[Ex-SHIELD][Sub-Event I] Fabian Reigh

posted on 10 Aug 2014 02:53 by blackwave in AEGIS

เอนทรี่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[1]

 

 

 

 

 

 

            เสียงใบพัดลมแหวกอากาศ เสียงการจราจรแว่วมาจากถนนเบื้องล่าง

 

 

 

            คุณตื่น แต่ยังไม่ลืมตา

 

 

 

            เสียงลมหายใจแผ่วๆ ท่อนแขนของคนอื่นวางพาดหน้าท้อง – เล็กและเรียวเกินกว่าจะเป็นแขนผู้ชาย เส้นผมที่แยงแก้ม เสียงผ้าแสกสาก ผ้าห่มบาง เนื้อผ้านิ่มเกินกว่าจะเป็นผ้าห่มในค่ายทหาร

 

 

 

            เสียงเข็มนาฬิกาดังเหนือหัว สม่ำเสมอและชวนให้วางใจมากกว่าเสียงนาฬิกาผูกระเบิด

 

 

 

 

 

            คุณลืมตา เพดานขาวจ้ำคราบเหลือง ไม่ใช้ผ้าใบเตนท์สีขมุกขมัว

 

 

 

            คุณหลับตาลงอีกครั้ง และสั่งให้ตัวเองท่อง – เหมือนทุกวันที่เคยท่อง

 

 

 

 

 

            ปีนี้คือปี 2014

 

 

            คุณชื่อ ฟาเบียง เรห์ คุณกำลังจะอายุ 31

 

            คุณไม่ได้อยู่ในอัฟกานิสถานแล้ว ตอนนี้คุณอยู่ในอพาร์ตเมนท์ที่ดี.ซี. คนที่นอนอยู่ข้าง ๆ คือ แองเจลิก้า เรห์ พี่สาวบุญธรรมของคุณ

 

             คุณเป็นทหารผ่านศึก เคยสังกัดหน่วยอี.โอ.ดี. เคยเป็นนาวิกโยธิน กองทัพเรือสหรัฐฯ  ตอนนี้คุณเป็นสเปเชียลลิสท์ ทำงานให้กับกองงานยุทธวิธีจัดระเบียบกองกำลังพิเศษแห่งมาตุภูมิที่เรียกย่อๆว่าชีลด์

 

 

 

            เหตุการณ์นั้นผ่านมา 3 ปีแล้ว และไม่ใช่ความผิดของคุณ

 

 

 

 

 

 

 

            เสียงนาฬิกาปลุกดัง คุณลืมตา แล้วปิดก่อนที่มันจะปลุกแองเจลิก้า

 

 

 

 

            คุณยังคงสงสัย นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณแน่หรือ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            เสียงผ้าแสกสาก แขนนั้นกอดเอวคุณแน่นขึ้น

 

            “เฟ..” เสียงของเธอขุ่นข้นและงัวเงีย

 

            “ยังไม่เจ็ดโมงหรอก  นอนต่อเถอะ” แองเจครางอือ พลิกคว่ำ แล้วแย่งหมอนหนุนของคุณไปทั้งหมด

 

            “ปวดหลังจัง” เธอบ่น คุณลุกขึ้นนั่ง เสียงแมวร้องเหมียว ก่อนเจ้าสัตว์เลี้ยงสีดำจะโดดแผล่วมาลงตัก คุณเกาคางและใบหูให้มันพร้อมมองคนข้างๆ

 

            “แล้วใครใช้ให้ลงมานอนพื้นล่ะ  ผมอุตส่าห์ยกเตียงให้ทั้งทีก็นอนๆมันหน่อยเถอะ” คุณทำเสียงหน่ายๆแล้ววางคลิฟฟอร์ด – เจ้าแมวดำขนสั้นของพวกคุณ แหมะบนหลังเธอ พี่สาวคุณครางอืออย่างพอใจเมื่อไอ้ตัวแสบเริ่มนวดหลังด้วยท่าทางที่มองยังไงก็เหมือนย่ำเล่น

 

            “นั่นคือวิธีที่น้องชายจะพูดกับพี่สาวผู้ไม่ได้เจอกันมาสามเดือนกว่างั้นเหรอ เสียใจจัง” เธอทำเสียงน้อยใจ แต่คุณที่อยู่กับเธอมาตั้งแต่สมัยยังไม่ได้เป็นแองเจลิก้า และ ฟาเบียง เรห์  ก็รู้ดีว่านั่นเป็นการเสแสร้ง

 

            “พี่กลับมาได้อาทิตย์กว่าแล้วน่า และคงไม่ต้องย้ำใช่ไหม ว่าทำตัวดราม่าควีนใส่ผมไปก็เท่านั้น  กับอีธานยังจะได้ผลเสียกว่า” คุณส่ายหัว แล้วลุกขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดกับพนักเก้าอี้ เคาะนิ้วกับรูปถ่ายบนตู้เสื้อผ้า 2 ที เหมือนที่ทำทุกเช้า – พิธีกรรมส่วนตัวของคุณ

 

 

 

 

 

 

            อรุณสวัสดิ์ อาเบล – ข้างบนยังอากาศดีเหมือนเดิมหรือเปล่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[2]

 

 

 

 

            คุณมองตัวเองในกระจก หยดน้ำยังเกาะพราว

 

 

            แผ่นอกคุณมีแต่แผล ขีดข่วนเล็กน้อย รอยไหม้ที่จางจนแทบมองไม่เห็น จุดสีขาวคล้ายดาวสองสามดวงที่ชายโครงและหน้าท้อง – ของฝากจากสนามรบ อย่างน้อยคุณก็โชคดีที่มันเป็นของฝาก ไม่ใช่ตั๋วเที่ยวเดียวดิ่งไปปรโลก

 

            คุณลูบคาง ตอเคราสากๆบนหน้ายังไม่ยาวและรกเรื้อจนสมควรถูกตัด คุณจึงปล่อยมันไว้

 

            มีตู้ยาอยู่ด้านหลังกระจกเงา คุณกดขอบไม้เบาๆให้มันเด้งเปิด หยิบขวดไอบูโพรเฟนออกมา คุณเขย่ามัน ประเมินปริมาณยาในนั้นจากเสียงและน้ำหนัก แองเจต้องไม่ชอบใจแน่ๆถ้ารู้ว่าคุณกินยาแก้ปวดไปมากขนาดนั้นในเวลาสามเดือน  แต่คุณต้องยอมรับว่าไม่ได้สนใจข้อเท็จจริงนั้นเท่าไหร่ คุณเปิดฝา เทออกมาสองเม็ด และกลืนเปล่าๆโดยไม่ดื่มน้ำ รสชาติขมคล้ายน้ำดีแตะโคนลิ้นชวนขย้อน แต่คุณก็ฝืนไว้

 

 

 

            ช่วงนี้คุณนอนไม่หลับ หรือถึงหลับก็ไม่ค่อยสนิทสักเท่าไหร่

 

            คุณหงุดหงิด มันทำให้คุณปวดหัวและความอดทนต่ำกว่าเวลาปกติ

 

            แต่จะโทษอะไรได้นอกจากตัวเอง

 

 

 

            คุณพยายามลดปริมาณกาแฟลง แม้มันจะไม่ค่อยมีผลสักเท่าไหร่ คุณแค่ไม่อยากใช้ยาอีก ยาสารพัดอย่างที่วางไว้ในชั้นบนของตู้ คุณเกลียดมัน เกลียดความมึนงงล่องลอยที่เกือบจะผลักให้คุณหลับ แต่สมองคุณกลับไม่ยอมยกโอกาสนั้นให้ เวลาที่สารพัดความรู้สึกจะตีม้วนขึ้นมาเหมือนคลื่นทะเลที่กวาดขยะจากก้นสมุทรขึ้นหาด

 

 

            คุณเกลียดสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะสิ่งนั้นเกี่ยวกับ หรือเป็นของตัวคุณเอง

 

            คุณเกลียดความเจ็บปวดที่ควบคุมไม่ได้

 

 

 

 

            คุณปิดตู้ยา แล้วหยิบด็อกแท็กที่ถอดแขวนไว้ก่อนอาบน้ำกลับมาสวมใหม่

 

            ในเงาสะท้อนของกระจก คุณไม่ได้เห็นผู้ชายวัยต้นสามสิบ ไม่ได้เห็นอดีตนาวิกโยธิน แต่เป็นตุ๊กตาทหารดีบุกขาเดียวที่พยายามจะยืนให้ตรง

 

 

 

 

            นั่นเป็นการอุปมา เพราะคุณยังมีขาครบทั้งคู่  ไม่เหมือนเบนจามิน ที่ไม่มีมันอีกต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[3]

 

 

 

 

 

            กลิ่นเบค่อน กลิ่นไข่สุก กลิ่นกาแฟ เสียงกระทะและตะหลิว

 

            สุดท้าย แองเจก็ลุกมาทำมื้อเช้าให้คุณอยู่ดี

 

 

 

 

            คุณเปิดตู้เก็บของ หยิบอาหารแมวมาเทใส่ถาด เสียงอาหารเม็ดกระทบพลาสติก คลิฟฟอร์ดร้องม้าว ใช้ตาสีเขียววาว ๆ มองคุณเหมือนจะพูดว่า ‘กว่าจะมานะ เรห์’ แล้วส่ายก้นกลมๆ แกว่งหางไปจัดการมื้อเช้าของมันอย่างสบายอารมณ์

 

 

            คุณเก็บถุงอาหารที่เบากว่าเก่ากลับคืนตู้ ล้างมือ แล้วเขียนโพสท์อิทว่า อย่าลืมซื้อวิสท์กัส

 

 

 

            ตู้เย็นของคุณเกือบไม่เหลือพื้นที่ของผิวโลหะ แทบทุกตารางนิ้วของมันปกคลุมไปด้วยโพสท์อิทสารพัดสี คุณแปะมันเตือนความจำตัวเองจนเป็นนิสัย เขียน แปะ ทั้งที่รู้ว่าไม่ต้องทำก็จำได้ – แองเจบ่นทุกครั้ง  ว่ากระดาษจิ๋วๆพวกนี้บังแม็กเน็ตที่เธอซื้อกลับมาฝากคุณ

 

 

            “ออมเล็ต ไข่คน หรือว่าไข่ดาว” พี่สาวของคุณเอนตัวออกห่างจากกระทะแล้วหันหน้ามาถาม คุณเปิดตู้เย็น หยิบแกลลอนนมออกมาพร้อมตอบโดยไม่หันมองหน้า

 

            “ไข่คนกับไข่ดาว ซันนี่ไซด์อัพด้วยก็ดี” คุณชอบไข่แดงที่ยังเยิ้มเหลว แองเจหัวเราะระรื่น

 

            เสียงเปลือกไข่แตก

 

 

 

            คุณเดินไปชงกาแฟ  2 แก้ว แก้วหนึ่งใส่น้ำตาล 3 ช้อน และนมสด ส่วนอีกแก้วมีเพียงกาแฟอย่างเดียว คุณวางแก้วที่สีอ่อนกว่าไว้บนโต๊ะ อิงสะโพกกับขอบหน้าต่าง จิบกาแฟพลางมองแมวเขมือบมื้อเช้า – คลิฟฟอร์ดกินเหมือนเครื่องดูดฝุ่น กร้วม กร้วม กร้วม เผลอแป๊บเดียว ทุกสองสัปดาห์คุณก็ต้องแวะซื้ออาหารแมวให้มันอีก แต่มันก็คงเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ต่อถุงไว้กับหลุมดำของจักรวาล เพราะอยู่กับมันมาปีกว่า ขนาดตัวมันหลังจากเลิกเป็นลูกแมวแล้วก็ดูเท่าเดิม ไม่ขยายออกทางแกน x แกน y หรือแกน Z อย่างที่น่าจะเป็นแต่อย่างใด

 

 

            คุณนึกขึ้นได้

 

 

            “แองเจ..” เธอทำเสียงอือออตอบรับ “พี่โทรหาเบธหรือยัง” คุณหมายถึงเบธ  เอลิซาเบ็ธ เรห์ ลูกสาวของน้องชายพ่อบุญธรรมของคุณ – จะง่ายกว่าถ้าคุณเรียกเธอว่าลูกพี่ลูกน้อง แต่ก็นั่นล่ะ คุณรู้สึกอยู่เสมอว่าคุณไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นครอบครัวจากเธอแบบนั้น เธอเหมือนเพื่อนตัวแสบมากกว่า -- เบธเป็นคนช่วยดูแลบ้านหลังเก่าของพวกคุณที่บรูคลินหลังจากที่คุณสมัครเข้าเป็นทหาร และแองเจจบการศึกษา ออกไปตระเวนทำข่าวรอบโลกกับกล้องของเธอ

 

 

            และต่อไป นอกจากบ้านแล้ว เบธอาจจะต้องรับภาระเป็นแมวขนดำหน้าตาน่าเอ็นดูและน่าเลาะเอ็นออกมาดูเพิ่มอีกหนึ่งรายการ

 

 

 

 

            คุณอธิบายให้พี่สาวฟังถึงเรื่องงานของชีลด์ – เล่าเท่าที่จะสามารถเปิดเผยให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นเอเจนท์ฟังได้ ว่าคุณไม่สามารถกลับบ้านมาดูแลเจ้าเหมียวได้ทุกวันอย่างเคย -- คลิฟฟอร์ดไม่สมควรถูกปล่อยทิ้งไว้ตัวเดียวในเวลาที่คุณไม่อยู่ และแองเจลิก้าติดสอยห้อยตามกองถ่ายไปทั่วโลก (อันที่จริง ถ้าให้ยอมรับ คุณห่วงสภาพห้องและหนังสือของพ่อมากกว่าความเป็นอยู่ของไอ้ตัวแสบนิดหน่อย) พวกคุณทั้งคู่จึงเห็นตรงกัน ว่าควรหาบ้านใหม่ให้ – และถ้าเป็นคนที่อนุญาตให้ไปเยี่ยมได้แทบทุกโอกาส อย่าง เบธ เรห์ ก็คงจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว

 

 

            “โทรแล้ว แต่ตัดเข้าเครื่องตอบรับ เลยฝากข้อความไว้” เธอส่งจานที่มีเพียงไข่ดาวให้ คุณแลกมันกับกาแฟใส่นม โกยเบคอนจากกระทะข้างๆ  แล้วยืนเขมือบอาหารเช้าจานแรกเงียบๆ ขณะว่าที่จานที่สองซึ่งกำลังส่งเสียงฉี่ฉ่าอยู่บนเตา

 

 

 

 

            นาฬิกาบนผนังบอกเวลา 7 โมงครึ่ง ไข่ดาว ไข่คน และเบคอนอีกสี่ห้าชิ้นลงไปรวมกันเป็นก้อนอยู่ในกระทะ คุณส่ายหน้าเมื่อพี่สาวถามว่าอยากได้ขนมปังปิ้งด้วยไหม

 

            “จ่าแม็คฟานมาเห็นสภาพผมตอนนี้ได้เอ็ดตายแหง” คุณว่าพลางหัวเราะ น้ำหนักคุณเพิ่มขึ้นจากสมัยอายุ 18 อย่างน้อย 3 กิโล

 

 

 

            เสียงฉ่าจากกระทะร้อนถูกน้ำ แองเจลิก้าเริ่มจัดการมื้อเช้าของตัวเองบ้าง  ส่วนคุณเดินกลับเข้าไปห้องนั่งเล่น คว้าผ้าชีมัคที่ถอดโยนทิ้งไว้เมื่อคืนมาพันรอบคอใหม่ ฉวยกระเป๋าเป้ขึ้นคล้องบ่า สวมแว่นสีชาเหมือนที่ทำทุกวัน ก่อนส่งเสียงบอกพี่สาวว่ากำลังจะไปทำงานแล้ว

 

 

            ขณะกำลังสวมรองเท้า แองเจก็มานั่งข้างๆ ถ้วยกาแฟที่คุณชงให้ยังอยู่ในมือขวา คุณมองตาเธอ ถามโดยไม่พูด

 

 

 

            “แค่อยากรู้ว่าวันนี้เธอต้องออกภาคสนามหรือเปล่าก็เท่านั้น”  คุณหลุบตาลง คำถามที่ซ้อนอยู่ใต้คำถามธรรมดาแบบนี้ คือ วันนี้ฉันต้องภาวนาให้ไม่เธอกลับบ้านแบบแยกเป็นชิ้นหรือเปล่า

 

            “ไม่รู้” เชือกรองเท้าดูจะพันกันยุ่งกว่าปกติ หรืออย่างน้อยคุณก็แกล้งทำเหมือนมันเป็นแบบนั้น

 

            “ไม่รู้หรือตอบไม่ได้”  เสียงหายใจคุณเป็นคำตอบ

 

 

 

            คลิฟฟอร์ดร้องเหมียวจากในครัว

 

            แองเจลิก้าถอนหายใจ เธอใช้แขนข้างที่ไม่ได้ถือถ้วยกาแฟโอบรอบคอคุณไว้ แตะริมฝีปากกับแก้ม

 

 

            “ถ้าไม่กลับมากินมื้อเย็นก็บอกด้วยแล้วกัน”

 

 

 

 

            คุณมองเชือกผูกรองเท้าอยู่แบบนั้น จนกลิ่นจางๆของมื้อเช้าที่ติดตัวเธอลอยห่างไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[4]

 

 

 

 

 

 

 

 

            คุณถึงทริสเคเลียนราวๆ 8 โมงครึ่ง ช้ากว่าวันก่อนไปเล็กน้อยเพราะแวะซื้อครัวซองก์จากร้านโปรด คุณหนีบหมวกกันน็อกไว้ด้วยแขนซ้าย หยุดทักทายเพื่อนเอเจนต์คนอื่นเล็กน้อยก่อนเข้าลิฟต์  คุณกดหมายเลขชั้นของแผนกเอนจิเนียร์ด้วยความเคยชิน เมื่อรู้ตัวก็ได้แต่โคลงหัว ปล่อยเลยตามเลยไปแบบนั้น

 

 

 

            คุณออกจากลิฟต์และเดินไปตามโถง ประตูห้องทางขวามือเปิดออก คุณเห็นรูบี้ แบรดฟอร์ดเดินหน้ายุ่งออกมาจากห้อง คุณยิ้ม เอ่ยทักทายเธอ และได้รับคำอรุณสวัสดิ์ตอบกลับมา

 

 

            ในความรู้สึกคุณ รูบี้ดูเหมือนน้องสาวตัวน้อยที่น่าเอ็นดู – แต่คุณจะไม่บอกกับเธอแบบนั้น เสียมารยาทและฟังดูใกล้ชิดมากเกินไปทั้งที่คุณและเธอเป็นเพียงเพื่อนร่วมงาน

 

 

 

 

 

            คุณเดินไปจนเกือบสุดทาง เคาะประตูห้องทางซ้าย แต่เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับจึงถือวิสาสะเปิดเข้าไป

 

 

            ห้องทำงานของเอลเลียต กัลโลเวย์ยังคงปิดไฟมืด คุณไม่แน่ใจว่านั่นเพราะเขายังไม่มา  ไม่อยู่  หรือออกไปแซนด์บ็อกซ์   คุณวางถุงครัวซองก์ไว้บนโต๊ะ หยิบปากกามาเขียนโน้ต แปะโพสท์อิท

 

 

 

 

 

 

เผื่อหิวระหว่างทำงานนะครับ

 

รัก

 

-F.R.-

 

 

 

 

            คุณลังเล หยิบโพสท์อิทอีกแผ่น เขียน แล้วพลิกถุงกระดาษ แปะด้านหลัง

 

 

 

ป.ล. รักลุงจริงๆนะครับ แต่โนโฮโม 

 

 

 

 

            คุณพลิกมันกลับเป็นอย่างเก่า หยิบหมวกกันน็อก แล้วออกจากห้อง

 

 

 

 

            คุณอยากชงกาแฟอีกสักแก้ว ทั้งที่เพิ่งดื่มมา

 

 

            หรือพูดให้ถูก คุยอยากมานั่งดื่มกาแฟทำตัวเอื่อยเฉื่อยในนี้เท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[5]

 

 

 

 

 

 

 

            คุณสวนกับแองเจลีค คลาร์ก แถวหน้าลิฟต์ คุณพยักหน้าให้เธอเป็นเชิงทักทาย และได้คำอรุณสวัสดิ์ไร้เสียงตอบกลับมา

 

 

            เอเจนต์คลาร์กเป็นคนที่รับมือด้วยยาก และจากการไปดื่มกาแฟด้วยกันหนึ่งครั้ง ก็เพียงพอที่จะเตือนให้ตัวเองระวังเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้

 

 

            คุณไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับเธอ เอเจนต์คลาร์กเป็นคนเก่ง และเป็นเรื่องดีที่มีเธอเป็นเพื่อนร่วมแผนก เป็นเพื่อนร่วมงานในชีลด์

 

            แต่คุณไม่ถูกโรคกับพวกหน่วยข่าวกรองและสปายทั้งหลายมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

 

 

 

 

            คุณเปิดคอมพิวเตอร์ ดาวน์โหลดงานเอกสารของวันนี้จากระบบอินทราเน็ต และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เช็คอีเมลล์

 

 

            ในเมลล์บ็อกซ์ขึ้นเตือนอีเมลล์ใหม่ 4 ฉบับ คุณกวาดสายตาดูชื่อผู้ส่งและหัวข้อ หนึ่งในนั้นยังเป็นคนเดิมที่ส่งมาทุกสัปดาห์ คุณสั่งให้ตัวเองคลิกเมาส์ขวา แล้วสั่ง Mark as read ทั้งหมด

 

 

 

            คุณชักอยากได้กาแฟขึ้นมาจริงๆเสียแล้วสิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[6]

 

 

 

 

 

 

 

            ตัวเลขที่มุมขวาของจอ บอกเวลา 11 นาฬิกา คุณบิดตัว ได้ยินเสียงกระดูกสันหลังลั่นกรอบแกรบ วันนี้งานเอกสารมีไม่มากเท่าวันอื่น คุณจึงได้ผละจากหน้าคอมเร็วกว่าปกติ  คุณไถลเก้าอี้ถอยหลังไปหาตู้เก็บของ หยิบขวดกาแฟที่เหลือเพียงติดก้นขวดออกมา แล้วไสเท้าไปหากระติกน้ำร้อน เสียบไฟ  ฉวยปึกโพสท์อิทที่อยู่แถวนั้นมาเขียนแล้วแปะบนตู้เหล็กว่า อย่าลืมซื้อกาแฟมาเติม

 

 

 

            แตะปลายนิ้วไล่อ่านกระดาษสารพัดสีที่ติดบนตู้เอกสาร เลือกดึงรายการที่ทำไปแล้วออก ขยำแล้วปาข้ามไหล่ลงถังขยะ

 

 

            เสียงก้อนกระดาษกระทบถุงพลาสติก

 

 

 

 

            คุณแกะออกมาอีก 6 แผ่น ย้ายมันไปติดที่ขอบล่างของจอคอมพิวเตอร์ คุณคิดว่าคุณจะไม่ลืม แต่คุณก็เกือบลืมไปแล้วว่ามีกระดาษ 6 แผ่นนี้

 

 

 

            เสียงกาน้ำร้อนไฟฟ้าตัด คุณลุกขึ้นไปชงกาแฟ หยิบครัวซองก์อีกห่อที่ซื้อมาเมื่อเช้า แล้วจึงกลับมานั่งที่โต๊ะใหม่ เปิดเว็บไซต์สำนักข่าว สกรอล์เมาส์อ่านไปเรื่อยๆ  -- การระบาดของโรคอีโบล่าทำให้คุณวิตก คุณเป็นห่วงแองเจ แม้จะรู้ว่าความเป็นห่วงนั้นทำอะไรไม่ได้มากก็ตาม

 

 

 

            กาแฟและครัวซองก์หมดแล้ว ความจริงนี่ก็ใกล้เวลามื้อกลางวันเต็มที แต่ความอยากอาหารคุณไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะครัวซองก์ แต่ไม่มีมาตั้งแต่ก่อนครัวซองก์แล้ว

 

 

            คุณเปิดโปรแกรมที่เชื่อมต่ออินทราเน็ต กรอกแบบฟอร์มขอฝึกซ้อมในซิมูเลเตอร์ ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา คุณฝึกซ้อมกู้ระเบิดไปเกิน 20 สถานการณ์ และผลคะแนนการฝึกก็ยังอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม  วันนี้คุณจึงขอเบิกปืน

 

 

 

 

 

            พูดตามตรง คุณคิดถึงเจ้า M40A5 อยู่ไม่น้อยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[7]

 

 

 

 

 

 

 

            คุณแวะกดแคลลอรี่บาร์ที่ตู้ขายของอัตโนมัติ ใกล้กับโรงอาหาร เอเจนต์หลายคนทั้งที่คุณรู้จักและไม่รู้จักเดินกันขวักไขว่เพราะใกล้เวลาพักเที่ยง คุณคิดว่าคุณเห็นสตีเฟน นาเบเรียส เพื่อนร่วมแผนกที่ดูแปลกๆเสียหน่อย แต่นิสัยน่าคบ เดินกับเอเจนต์ที่คุณไม่มั่นใจว่าใช่วิสกัสหรือเปล่า

 

 

            คุณยักไหล่ นั่นไม่ใช่เรื่องของคุณ

 

 

 

            เสียงอลัน ไวท์ เพื่อนจากแผนกเทค เอ็กซ์เพิร์ตดังผ่านระบบกระจายเสียง คุณไม่ได้ตั้งใจฟังคำพูดของเขาเท่าไหร่ เข็มเวลาที่ข้อมือซ้ายบอกว่าคุณมีเวลาอีกเกือบ 10 นาที คุณรีบเดิน แม้จะสงสัยว่า ชีลด์มีกฎอะไรยกเว้นให้เจ้าหน้าที่ที่เจาะระบบขององค์กรตัวเองหรือเปล่า – โดยสามัญสำนึกคุณว่าไม่

 

 

 

            คุณหวังในใจ อย่าให้คนที่ลงโทษอลันเป็นหัวหน้าคอนราด หรือหัวหน้าวิลเฮล์มก็พอ

 

 

 

 

            คุณฉีกห่อแคลลอรี่บาร์ กัดคำใหญ่ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกหิว คุณกินเพราะมันเป็นเวลาที่ต้องกิน เพราะมันเป็นหน้าที่ที่ต้องกินก็เท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[8]

 

 

 

 

 

 

 

            คุณรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกที่จองการฝึกด้วยซิมูเลเตอร์ในเวลาที่เอเจนต์คนอื่นพักกลางวัน เพราะทั้งฟลอร์แทบจะว่างเปล่า คุณแสกนลายนิ้วมือ รูดบัตรประจำตัวเพื่อยืนยันการเข้าใช้  เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฝึกส่งอุปกรณ์ทั้งหมดที่คุณยื่นเรื่องเบิกเตรียมไว้แล้วมาให้

 

 

 

            คุณเปิดกล่องโลหะ

 

 

 

            ไรเฟิล M40A5 แบบดัดแปลงเพิ่มความยาวของลำกล้องแล้ว 1 กระบอก – ของส่วนตัวของคุณ กับ ปืนสั้น เบเรตต้า 92F – คุณย่นคิ้วนิดหน่อยเมื่อมันไม่ใช่ .40 Desert Eagle ที่เคยใช้อย่างครั้งก่อน แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร

  

            มีดยาวอีกสองเล่ม กับกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง

 

 

 

 

            คุณบอกเขาว่าของครบตามที่ได้แจ้งไว้ เขาพยักหน้า

 

 

 

            “ที่เหลือคุณก็รู้ขั้นตอนอยู่แล้วใช่ไหม เอเจนต์”

 

 

 

 

 

            คุณแตะบัตรที่เครื่อง ปรับเป็นระดับยาก แล้วเลือกโปรแกรมการฝึกเป็นสไนเปอร์

 

 

            ประตูห้องจำลองสถานการณ์เปิด สัญญาณนับถอยหลังของเวลาเตรียมตัวดังขึ้น คุณเรียกแผนที่ขึ้นมา หาจุดซุ่มยิงที่ดีที่สุดแล้วมุ่งไปที่นั่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            วันนี้คุณสะเดาะกุญแจได้ค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับครั้งอื่น จนเหลือเวลาให้ขึ้นไปถึงชั้นบนสุดไม่ถึง 5 นาที ทั้งบันไดก็ชันและแคบเป็นพิเศษ  คุณกระโจนพรวดๆขึ้นทีละ 2 ขั้น เสียงนับถอยหลังยังคงดังต่อเนื่อง คุณถึงตำแหน่งที่ต้องการในเวลาเฉียดฉิว เมื่อบรรจุกระสุน และเปลี่ยนจากแว่นสีชาเป็นเลนส์เหลืองเสร็จ สัญญาณเริ่มต้นของสถานการณ์จำลองก็ดังขึ้นทันที

 

 

 

 

 

            คุณมองดรอยด์กลุ่มใหญ่ที่ถูกปล่อยออกมา  ไม่นานนักก็พบตัวที่เป็นเป้าหมาย คุณยิ้มมุมปาก พาดปลายกระบอกปืนกับขอบหน้าต่าง แนบตากับกล้อง

 

 

 

 

 

            คุณเหนี่ยวไก และความโกลาหลตามโปรแกรมของซิมูเลเตอร์ก็เกิดขึ้นทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[9]

 

 

 

 

 

 

 

 

            ประกายไฟจากปากกระบอก

 

 

            รูกระสุนเกาะกลุ่มอยู่กลางเป้าระยะ 60 หลา

 

 

            คุณไม่ได้ยินเสียงปืนเพราะอุปกรณ์ป้องกันเสียงครอบหูคุณอยู่ 

 

 

 

 

 

 

 

 

            คุณพักทานอาหารตอนบ่าย 3 โมง แล้วจึงมาที่สนามซ้อมยิงปืนต่อ คุณฝึกกับระบบจำลองไปทั้งหมด 3 ครั้ง คะแนนทั้งหมดเฉลี่ยออกมาแล้วอยู่ในเกณฑ์ที่ควรจะบอกว่าน่าพอใจ

 

 

            แต่เสียดายที่สำหรับคุณ มันไม่

 

 

 

 

            บางที ไม่ว่าจะพยายามอีกสักเท่าไหร่ คุณก็คงจะบอกตัวเองต่อไปว่า ไม่

 

 

            ความรู้สึกว่ายังอ่อนด้อยและขาดฝีมือเหมือนถูกเจาะฝังเข้าไปในปอด และแพร่อยู่ในร่างกายทุกครั้งที่สูดลมหายใจ  บางคนบอกว่าคุณทะเยอทะยาน คุณไม่รู้ว่าควรจะตอบว่าใช่ หรือตอบว่าไม่

 

 

 

 

 

 

            คุณแค่อยากเก่งขึ้นอีก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ประกายไฟจากปากกระบอกปืน

 

 

 

 

 

            คุณยิงจนหมดแม็กกาซีน และนั่นเป็นครั้งที่ 10 ของวันนี้แล้ว

 

 

            หากนับจำนวนกระสุนที่คุณใช้ฝึกซ้อมตลอดเดือนและมูลค่าของมัน บางทีรวมแล้วอาจเกินกว่าเงินเดือนที่คุณได้รับก็เป็นได้

 

 

            ชีลด์จะตัดเงินเดือนหรือเปล่า คุณสงสัย

 

 

 

 

 

 

            อุปกรณ์สื่อสารในกระเป๋าสั่น  ตัวอักษรบนจอแจ้งสถานที่ และเวลารวมตัว  – มีงานด่วนเข้ามา งานที่อาจต้องใช้เจ้าหน้าที่ อี.โอ.ดี.  คุณอ่านรายละเอียดของภารกิจ ระหว่างเก็บปืนลงกล่อง

 

 

 

 

 

            เมื่อออกจากสนามซ้อม คุณถอนหายใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ท่าทางแองเจจะต้องทานมื้อเย็นคนเดียวอีกตามเคย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- เดี๋ยวเช้าๆมาอีดิธและเคาะบรรทัดให้อ่านง่ายๆนะคะ นี่ตีสามแล้ว ฮวากกกก 

 

 

- กว่าจะจัดหน้ามันได้ /ปาดเหงื่อ อยากย้ายไปไว้WPให้หมดละเกิน ฮวือ