้อมน้องเห็ดเช่นเคย แถมท้ายด้วยการบ้านที่รับปากไว้ตั้งแต่เมื่อวานจ้า
(แต่ขอเอาลงแต่เห็ดที่กินไม่ได้นะเจ้าฮ้า ไอ้ที่กินได้มันขโยงนึง กลัวเอารูปลงหมดแล้วโควต้าอิชั้นจะเต็มก่อนหมดเดือน เอิ้กๆ)
รูปถ่ายวันนี้ เหมือนไม่ค่อยชัดแฮะ หรือว่าเป็นเพราะระยะมาโครอีกล่ะเนี่ย
พรุ่งนี้ลองปิดแฟลชแล้วถ่ายปกติดูดีกว่า
เย็นเมื่อวาน อิเมได้ไปเปลี่ยนตระกร้าให้น้องเห็ดใหม่ เพราะว่าเจ้าถุง2มันงอกได้งอกดี งอกจนชนขอบตระกร้าแล้ว ทำไมเจ้าถุง1มันไม่ได้แบบนี้มั่งฟะ-*-
วันนี้ เจ้าถุง2ก็ยังงอกได้งอกดีไม่มีเบื่อ หุหุหุ
ดูจากลักษณะแล้ว พรุ่งนี้เย็นๆ คาดว่าน่าจะเก็บกินได้ล่ะค่ะ
แล้วเดี๋ยวจะถ่ายรูปตอนเก็บเห็ดมาฝากละกันนะค้า
เจ้าถุง1 วันนี้ก็ถ่ายรูปไว้ แต่ไม่อยากเอามาลง เพราะลงไปก็ไม่ได้อะไร เหมือนกับวันอื่นๆเดี๊ยะ
ไม่ยอมงอกเลย เซ็งเป็ด
แต่เมื่อวานลองโทรถามเพื่อนๆชาวค่าย+พี่ค่ายบางคนที่ขอเอาเห็ดไปเพาะด้วย
บางคนยังไม่งอก(เช่นเจ้าฝน มะปราง พี่ฮาร์ท)
ในขณะที่บางคน มันทำผัดเห็ดราดข้าวกินไปแล้ว(ไอ้เปลบ้า>[]<)
และอ้างอิงจากบันทึกฉบับที่แล้ว ที่ไปคุยกับครูจักรมา เลยพอสรุปได้ว่า น่จะเพราะอากาศร้อนน่ะแหละ
เห็ดเลยไม่งอก!!!(และมันก็ทำให้คนเพาะบ้าขึ้นได้10% 555+)
น้องเห็ดถุง2 วันนี้ก็ยังเปิดโตเบ่งบานให้ยิ้มออกอีกเช่นเคย
รักแกจัง เจ้าถุง2
รูปนี้ถ่ายให้ดูลักษณะดอกเห็ดใกล้ๆเจ้าฮ้า
รูปนี้ชัดที่สุดในบรรดาที่ถ่ายมา=*=
สอยจากมุมเงยนิดนึงละกัน จะได้ดูลักษณะของก้านเห็ด+ใต้ดอกกันได้ชัดๆนะเจ้าฮ้า
อืม หลังจากที่ลองเทียบรูปน้องเห็ดกับรูปเห็ดอื่นๆแล้ว
คิดว่า ที่เพาะได้เนี่ย คงเป็นเห็ดนางฟ้าภูฏานล่ะค่ะ
เห็ดนางฟ้ากับนางฟ้าภูฏาน(หรือภูฐาน)ลักษณะจะคล้ายๆกัน มีต่างกันตรงไหน อิเมเองก็จำไม่ได้ ติดไว้คราวหน้าถ้าค้นเจอจะเอามาเล่าให้ฟังละกันค่ะ(งานนี้ได้เสียเงินซื้อหนังสืออ่านอีกแล้วสิ)
อาจารย์สอนไว้ ว่าถ้าคิดจะเพาะเห็ดต้องใจเย็นๆ ค่อยสังเกต ค่อยๆดูแล ละเอียดรอบคอบ แล้วก็เอาใจใส่กับมันมากๆ
สารภาพตามตรง ที่เห็ดงอกช้าก้เพราะช่วงแรกๆอิเมไม่ค่อยได้ดูแลมันด้วยล่ะค่ะ><'''
ตอนที่ได้มา เปิดถุงเสร็จ รดน้ำแค่เช้า เย็นมันลืม แต่เดี๋ยวนี้ตื่นมาก็คว้ากล้องลงไปดูเห็ดก่อนเลย ก่อนกินข้าวเย็นก็ออกไปรดน้ำ
จากการเพาะเห็ด ถึงจะสั้นๆแค่สองสัปดาห์นี่ก็เถอะ รู้สึกว่าตัวเองกินข้าวเป็นเวลามากขึ้นแฮะ
เมื่อก่อนอิเมเป็นคนที่กินข้าวไม่เปนเวลา อดข้าวก็บ่อย แต่เดี๋ยวนี้ทุ่มกว่าๆก็ลงไปกินแล้ว เพราะนึกขึ้นได้ว่าต้องรดน้ำเห็ดด้วย
อืม เพาะเห็ดแล้วได้ประโยชน์จริงๆ><
มาว่ากันต่อด้วยเรื่องเห็ดพิษตามที่สัญญาเอาไว้นะคะ
อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน แถมชื้นหน่อยๆ สวรรค์ของเห็ดและเชื้อราดีนักแล
บางทีชาวบ้านเขาก็จะไปเก็บเห็ดตามป่าที่ขึ้นเองมาทำกินกัน
อย่า เชียวนะคะ อย่าทานค่ะ ถ้ายังไม่รู้ชัดว่านั่นมันเห็ดอะไร
เห็ดน่ะ หน้าตามันก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ แยกยาก
แถมไอ้ที่มันมีพิษไม่มีพิษก็หน้าตาใกล้เคียงกันด้วย
เห็ดที่มีพิษส่วนใหญ่จะไปทำลายประสาท ทำให้เกิดอาการมึนเมา ชนิดที่ร้ายแรงถึงตายก็มีอยู่นะคะ เท่าที่ค้นพบตอนนี้มีอยู่1ชนิดค่ะ
เพราะงั้นถือคติปลอดภัยไว้ก่อน ซื้อกินเถอะค่ะ
จะเพาะก็ได้ แต่ว่าออกจะยุ่งยากสักนิดนึง(ติดไว้อีกเช่นเคยสำหรับวิธีการเพาะ เพราะยังไม่เจอเจ้าวีเลย รอรูปที่ไปดูงานมาก่อน ไม่อยากไปดึงรูปข้างนอกมาใช้เท่าไหร่น่ะค่ะ)
อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นบันทึก ว่าเห็ดที่มันกินได้น่ะ มีออกถมถืด เห็ดฟาง เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า สารพัดเห็ด
เพราะงั้น เอาไอ้ที่กินไม่ได้มาลงไว้ดีกว่า เนาะๆ
เริ่มจากตัวแรก
เห็ดกระโดงตีนต่ำ(หัวกรวดครีบเขียว)
Chlorophyllum molybdites (Meyer ex Fr.) Mass.
ทำให้มึนเมา คลื่นไส้อาเจียน
เจ้านี้ถ้าใช้คอมมอนเซนส์ยังแยกแทบไม่ออกเลยแฮะว่ามันเป็นเห็ดพิษ สีก็ไม่ฉูดฉาดอะไรเลยด้วย
เอาล่ะ รายที่สอง
เห็ดแดงน้ำหมาก(เห็ดน้ำหมาก)
Russula emetia (Schaeff. ex. Fr.) Pers. ex.S.F. Gray
พบตามดินร่วนปนทราย พื้นมีใบไม้ทับถม
ตอนดิบเจ้านี้ก็มีพิษค่ะ ส่วนตอนสุกยังไม่มีรายงาน
ชนิดต่อไป อันนี้น่ากลัวใช่เล่นเลยนะคะเนี่ย(ถึงชื่อจะออกฮานิดๆก็เถอะนะ)
เห็ดระโงกหิน(ไข่ตายซาก)
Amanita verna
เห็ดระโงกหิน
Amanita phalloides
เห็ดระโงกหิน(เห็ดไข่เป็ด)
Amanita virosa
เห็ดเกล็ดดาว
Amanita pantherina
อันนี้ขอรวมทั้งหมด4ตัวเลยนะคะ
ตอนแรกว่าจะลงเจ้าระโงกหินแค่ตัวเดียว แต่พอไปค้นดู ปรากฏว่าระโงกหินที่เราเรียกๆกันเนี่ย มันมีอยู่หลายสายพันธุ์เหมือนกันแฮะ แล้วไอ้เจ้ากลุ่มพันธุ์นี้ มันก็มีพิษซะด้วยสิ ก็เลยรวมเอาเห็ดเกล็ดดาวที่อยู่ด้วยกันเข้ามาด้วยเลย
เห็ดกลุ่มAmanita ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างสารพิษ Cyclopeptides สามารถทำลายเซลล์ของตับ ไต ระบบทางเดินอาหาร ระบบเลือด ระบบหายใจ และระบบสมอง ทำให้ผู้ที่รับประทานเสียชีวิตได้ภายใน4-10ชั่วโมง
อันตรายมากเลยนะคะเนี่ย อย่าเผลอไปกินเลยเป็นดีที่สุด
เห็ดขี้ควาย
Psilocybe cubensis Earle
ชื่อนี้ คิดว่าหลายๆคนคงจะรู้จักกันดีนะคะ เป็นหนึ่งในสารเสพติดล่ะค่ะ
เจ้าเห็ดขี้ควายเนี่ย ขึ้นได้ทุกภาคของประเทศไทย สถานที่ก็ตามชื่อ กองขี้ควายล่ะค่ะ
อาการเวลากินเข้าไปแล้วก็จะมึนงง กระวนกระวาย เวียนหัว อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อกระตุก คลื่นไส้ เห็นภาพหลอน เคลิ้มฝัน(อาการดูคล้ายๆคนเมากัญชาเลยนะคะเนี่ย สมชื่อเห็ดเมาจริงๆ)
เห็ดไข่หงษ์
Scleroderma citrinum Pers.
เห็ดไข่เน่า
Clarkeinda tiachodes (Berk.) Sing.
เจ้าสองตัวนี้ก็มีพิษเช่นกันนะเจ้าฮ้า แต่ค้นไม่เจอว่ามีพิษแบบไหน(สงสัยต้องติดไว้ก่องอีกแล้วสิเนี่ย>*<)
หลักๆเท่าที่ค้นเจอก็มีอยู่เท่านี้ล่ะค่ะ
บางชนิดค้นเจอ แต่หารูปไม่ได้ ก็เลยไม่ได้เอามาลง
ส่วนวิธีที่จะกินเห็ดป่าและเห็ดธรรมชาติให้ปลอดภัย ติดไว้ก่อน(อีกแล้ว-*-)
หาเจอแล้วล่ะค่ะ แต่ว่าวันนี้รู้สึกว่ามันจะเริ่มยาวแล้ว แปะโป้งไว้คราวหน้าละกันนะคะ
ขอขอบคุณข้อมูลเรื่องเห็ดพิษจาก
อ้อ อันนี้เว็บแนะนำค่ะ
ในนี้มีรูปเห็ดสวยดีเหมือนกัน แต่เป็นภาพวาดนะคะ อ่านคร่าวๆพอได้
สำหรับพรุ่งนี้ อิเมไม่แน่ใจนะคะว่าจะได้มาเขียนบันทึกหรือเปล่า
เพราะว่าต้องออกไปข้างนอกน่ะค่ะ อาจจะกลับมาไม่ทัน
ฉบับ5 เลยอาจต้องเลื่อนเป็นวันอาทิตย์จะเจ้าฮ้า(หวังว่าวันนั้น จั๊ปปี้คงออกไปแล้วนะ= =)
แล้วเจอกันค่ะ
(เห็นเจ้านี้สีสวยได้ใจมากเลยเอามาลง ภาพจากวิกิพีเดียฉบับอิงค์จ้า)
ป.ล. ขออภัยค่ะที่วันนี้เอามาลงตั้งบ่ายกว่า ตอนเช้ามีปัญหานิดหน่อย แหะแหะ
ป.ล.2 งั้นเอาต้มยำเห็ดนะคะพี่แมว(เจ้านี้ยำไม่ค่อยอร่อยอ้ะ ต้องต้มยำถึงจะแซ้บ)
