[Ex-SHIELD][Sub-Event I] Fabian Reigh

posted on 10 Aug 2014 02:53 by blackwave in AEGIS

เอนทรี่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[1]

 

 

 

 

 

 

            เสียงใบพัดลมแหวกอากาศ เสียงการจราจรแว่วมาจากถนนเบื้องล่าง

 

 

 

            คุณตื่น แต่ยังไม่ลืมตา

 

 

 

            เสียงลมหายใจแผ่วๆ ท่อนแขนของคนอื่นวางพาดหน้าท้อง – เล็กและเรียวเกินกว่าจะเป็นแขนผู้ชาย เส้นผมที่แยงแก้ม เสียงผ้าแสกสาก ผ้าห่มบาง เนื้อผ้านิ่มเกินกว่าจะเป็นผ้าห่มในค่ายทหาร

 

 

 

            เสียงเข็มนาฬิกาดังเหนือหัว สม่ำเสมอและชวนให้วางใจมากกว่าเสียงนาฬิกาผูกระเบิด

 

 

 

 

 

            คุณลืมตา เพดานขาวจ้ำคราบเหลือง ไม่ใช้ผ้าใบเตนท์สีขมุกขมัว

 

 

 

            คุณหลับตาลงอีกครั้ง และสั่งให้ตัวเองท่อง – เหมือนทุกวันที่เคยท่อง

 

 

 

 

 

            ปีนี้คือปี 2014

 

 

            คุณชื่อ ฟาเบียง เรห์ คุณกำลังจะอายุ 31

 

            คุณไม่ได้อยู่ในอัฟกานิสถานแล้ว ตอนนี้คุณอยู่ในอพาร์ตเมนท์ที่ดี.ซี. คนที่นอนอยู่ข้าง ๆ คือ แองเจลิก้า เรห์ พี่สาวบุญธรรมของคุณ

 

             คุณเป็นทหารผ่านศึก เคยสังกัดหน่วยอี.โอ.ดี. เคยเป็นนาวิกโยธิน กองทัพเรือสหรัฐฯ  ตอนนี้คุณเป็นสเปเชียลลิสท์ ทำงานให้กับกองงานยุทธวิธีจัดระเบียบกองกำลังพิเศษแห่งมาตุภูมิที่เรียกย่อๆว่าชีลด์

 

 

 

            เหตุการณ์นั้นผ่านมา 3 ปีแล้ว และไม่ใช่ความผิดของคุณ

 

 

 

 

 

 

 

            เสียงนาฬิกาปลุกดัง คุณลืมตา แล้วปิดก่อนที่มันจะปลุกแองเจลิก้า

 

 

 

 

            คุณยังคงสงสัย นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณแน่หรือ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            เสียงผ้าแสกสาก แขนนั้นกอดเอวคุณแน่นขึ้น

 

            “เฟ..” เสียงของเธอขุ่นข้นและงัวเงีย

 

            “ยังไม่เจ็ดโมงหรอก  นอนต่อเถอะ” แองเจครางอือ พลิกคว่ำ แล้วแย่งหมอนหนุนของคุณไปทั้งหมด

 

            “ปวดหลังจัง” เธอบ่น คุณลุกขึ้นนั่ง เสียงแมวร้องเหมียว ก่อนเจ้าสัตว์เลี้ยงสีดำจะโดดแผล่วมาลงตัก คุณเกาคางและใบหูให้มันพร้อมมองคนข้างๆ

 

            “แล้วใครใช้ให้ลงมานอนพื้นล่ะ  ผมอุตส่าห์ยกเตียงให้ทั้งทีก็นอนๆมันหน่อยเถอะ” คุณทำเสียงหน่ายๆแล้ววางคลิฟฟอร์ด – เจ้าแมวดำขนสั้นของพวกคุณ แหมะบนหลังเธอ พี่สาวคุณครางอืออย่างพอใจเมื่อไอ้ตัวแสบเริ่มนวดหลังด้วยท่าทางที่มองยังไงก็เหมือนย่ำเล่น

 

            “นั่นคือวิธีที่น้องชายจะพูดกับพี่สาวผู้ไม่ได้เจอกันมาสามเดือนกว่างั้นเหรอ เสียใจจัง” เธอทำเสียงน้อยใจ แต่คุณที่อยู่กับเธอมาตั้งแต่สมัยยังไม่ได้เป็นแองเจลิก้า และ ฟาเบียง เรห์  ก็รู้ดีว่านั่นเป็นการเสแสร้ง

 

            “พี่กลับมาได้อาทิตย์กว่าแล้วน่า และคงไม่ต้องย้ำใช่ไหม ว่าทำตัวดราม่าควีนใส่ผมไปก็เท่านั้น  กับอีธานยังจะได้ผลเสียกว่า” คุณส่ายหัว แล้วลุกขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดกับพนักเก้าอี้ เคาะนิ้วกับรูปถ่ายบนตู้เสื้อผ้า 2 ที เหมือนที่ทำทุกเช้า – พิธีกรรมส่วนตัวของคุณ

 

 

 

 

 

 

            อรุณสวัสดิ์ อาเบล – ข้างบนยังอากาศดีเหมือนเดิมหรือเปล่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[2]

 

 

 

 

            คุณมองตัวเองในกระจก หยดน้ำยังเกาะพราว

 

 

            แผ่นอกคุณมีแต่แผล ขีดข่วนเล็กน้อย รอยไหม้ที่จางจนแทบมองไม่เห็น จุดสีขาวคล้ายดาวสองสามดวงที่ชายโครงและหน้าท้อง – ของฝากจากสนามรบ อย่างน้อยคุณก็โชคดีที่มันเป็นของฝาก ไม่ใช่ตั๋วเที่ยวเดียวดิ่งไปปรโลก

 

            คุณลูบคาง ตอเคราสากๆบนหน้ายังไม่ยาวและรกเรื้อจนสมควรถูกตัด คุณจึงปล่อยมันไว้

 

            มีตู้ยาอยู่ด้านหลังกระจกเงา คุณกดขอบไม้เบาๆให้มันเด้งเปิด หยิบขวดไอบูโพรเฟนออกมา คุณเขย่ามัน ประเมินปริมาณยาในนั้นจากเสียงและน้ำหนัก แองเจต้องไม่ชอบใจแน่ๆถ้ารู้ว่าคุณกินยาแก้ปวดไปมากขนาดนั้นในเวลาสามเดือน  แต่คุณต้องยอมรับว่าไม่ได้สนใจข้อเท็จจริงนั้นเท่าไหร่ คุณเปิดฝา เทออกมาสองเม็ด และกลืนเปล่าๆโดยไม่ดื่มน้ำ รสชาติขมคล้ายน้ำดีแตะโคนลิ้นชวนขย้อน แต่คุณก็ฝืนไว้

 

 

 

            ช่วงนี้คุณนอนไม่หลับ หรือถึงหลับก็ไม่ค่อยสนิทสักเท่าไหร่

 

            คุณหงุดหงิด มันทำให้คุณปวดหัวและความอดทนต่ำกว่าเวลาปกติ

 

            แต่จะโทษอะไรได้นอกจากตัวเอง

 

 

 

            คุณพยายามลดปริมาณกาแฟลง แม้มันจะไม่ค่อยมีผลสักเท่าไหร่ คุณแค่ไม่อยากใช้ยาอีก ยาสารพัดอย่างที่วางไว้ในชั้นบนของตู้ คุณเกลียดมัน เกลียดความมึนงงล่องลอยที่เกือบจะผลักให้คุณหลับ แต่สมองคุณกลับไม่ยอมยกโอกาสนั้นให้ เวลาที่สารพัดความรู้สึกจะตีม้วนขึ้นมาเหมือนคลื่นทะเลที่กวาดขยะจากก้นสมุทรขึ้นหาด

 

 

            คุณเกลียดสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะสิ่งนั้นเกี่ยวกับ หรือเป็นของตัวคุณเอง

 

            คุณเกลียดความเจ็บปวดที่ควบคุมไม่ได้

 

 

 

 

            คุณปิดตู้ยา แล้วหยิบด็อกแท็กที่ถอดแขวนไว้ก่อนอาบน้ำกลับมาสวมใหม่

 

            ในเงาสะท้อนของกระจก คุณไม่ได้เห็นผู้ชายวัยต้นสามสิบ ไม่ได้เห็นอดีตนาวิกโยธิน แต่เป็นตุ๊กตาทหารดีบุกขาเดียวที่พยายามจะยืนให้ตรง

 

 

 

 

            นั่นเป็นการอุปมา เพราะคุณยังมีขาครบทั้งคู่  ไม่เหมือนเบนจามิน ที่ไม่มีมันอีกต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[3]

 

 

 

 

 

            กลิ่นเบค่อน กลิ่นไข่สุก กลิ่นกาแฟ เสียงกระทะและตะหลิว

 

            สุดท้าย แองเจก็ลุกมาทำมื้อเช้าให้คุณอยู่ดี