2009/Dec/04

คำเตือน ควรอ่านนะจ๊ะ

เฟิร์ส Axis Power Hetalia เป็นการ์ตูนที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง โดยตัวละครมีต้นแบบอ้างอิงมาจากประเทศต่างๆ อาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ล้อเลียนเสียดสี แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ ประเทศ และเหตุการณ์ใดๆที่มีอยู่จริงๆ หากผู้ใดที่ค่อนข้างอ่อนไหวหรือรับไม่ได้ต่อเรื่องแบบนี้ เชิญมองที่กากบาทมุมขวา แล้วกดปิดไปได้เลยค่ะ

เซคกันด์ เฮตาเลียมิใช่การ์ตูนวายแต่อย่างใด กรุณาทำความเข้าใจตรงส่วนนี้ด้วยค่ะ

เติร์ด WARNING - YAOI ALRET เนื้อหาในเอนทรี่นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชายรักชาย ซึ่งเป็นส่วนที่แต่งเติมขึ้นโดยจินตนาการของจขบ.เอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวต้นฉบับแต่อย่างใด หากผู้ใดรับรังสีวายไม่ได้ มองที่ทิศสองนาฬิกา แล้วกดกากบาทปิดเลยค่ะ

โฟร์ท หากจะมาเพื่อเกรียน Please turn around

เข้าใจตรงกันแล้วนะคะ ขอขอบคุณที่อ่านคำเตือนจนจบและปฏิบัติตามค่ะ

 

 

 

 

 

===========================================

[Fic] Drunkenly love

[Fandom] Axis Power Hetalia 

[Rate] PG

[Pairing] Francis X Arther

[Note] 

- เราก็ยังเมาเพ้อต่อไป อาอูว

- อยากจัดรวมในซีรีย์ Roses are red จัง แต่มันชักจะแตกประเด็นมากเกินไปแล้ว =w='''''

 

 

===========================================

 

 

 

 

 

อาเธอร์ เคิร์กแลนด์ยิ้มหยันขณะกรอกของเหลวสีอำพันเข้าปาก รสขมร้อนซ่านกระจายจนสะอึก

หัวเราะในลำคอทั้งที่ไร้สุข

 

 

 

สุราเพียงแค่นี้ไม่อาจทำให้เขาเมาได้ . . . . .

 

 

ถึงกระนั้นก็ยังรินเมรัย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนขวดแก้วว่างเปล่าทวีจำนวนขึ้นทุกที

เขาไม่คิดหยุด และไม่ต้องการที่จะหยุด

 

อะไรก็ได้
แรงมากเท่าไหร่ก็ได้

ขอแค่มันสามารถทำให้หลับไปโดยไม่ต้องฝันถึงใครคนนั้น


เจ้าของเรือนผมสีปลั่งดังอรุณฉาย กับเนตรสีสมุทรที่ชิงชังสุดใจ

 


แต่ดวงหน้าคุ้นตายังคงวนเวียนอยู่ในห้วงคิด
น้ำเสียงคุ้นเคยยังคงแว่วยินอยู่ในห้วงฝัน

สัมผัสที่ปรารถนา ร้อนรุ่ม ทว่าอ่อนหวาน
ชวนหลงใหล กลิ่นคุ้นกรุ่นกายเสียจนแทบรู้สึกได้ถึงไออุ่นลวงที่คลอเคลีย . . . . .

 

 

 

 

 

 


ลมหายใจสะดุด

 

 


น่าสมเพชนัก ที่ปล่อยให้ใครสักคนมีอิทธิพลเหนือความคิดตนได้มากถึงเพียงนี้

 

 

 

 

ชายชาวอังกฤษยิ้ม เมื่อสัมผัสแก้วเมรัยล้มปริ่ม เรียวปากแนบรอยสนิทยามปล่อยให้น้ำเมารินไหล
ความอบอุ่นป่วนซ่านก่อนจางหาย

 


รวดเร็ว มิแผกอะไรกับเงาฝัน

 

 

 

 

 

 

กรายนิ้ว กรีดก้านยกดื่มอีกครั้ง และอีกครั้ง

 

ไม่นึกสนกับอาการปวดหัวที่จะรุมเร้ายามเมาสร่าง

 

 

 

เพราะความรู้สึกที่มีนั้นเกินกว่าจะสะกดกลั้นไว้
เพราะรสร้าวลึกในอกทรมานกว่าพิษหยาดอำพันอย่างมิอาจทาบเทียม

 


เช่นนั้น จึงยอม

 


อะไรก็ช่าง
ขอเพียงชั่วครูยาม ที่จะสามารถเลือนภาพของใครคนนั้นไปจากใจ . . . . .

 

 

 

 

 

 

 

เขาดื่ม จนจำไม่ได้แล้ว ว่าที่อยู่ในมือนี้ คือขวดที่เท่าไหร่
แอลกอฮอล์ละลายในกระแสเลือดมากเกินไป

 

ภาพตรงหน้า พร่าเลือน

 

 

 

 

แว่วเสียงเรียกนามด้วยสำเนียงชวนคะนึงหา

 

 

ค่อยปรือแพขนตาหนักอึ้ง

 

 

 

 

 


ใครบางคน ยืนอยู่ตรงหน้า กับกลิ่นกุหลาบคลุ้งกรุ่น . . . . .

 

 

 


เรือนผมสลวยทอเงาดังทาบย้อมด้วยไออรุณ
เนตรยาวสีสมุทร ระยิบยับยิ่งกว่าคลื่นน้ำ
นาสิกโด่งรั้น กับริมโอษฐ์สีสดที่คลี่แย้ม

 

 

ภาพที่ไม่จำเป็นต้องชัดหาก หากแต่ยามนี้ เจนใจ . . .

 

 


เขายิ้มตอบ


แม้ปากจะไม่ตรงกับใจ
แต่ ยอมรับ . . .

 


ยามนี้ เป็นสุขนักที่ได้เห็น

 

 

 

 

 


ฝืนยกแขน หนักราวประกอบขึ้นจากก้อนตะกั่ว หมายสัมผัสกลุ่มไหมสีเปลวตะวัน

 

 

 

ทว่า ที่คว้าได้กลับเป็นความไม่มี

 

 

 

 

 


ชะงักงัน ก่อนหลุดหัวเราะเสียงขม

 

 

 

 

โง่จริง ยามวิกาลเช่นนี้จะมีใครได้ นอกเสียจากภาพหลอนของห้วงคิดและน้ำเมา

 

 

 

 

 

เบือนสายตาหาต้นกลิ่นหวานที่ยังเอื่อยกำจาย

 

กุหลาบแดงชื่นสดในแจกัน

 

 

กระหวัดคว้ามาหนึ่งดอก

หมุนเล่นอย่างไม่รู้จะทำประการใด

 

 

 

 

จริงอยู่ ที่ราชินีแห่งมวลบุปผาเหล่านี้คือสัญลักษณ์แห่งตน

 

หากแต่ ลึกแล้ว เขายังรู้สึกว่าเป็นเพียงสิ่งแทนลักษณ์จากคำของผู้เป็นนายเท่านั้น

 

 

 

 

กระทั่ง กลิ่นอันเคยคุ้น ลอยลมเรื่อยตามมหาสมุทรสีคราม

จากนอกสายตา กลับว่าต้องมีอยู่ไม่ห่างกาย

 

 

 

 

จะจัดช่อ หรือเดี่ยวเด่น

ขอเพียงก้าวผ่านห้องใดเป็นต้องเห็น จนบ้านทั้งหลังตลบอวลด้วยอายละมุนจากบุปผชาติสีแดง

 

 


ไอหวานหอม ละเมียดละไมมิแผกไปจากเมรัยชั้นงาม

 

 

บางครั้งบางครา มันก็มากพอที่จะทำให้มึนเมาได้โดยไม่ต้องอาศัยน้ำสีอำพัน

 


หัวใจที่ล่องลอยยามร่ำสุราเคียงช่อกุหลาบ

หลายหน นึกสงสัย

 

เหล่านี้ เรียกเมาเหล้า หรือเมารัก . . . . .

 

 

 


ลุ่มหลง
เวียนวนครุ่นคิดอยู่เพียงเรื่องของคนคนเดียว

เช้าสายอาจหายไป หากแต่ย่ำค่ำครั้งใหม่กลับซ้ำรอยเดิม

 

 

 

 

ภาพหลอนที่ลวงตา
ความรักที่ลวงใจ

เหล่านี้ นิรมิตจากแรงคะนึงหา ฤๅเพราะฤทธิ์สุราที่ร่ำริน . . . . .

 

 

 

 


พรูอากาศ ก่อนดอมดมดอกไม้หอม

กลิ่นร้อนลึกกำจายปอด
ซ่านซึม ชวนให้รู้สึกไม่ต่างจากถูกโอบกอดจากใครคนนั้น

 

 

 

 

 

ยิ้มหยันให้ตัวเอง

 


ฝันเอาคงพอมีทาง

 

 

 

 

 

 

 


ขยี้ปลายนิ้วกับหางตาชื้นเรื่อ

 


ยกขวดทรงสูงแตะปาก กระดกครั้งเดียวทุกหยาดหยด

ความอบอุ่นกระจายจรดปลายนิ้ว ไม่เว้นแม้แต่ขอบตาที่มากจนร้อนผ่าว

 

 

 

ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ หัวเราะด้วยความรู้สึกอยากร้องไห้

 


แต่จะมีประโยชน์อันใด ในการเสียน้ำตาให้รักที่ไม่มีวันเป็นจริง

 

 

 

 

 

 

 

หากคืนนี้ได้ฝัน
คงมีถ้อยเดียวที่อยากเอื้อนเอ่ย

 

 

 

ข้ารัก รักเจ้าเหลือเกิน

ศัตรูตลอดกาลที่รักของข้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

===========================================

[Postscript]

ก็ยังหากินด้วยของเก่าเก็บต่อไป
แหม ช่วงนี้เวลาว่างมันไม่ค่อยมีนี่คะ

 

เมนไอเดียฟิกนี้ จริงๆมีแค่ประโยคเดียวเท่านั้นแหละ "เหล่านี้ เรียกเมาเหล้า หรือเมารัก . . . . ."

เสี่ยวเนอะ//หัวเราะ แต่ถ้าเขียนเพ้อ ไม่เมา ไม่เน่า ไม่ใช่ไอ้เม่ย=w=

 

ได้เขียนเอย์เมาๆช่างก๊าวใจเหลือหลาย
รู้สึกว่าท่านอาเธอร์จะเมาแบบเดเร่หลุดไงชอบกล อาอูว ต้องไปฝึกเขียนซึนให้มากกว่านี้ใช่มั้ย

จริงๆฟิกนี้เป็นฟิกคู่ที่อาศัยธีมคนเมาเหมือนกันด้วยแหละ
แล้วก็ เขียนคุณพี่เสร็จก่อนอีกนะ แต่ว่า รู้สึกว่าอาจจะมีคนเบื่อที่ลงฟิกที่พอยท์ออฟวิวเป็นคุณพี่ติดๆกันสองเรื่อง เลยเอาเรื่องนี้ที่พิมพ์ค้างไว้มาลงแทน =w=

 

เอาไว้เสร็จงานเสร็จค่ายแล้วจะเอาของคุณพี่มาลงนะคะ

แล้วก็ ขอขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์ค่ะ

 

 

====================================================

ความจริง ที่เอาฟิกลงเพราะอยากหาอะไรมาดันเอนทรี่ที่แล้วลงไปด้วยล่ะ (แล้วก็ ขออนุญาตดราฟท์ทิ้งเลยนะคะ)

สัปดาห์นี้แอบวิกฤติ ชีวิตล่องลอยจนไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองต่อไปเลยจริงๆ
มึนๆ กึ่มๆ เหมือนแมลงสาบโดนDDT บางทีก็มีโหมดแรงบ้าๆที่สามารถเถียงกับใครแบบชวนหาเรื่องได้ไม่หยุดก็มี

ใกล้จะประสาทแล้วมั้ง //หัวเราะ

อา ถามว่าดีขึ้นมั้ย มันก็โอเคนิดหน่อยล่ะนะ ดีกว่าวันแรกๆแล้วล่ะ

ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงและทุกกำลังใจนะคะ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ
(วิซ ฉันรักแกจังว่ะ)

 

 

 

 

 

เมื่อวานกีฬาสี รู้สึกกร่อยๆไงไม่รู้
แต่มาดอนน่าสุดยอดไปเลยนะ//หัวเราะ

แอบอยากบอกว่าสมูทคริมมินอลก็ดูดีใช่ย่อย
แต่พูดที่ห้องไม่ได้ เดี๋ยวโดนล้ออีก ="='''''

 

ช่วงนี้แอบรู้สึกว่าตัวเองอารมณ์แรงจริงจัง
เล่นสนุกๆกับป้าวี่อีกแล้ว จิตพิสัยฉันจะเหลือมั้ยนะ//หัวเราะ
เขาเป็นอาจารย์คนเดียวที่ฉันจะไม่สนใจว่าเขาเป็นอาจารย์แล้วแหละ
(อยากรู้เรื่องเดี๋ยวเล่าหลังไมค์)

 

 

 

 

พรุ่งนี้ไปค่ายค่ะ กลับวันจันทร์เย็นๆนู่นล่ะ

มวกเหล็ก สามวันสองคืน รับน้องเล่นเปียก จะหนาวมั้ยล่ะนั้น//หัวเราะ
รู้สึกเฉื่อยชาผสมก้องด้องนิดหน่อย กระเป๋าอะไรก็ยังไม่ได้จัด เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ฟันยังไม่ได้แปรงเลยด้วย

เมาแต่หาของอยู่ สงสัยได้นอนเที่ยงคืนอีกแน่ (ว่าแต่ ได้ข่าวนัดสตาฟฟ์หกครึ่ง จะไปทันมั้ยเม่ยเอ๋ย)

 

 

คิดว่าคงไม่ได้โผล่หัวมาเล่นเน็ตแน่ๆ ยกเว้นจะหาเน็ตคาเฟ่ที่โน่นได้อ่านะ

จะแอบเอาน้องนัวร์ไปนอนด้วยแล้ว แต่พ่อสั่งห้ามเด็ดๆ ปล่อยผ่านแค่พ็อดกับกล้อง
เอาเถอะ เดี๋ยวยังไงจะกลับมารีพอร์ตนะคะ

 

 

 

 

 

คิดว่าจะพยายามปั่นฟิกตอนอยู่ที่โน่นให้จบสักตอนนะคะ

แล้วเจอกันวันจันทร์ค่ะ

 

 

 

ป.ล. วันพ่อปีนี้ไม่ได้อยู่กับพ่ออีกแล้ว
แต่ยังไงก็ รักพ่อเสมอนะคะ

ป.ล.2 อยากเขียนฟิกอีโรอีกแล้วค่ะ

ป.ล.3 ช่วงนี้ทั้งสอบทั้งงาน ให้ตายเถอะค่ะคุณขา

 

 

 

 

 

 

 

See You ค่ะ

 



เม่ย
View full profile